Reading Room

100 Faces of Thailand's Innovation Inspirers ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม 3

93 SANGUAN MONGKOLSRIKPANLERT “ไม่ว่าโลกจะพัฒนา ก้าวหน้าไปขนาดไหน การเกษตรก็ยังคงเป็นต้นทาง ของทุกอย่างที่เรียกว่า...อาหาร” สงวน มงคลศรีพันเลิศ ศูนย์ศึกษาการเรียนรู้บ้านเขากลม สงวน มงคลศรีพันเลิศ ปราชญ์เกษตรเมืองใต้ สัมฤทธิ์ผลได้ด้วย “เกษตรสวนทาง” ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน การทำน้ำส้มควันไม้ และอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อถ่ายทอดให้ สงวนยังให้ความสำคัญกับเยาวชน โดยเปิดโอกาสให้เข้าม การสร้างความยั่งยืนทางอาหารเป็นประเด็นที่ทุกภาค ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ได้เรียนรู้แบบฟรี ๆ เรียนรู้การพัฒนาการเกษตร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ก า ก่ ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน การสร้างความยั่งยืนทางอาหารเป็นประเด็นที่ทุกภาค ประเทศไทยนั้นได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าว ส่วนให้ความสำคัญ อู่น้ำ มีศักยภาพทางการเกษตรที่พร้อมต่อการพัฒนาเป็น แหล่งอาหารโลกด้วยข้อได้เปรียบดังกล่าว อาจารย์สงวน มงคลศรีพันเลิศ เกษตรกรวัย 62 ปี ชาวตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ จึงเกิดแนวคิดหาวิธีทำการ เกษตรแบบครบวงจร เน้นการปลูกพืชผสมผสานการเลี้ยง สัตว์ที่เอื้อประโยชน์ และการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิด ประโยชน์สูงสุด พัฒนาจนเกิดเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตร ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อาจารย์สงวน ผู้คลุกคลีในวงการเกษตรมาตั้งแต่ปี 2537 จากการทำงานในโรงงานผลิตสารเคมีเกษตร ทำให้ เห็นปัญหาจากการเกษตรที่พึ่งพาสารเคมีทั้งด้านผลผลิต และสุขภาพของเกษตรกร จึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงวิถี การเกษตร โดยตัดสินใจกลับบ้านเกิดและนำประสบการณ์ ที่ได้เรียนรู้มาปรับเข้ากับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากการจัดตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงแพะ กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชผล กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ไปจนถึงศูนย์ อย.เทคโนโลยีการเกษตร กระทั่งปี 2549 อาจารย์สงวนได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ บ้านจากลบบนพื้นที่ไร่มีทั้งแปลงผักปลอดสารพิษแปลง ลูกพืชแบบผสมผสานพื้นที่เลี้ยงวัวและแพะ การทำปุ๋ยหมัก ระบบเติมอากาศ การผลิตอาหารสัตว์จากทางปาล์มน้ำมัน การทำน้ำส้มควันไม้ และอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อถ่ายทอดให้ ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ได้เรียนรู้แบบฟรี ๆ ที่สำคัญ อาจารย์สงวนยังคิดค้นแนวทางเกษตร ยั่งยืนที่ทำได้จริง หนึ่งในนั้นคือการปรับปรุงวิธีผลิตปุ๋ยหมัก จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานหลายเดือน และยังต้องใช้แรงงาน ในการกลับกองปุ๋ยเพื่อระบายความร้อน มาสู่การค้นพบ ระบบที่สามารถเติมอากาศเข้าไปในกองปุ๋ยหมักได้สำเร็จ โดยใช้วัสดุในท้องถิ่น สิ่งที่อาจารย์สงวนค้นพบอีกข้อหนึ่งนั้นคือ การผลิต อาหารสัตว์จากวัตถุดิบในสวนของตัวเอง เนื่องจากพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นสวนปาล์มน้ำมันและยางพารา จึงไม่มีแปลง หญ้าสำหรับเป็นอาหารสัตว์ ประกอบกับจำเป็นต้องตัดทาง ปาล์มน้ำมันทุก 15 วัน จึงทดลองนำสิ่งที่มีอย่างทางและผล ปาล์มมาบด แล้วหมักรวมกับกากน้ำตาล ยูเรีย และส่วนผสม อื่น ๆ เมื่อนำมาให้สัตว์กินก็ปรากฏว่าของเสียที่ขับถ่ายไม่มี กลิ่นเหม็น ช่วยลดมลภาวะได้อย่างดี “ผมเรียกสิ่งที่ถ่ายทอดให้ผู้คนทั่วไปนั้นว่า เกษตร สวนทาง คือ สวนวิธีคิด สวนวิธีทำ และสวนวิธีตลาด ส่วน ศาสตร์พระราชาคือดาราชีวิต เกษตรกรโดยทั่วไปมีต้นทุน อยู่แล้ว คือ ดิน น้ำ แสงแดด และอากาศ แต่ยังขาดปัญญา ปัญญาในความหมายของผมคือการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่อง ง่าย การทำเกษตรนั้นไม่ใช่เพียงทำให้เป็นแค่อาชีพ แต่ต้อง ทำให้เป็นมืออาชีพ” นอกเหนือจากการให้ความรู้กับเกษตรกรแล้ว อาจารย์ สงวนยังให้ความสำคัญกับเยาวชน โดยเปิดโอกาสให้เข้ามา เรียนรู้การพัฒนาการเกษตร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเยาวชนทั่วไปและกลุ่มที่ติดหรือเคยติดสิ่งเสพติด ซึ่งกลุ่ม หลังนี้ อาจารย์สงวนบอกว่ามักถูกตีค่าไปแล้วว่าเป็นคนไม่ดี อาจารย์จะสอนวิธีคิดและบอกพวกเขาเสมอว่าเขาแค่นั่ง เก้าอี้ผิดตัว และเปิดโอกาสให้ลองนำเอาความคิด ความชอบ ของตัวเองมาทดลองทำในวิถีเกษตร ผ่านกลยุทธ์การสอน 3-5-3 โดย 3 แรก คือ รู้จักตัวเอง รู้จักทรัพย์สินของตัวเอง รู้จักใช้ทรัพยากรของตัวเอง ส่วน 5 คือ รู้จักข้าว รู้จักพืชผัก รู้จักสมุนไพร รู้จักปุ๋ย รู้เท่าทัน และ 3 สุดท้าย คือ รู้จักแผน ชีวิต รู้จักแผนชุมชน รู้จักแผนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ จากการเป็นเกษตรกรนักพัฒนาที่แบ่งปันความรู้แก่ เทีอนสมาชิกกว่าร้อยครัวเรือน ส่งผลให้อาจารย์สงวนได้รับ รางวัลมากมาย เช่น ผู้นำอาชีพก้าวหน้าระดับจังหวัด ปี 2546 เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการเลี้ยงสัตว์ ปี 2548 รางวัล ปราชญ์ชาวบ้าน ปี 2549 รางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2551 และรางวัล 76 คนดีแทนคุณแผ่นดิน ปี 2552 รากฐานอันแท้จริงของประเทศไทยคือเกษตรกรรม อาจารย์สงวนจึงมุ่งมั่นคิดค้นแนวทางการเกษตรสวน ทาง เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนแห่งวิถีเกษตรกร ผู้เป็น หัวใจสำคัญของปากท้องของผู้คนบนโลก เพื่อเชื่อมโยง องค์ความรู้ เรียนรู้จากการลงมือทำ และสานต่อ สร้าง ประโยชน์และคุณค่าแก่สังคม Sanguan Mongkolsrikpanlert | Ban Khao Klom Learning Center Agricaltural wiseman from the South who succeeds with reverse agriculture "No matter how developed and progressed the world is, agriculture will always be upstream of everything that as to do with food." Food Sustainability to an im tant issue in this changing world on the great agricultural potential toves to become the kitchen. The word "Sanguan Mongkornik- Ay-twoyear old farmer Nong hate sub-district, Musing Krabi pap in so sad Cablage and develops a frame work for sustainable agriculture that combines integrated farming symbiotic grazing, and use of local resources for maximum benefits Sanguan stressed the impor-. tance of changing the agricultural practices that were overdependent on health-threatening agrochemicals. After his early years in such industry, he decided to return home and initiated agricultural unions, cooperatives and knowledge hubs, Most remarkably, in 2006, he founded sufficiency economy learning center in Baan Khoo Glom, The three-acre space blended mixed cropping, cattle and goat grazing, composting, animal feed production, wood vinegar production, and more Along the way, Sanguan also discov ered and tested out new techniques to speed up fertilizer production and reduce pollution from livestock manure. Land, water, sunlight, and climate are readily available as agricultural assets, but generally wisdom is lacking The key is to do agriculture not only as a career but also as a profession" Said Sanguan, Sanguan's intention with the learning center is to spread knowledge at no cost for everyone, including those who are prejudged as bad people such as former drug addicts. More than hundred households have benefited from Sanguan's knowledge sharing Sanguan is recognized for his legacies in agricultural and regional- development and a recipient of many. awards.