79 KUMPUN NITHIWARAPHAIBON
"เพลงไทยมีเสน่ห์
เพราะสะท้อนทั้งวิถีชีวิต
และแก่นของชีวิต
เราต้องช่วยกันรักษา"
กำปั่น นิธิวรไพบูลย์
สำนักงานเพลงโคราชคณะกำปั่น
กําปั่น นิธิวรไพบูลย์
ผู้อนุรักษ์ศิลปะของชาติ ผ่านศาสตร์แห่งบทเพลง
ครูกำปั่น นิธิวรไพบูลย์ หรือ กำปั่น บ้านแท่น กว้างขวาง จนมีผู้สนใจมาเป็นลูกศิษย์ เพื่อเรียนรู้และนำไป
ประต
นอกจากนี้ ครูกำปั้นยังมุ่งเน้นสร้างความยั่งยืน
ครูกาบิน นธวรไพบูลย์ หรือ กำปั้น บานแทน
ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง เพลงโคราช ปี 2564
เป็นบุคคลที่ทรงคุณค่า เป็นผู้ที่ทำให้เพลงโคราชกลับมา
ฮิตติดหูและรู้จักกันอย่างกว้างขวาง ด้วยการใส่คำร้อง
ที่สนุกสนาน ทันยุคทันสมัย คงการใช้ภาษาที่สละสลวย
และสุนทรียภาพทางดนตรีที่ไพเราะเสนาะหู ท่านได้เปิด
ประตูวัฒนธรรมอันล้ำค่าทำให้ผู้คนจากทุกวัฒนธรรม
เข้าถึงเพลงโคราชจนทำให้เข้าใจวัฒนธรรมอีสานมากขึ้น
ครูกำปั่นเล่าว่า ท่านมีพื้นเพเป็นชาวโคราชโดย
กำเนิด ทำให้มีความใกล้ชิดกับเพลงโคราชตั้งแต่เด็ก ท่าน
ได้ยินพี่ชายพี่สาวที่เป็นหมอเพลงโคราชท่องกลอนทุกเช้า
จึงทำให้หลงรักมนต์เสน่ห์ของเพลงโคราช นั่นจึงเป็นแรง
บันดาลใจให้กับท่านและทำให้ท่านตั้งปณิธานว่าจะฝึกร้อง
เพลงโคราชและแสดงให้ได้
การอนุรักษ์และธำรงรักษาศิลปะชุมชนด้านดนตรีมี
โจทย์ที่ท้าทายหลายอย่าง เช่น กลุ่มผู้ฟังที่เลือนหายลงไปทุก
วัน ความก้าวล้ำของเทคโนโลยี ดังนั้นท่านจำเป็นต้องอาศัย
การร่วมมือ การพัฒนา และการส่งเสริมจากหลายฝ่าย เพื่อ
ให้อาชีพหมอเพลงเป็นอาชีพที่มีคุณค่าและยั่งยืน
ครูกำปั่นจึงได้ประยุกต์เพลงโคราชให้เป็นเพลงร่วม
สมัย สร้างความบันเทิง เพื่อให้มีคนรู้จักกว้างขึ้น แต่ต้องยัง
คงรูปแบบฉันทลักษณ์ของการสัมผัสคำและสำนวนดั้งเดิมไว้
ทำให้วันนี้เพลงโคราชเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่าง
กวางขวาง จนมีผู้สนใจมาเป็นลูกศิษย์ เพื่อเรียนรู้และนำไป
ประกอบเป็นอาชีพ
“วันนี้มีความภูมิใจที่สามารถทำให้เพลงโคราชได้
รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น เราปรับให้เข้ายุคสมัย
ในปัจจุบัน รูปแบบ วิธีการ แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ
เพลง เช่น เพลงต้องมีการร้องที่มีการเล่นคำสัมผัสคู่ 6 คู่ 8
และเล่นเสียง และบางครั้งต้องเล่นสุดคิดสดเพื่อให้เกิดความ
บันเทิง ทำให้วันนี้การผลิตบุคลากรที่ทำได้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่จากการพัฒนาทำให้วันนี้เพลงโคราชมีคนสนใจและเข้า
มาเรียนรู้มากขึ้นเพื่อเอาไปทำมาหากิน เท่ากับครูก็สำเร็จ
ในการผลักดันในสิ่งนี้ให้ธำรงอยู่เกิดความยั่งยืนในการสาน
ต่อ และร่วมอนุรักษ์เพลงศิลปวัฒนธรรมนี้”
ผลงานของครูกำปั่นในวันนี้ มีบทเพลงที่เป็น
ประวัติศาสตร์และเป็นความภาคภูมิใจของครู คือเพลง
ประวัติหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ นอกจากนี้ยังมีเพลงพระ
เวสสันดรดวงใหญ่ เพลงต่อต้านยาเสพติด เพลงอนุรักษ์
ธรรมชาติและเพลงต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งครูกำปั่น
พยายามที่จะหยิบยกรูปแบบของเพลงโคราช แต่แต่งเนื้อ
ร้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบท เพื่อส่วนหนึ่ง
ต้องการให้เป็นสื่อกลางในการสร้างความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีเพลงลูกทุ่งภาษาโคราชอีกกว่า 300 เพลง
และประพันธ์เพลงแหล่มากกว่า 1,000 บท จึงไม่แปลกที่
ใคร ๆ จะยกย่องครูเป็นผู้มีความล้ำเลิศด้านคีตวรรณกรรม
นอกจากนี้ ครูกำปั้นยังมุ่งเน้นสร้างความยั่งยืน
อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่ นักเรียน
นักศึกษา และประชาชนที่สนใจ รวมทั้งยังรวบรวม
กลอนเพลงจัดพิมพ์เป็นหนังสือเพลงโคราชเล่มแรกของ
ประเทศไทย และยังสละทุนทรัพย์เพื่อระดมทุนสร้าง
พิพิธภัณฑ์ศูนย์การเรียนรู้เพลงโคราชตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัย
ราชภัฏนครราชสีมา เพื่อเก็บและรวบรวมกลอนเพลงโคราช
กว่า 20,000 บท ทำให้ได้รับรางวัลเกียรติคุณจากหน่วยงาน
ต่าง ๆ จํานวนมาก เช่น รางวัลศิลปินดีเด่นประจำจังหวัด
นครราชสีมา รางวัลเพชรสยามบุคคลดีเด่นแห่งปี และรางวัล
ศิลปินมรดกอีสานได้รับพระราชทานรางวัลพระธาตุนาดูน
ทองคำสาขาทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จากกรมสมเด็จพระ
กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกุมารี ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อปี 2561
เพลงโคราชนับว่าเป็นศิลปะอันล้ำค่าของชาติ
อีกแขนงหนึ่ง การอนุรักษ์ของเดิมให้เข้ากับยุคสมัยธำรง
คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์เพลง ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใน
กระบวนอนุรักษ์ รักษา และสืบสานที่สำคัญ ซึ่งครูกำปั่น
เป็นผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลงค่านิยมเพลงประจำ
ถิ่นให้มีเอกลักษณ์และมีคุณค่าสามารถเข้าไปนั่งอยู่ใน
หัวใจของผู้คนทุกเจเนอเรชันได้อย่างแท้จริง
Kumpun Nithiwaraphaibon | Korat Song Office, Kampun Faculty
Conserving national art through music
Thai songs have their own
charm; they reflect unique ways
and essence of life in each
region. We must help protect
them."
Mr. Kumpun Nithiwaraphaibon
Or Pumpun Ban Thaen, a national
sat in the performing arts, Korat
ong, Year 2021, is known for having
pularized Koral songs. The songs.
re recognized and admired for their
umorous, euphemistic language and
ourse, nice music "To maintain
the popularity of local music, collab-
oration, growth, and marketing must
all take place at the same time," pro-
posed Kumpun.
Initially, Kumpun came up with
the concept of incorporating Korat
songs-with modern music as a form
of entertainment while preserving the
original rhyining of words and emno-
tions. Koral songs are also becom
ing more and more popular among
young students who choose to study
and employ the songs for there pro
fessional practice. Today, around
300 Thai country songs originate
from Korat, and over 1,000 songs
are being composed
In addition to making history.
for Korat songs, Kumpun also focuses
on concrete sustainability by paying
respect to the younger generation
and collecting poetic songs to be
published in the first-ever Korat
song book in Thailand He also raises
funding for the Korat Song Learning
"Center Museum at Nakhon Ratchasima..
Rajabhat University, which will house
over 20,000 Kurat songs Since Korat
song is another priceless national
art, Kumpun should be respected as
a pioneer who has managed to trans.
form the value of art into something.
unique and meaningful that can
genuinely win the hearts of people of
all generations.