80 SANAN BUAKLEE
“เราต้องรักษาความรู้
ของคนโบราโบราณ
โดยเราก็ต้องผสาน
ความสมัยใหม่ด้วย
และต้องอยู่ด้วยกันให้ได้”
สนั่น บัวคลี่
บ้านกลองลุงเหลี่ยม
สนั่น บัวคลี่
ครูช่างหัตถกรรมเครื่องหนังกลอง สืบสานการทำกลองด้วยภูมิปัญญากว่า 50 ปี
สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และอยู่คู่คนไทยมาท แค ในทุกขั้นตอนของการทำกลอง ไม่ว่าวิธีการแช่ ของหนัง
สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และอยู่คู่คนไทยมาทุกยุค
สมัยคือดนตรีไทย หนึ่งในเครื่องดนตรีที่รู้จักและนิยม
กันในทุกงานประเพณีเห็นจะเป็น กลอง ปัจจุบันแม้
เทคโนโลยีจะเข้ามามีส่วนการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหาก
แต่สุนทรียศาสตร์แห่งดนตรีก็ยังคงเป็นจุดรวมความสุข
ของทุกคน เมื่อเอ่ยถึงเครื่องดนตรีประเภทกลองของไทย
แน่นอนว่าชื่อของ นายสนั่น บัวคลี่ เจ้าของโรงทำกลอง
บ้านกลองลุงเหลี่ยม แห่งจังหวัดอ่างทอง เป็นบุคคลแรก
ที่วงการคนเล่นกลองต่างยอมรับและยกให้เป็นครู ผู้มี
ใจรักและมีความสามารถในการผลิตและพัฒนากลอง
จนเป็นผู้เชี่ยวชาญงานกลองของประเทศไทย
ลุงสนันเริ่มต้นทํากลองจากความชอบสมัยเด็กถึง
แม้ว่าจะเติบโตมาในหมู่บ้านทำกลอง อาศัยครูพักลักจำ
ลองผิดลองถูกและประสบการณ์คำติชมจากลูกค้า หรือจาก
ปัญหาของลูกค้าเมื่อนำกลองมาให้ซ่อม ทำให้ลุงสนั่นสั่งสม
ประสบการณ์มาจนเปิดร้าน “บ้านกลองลุงเหลี่ยม" จนเป็น
ที่รู้จักมีชื่อเสียงของจังหวัดอ่างทอง
ไม่ว่าจะเป็น กลองชาตรี กลองทัด กลองแขก กลอง
ยาว กลองเพล กลองสะบัดชัย โทน รำมะนา ตะโพน ฯลฯ
ทั้งคณะลิเก วงปี่พาทย์ โรงละครแห่งชาติ วิทยาลัยนาฏศิลป์
ฯลฯ กลองที่นำไปใช้ก็ผ่านมือลุงสนั่นมาหมดแล้ว เพราะ
ชื่อเสียงที่บอกปากต่อปากกันว่า “ต้องไปบ้านลุงเหลี่ยมนะ
ถึงจะได้กลองดี” ดีที่ว่าไม่ใช่ดีที่คุณภาพของวัสดุที่เลือกใช้
เท่านั้น แต่เป็นเพราะการนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้
ในทุกขั้นตอนของการทำกลอง ไม่ว่าวิธีการแช่ ขัดหนัง
หรือการ "แกงหนัง" ก็เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาเก่าแก่ ที่ใช้
กะทิมะพร้าว เครื่องแกงโขลกรวมกันเพื่อทำให้หนังนุ่ม
หรือใช้น้ำมะนาวเพื่อทำให้หนังฟู เทคนิคภูมิปัญญาเหล่านี้
เป็นการพัฒนาคุณสมบัติของหนัง เพื่อมาปรับใช้ให้เข้ากับ
กลองแต่ละชนิด ทำให้กลองบ้านลุงเหลี่ยมเป็นที่ยอมรับว่า
เป็น "กลองทีดี"
เมื่อขับเคลื่อนการทํากลองด้วยใจรักและไม่หยุด
ที่จะเรียนรู้ ลองผิดลองถูกเพื่อให้ได้กลองที่มีคุณภาพที่สุด
ทำให้ถุงสนั่นได้คิดค้นภูมิปัญญาการเพิ่มประสิทธิภาพให้
กลองหนังมีเสียงที่ดังขึ้นด้วยการนำ “ข้าวสุก” มาติดที่หน้า
กลองซึ่งถือว่าเป็นการสร้างเอกลักษณ์และนวัตกรรมใหม่ใน
การทํากลองให้มีเสียงดังและไพเราะกว่าเดิม ซึ่งการติดข่าว
ที่หน้ากลองเสมือนเป็นการถ่วงเสียงของกลองให้มีความดัง
เบา ต่ำ สูง คล้ายการปรับคีย์ของเครื่องดนตรีสากล
“เราต้องยึดถือของโบราณไว้เป็นเครื่องหนังไม่ใช่
เครื่องน็อต เขา บิต แล้วใช้หนังแก้วของฝรั่ง เตียงมัน
ไม่ได้ใช้เครื่องเสียงช่วยเสียงก็ยังไม่ได้ แต่มันเสียภาพลักษณ์
ของโบราณดนตรีไทย หนังวัวโบราณมันดีกว่า ถึงจะถูกน้ำไม่
ได้แต่คุณภาพของกลองมันเลิศล้ำกว่าหนังแก้วของฝรั่งที่ใช้
งานจริงไม่ได้ ถึงแม้จะทนฝนกว่า ตาม"
นี่คือภูมิปัญญาที่ลุงสนั่นพยายามถ่ายทอดบอก
ลูกหลานรุ่นใหม่ให้เห็นว่าการสืบสานอนุรักษ์หัตกรรม
บางอย่างมันไม่ใช่ความล้าสมัย แต่มันส่งผลลัพธ์ของขึ้น
งานที่ต่างกันด้วย ลุงสนั่นใช้วิธีการอธิบายไปพร้อมกับการ
พิสูจน์ให้เห็นจนทำให้คนต่างยอมรับในวิธีภูมิปัญญาแบบ
ดั่งเดิมนี้ จนทำให้ถุงสั่นได้รับรางวัล ครูช่างศิลปหัตกรรม
ประเภทเครื่องหนัง (กลอง) จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ
ระหว่างประเทศ ประจำปี 2558
คำพูดที่ว่า “คนเก่งหวงวิชา" ใช้ไม่ได้กับลุงสน
เพราะนอกจากลุงสนั่นจะไม่หวงวิชา แล้วยังพร้อมถ่ายทอด
เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านให้กับลูก
หลานต่อไป ลุงสนั่นในวัย 75 ปี ไม่อยากให้ลองหายไป
พร้อมกับตน จึงบอกเล่าถ่ายทอดภูมิปัญญา รวมถึงเทคนิค
ทุกอย่างให้กับกลุ่มคนที่สนใจมาศึกษาเรียนรู้เพื่อจะหวังว่า
ให้มีคนมาสืบทอดอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยไม่ให้เลื่อน
หายไปตามกาลเวลา
วิธีการ “ทำให้เห็น” คือวิธีการที่ลุงสนั่นใช้เป็น
เครื่องมืออธิบายให้กลุ่มคนที่มาเรียนรู้เข้าใจ ถือได้ว่า
เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงรากเหง้าแห่งภูมิปัญญาที่เทคโน
โยลีไม่สามารถทดแทน
Sanan Buaklee | Ban Klong Lung Liam
A mater of handmade leath
"The ancient knowledge must
be preserved while integrated
with modernity. If you want a
good drum, you have to come
to Uncle Liam's house."
One of the musical instru
kments that appear wastly in that tra
tions the drum Mr. Sanan Buaklee
-de Lamus the master of leather
cosminship who has adopted skills
ryzmin making drums for over
So years He the owner of the drum
er drums who has used local
factory of Ban Klong Lung, Ang Thong
Province. At the factory, people who
love drums are trained until they be
come experts and together with Sanan
they produce and develop drums for
the national market
Sanan started making drums
based solely on his childhood passion.
He learned from trial and erior, cus
hack, and
tommers experience and
their problems/Eventually, he became
an expert and could open his own
wisdom to make Thai drums
shop No matter what types of Thai
drum you think of, Mr. Sanan knows.
them all, You can get a good drum
from hun not just because of the
good quality of the materials; but
also how he applied the local wisdom
throughout the process of drum
making.
Some people might not want
to share their knowledge and wisdom.
However, Sanan, at the age of 75, is:
eager to share as he does not want.
for over 50 years
the drums and the wisdom to disne
pear with him He keeps passing on
wisdom including all techniques for
people who are interested in learning,
hoping that someone will inherit and.
prevent Thai ar and culture from
fading over tiree