73 ASSOC. PROF. DR. WIBHU KUTANAN
"การสืบสาวรากเหง้าคนไทย
จากการอพยพและพันธุกรรม
ช่วยให้เข้าใจว่า เราเป็นใคร
ซึ่งจะนำไปสู่การลดอคติต่อกัน"
รศ. ดร.วิภู กุตะนันต์
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
รองศาสตราจารย์ ดร.วิภู กุตะนันต์
ไขปริศนา “คนไทยมาจากไหน" ผ่านงานวิจัยจาก DNA
ของดีเอ็น
พื้นที่ภาคอีสานหลากหลายกลุ่ม เช่น
สีเต็มเลยอ
แคมเบียมกันของคนไปสืบสอง
ชาติพันธุ์เป็นส่วนสำคัญที่จำแนกคนแต่ละเชื้อ
สาย เป็นรากฐานของวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และ
วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอคติความ
แตกต่างในสังคม ดังนั้นการเรียนรู้รากเหง้าของเราย่อม
ทุเลาปัญหาดังกล่าวได้ตั้งแต่ต้นเหตุ รศ. ดร.วิภู กุตะนันต์
อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย
นเรศวร ผู้เชี่ยวชาญสาขาพันธุศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับงาน
มานุษยวิทยา เป็นผู้ชักชวนให้เราคิดผ่านองค์ความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์เพื่อหาคำตอบว่า “คนไทยมาจากไหน ?
นอกจากแววความถนัดในสาขาวิทยาศาสตร์ตั้งแต่
ยังเด็ก รศ. ดร.วิภูยังมีความสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และ
สังคมศึกษา ซึ่งมักเริ่มต้นจากบทสนทนากับคุณปู่ที่มักเล่า
พื้นเพของตนเองเสมอ ๆ ว่าเป็นคนไทยพิจิตร สิ่งนี้จุดประกาย
ความสงสัยใคร่รู้ถึงที่มาที่ไปของคนไทย และความมุ่งมั่น
ศึกษาด้านชาติพันธุ์มานับแต่นั้น ความสามารถที่โดดเด่นส่ง
ผลให้ อ.วิภูได้รับทุนจากโครงการ พสวท. สำหรับศึกษาต่อ
สาขาวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก
และยังได้รับทุน Postdoctoral Appointment ในสถาบัน
วิจัยแมกซ์พลังก์ (Max Planck Institute for Evolutionary
Anthropology) สถาบันชั้นนำด้านมานุษยวิทยาพันธุศาสตร์
ที่ประเทศเยอรมนี
เส้นทางที่ อ.วิภูค้นหาคำตอบด้วยองค์ความรู้และ
ความชำนาญในด้านพันธุกรรมมนุษย์ตั้งต้นในบริเวณ
ภาคอีสาน โดยเสาะหารากเหง้าและลักษณะความสัมพันธ์
ของดีเอ็นเอคนในพื้นที่ภาคอีสานหลากหลายกลุ่ม เช่น
คนในแอ่งที่ราบสกลนครกับแอ่งโคราช คนในพื้นที่อีสาน
เหนือกับใต้ รวมถึงดีเอ็นเอที่จำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งอพยพ
มาจากเวียดนามตั้งแต่อดีต เช่น ภูไท ล้อ แลก กะเลิง ฯลฯ
การค้นหาคําตอบของคำถามนี้ทำให้ขอบเขตการศึกษากว้าง
ไกลไปถึงชนเผ่าต่าง ๆ ทั้งกลุ่มชาติพันธุ์บริเวณภาคเหนือ
เช่น อาข่า ม้ง ลีซู ไทใหญ่ ลาหู่ จีน เมี่ยน ปกากะญอ คะฉิ่น
และกลุ่มชาติพันธุ์บริเวณภาคใต้ เช่น มอแกน มันนิ
“คนไทยมีดีเอ็นเอที่แตกต่างกันตั้งแต่ระดับ
ภูมิภาคจนถึงระดับประชากร ดินแดนแห่งนี้รวบรวมความ
หลากหลายของผู้คนที่อพยพย้ายถิ่นกันตั้งแต่สมัยก่อน
ประวัติศาสตร์ ซึ่งก็ยังคงดำเนินสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ในลักษณะการเคลื่อนย้ายของประชากรด้วยสาเหตุต่าง ๆ
เช่น สงคราม การทํางาน ฯลฯ การรู้ DNA ทำให้รู้รากเหง้า
ของเรา โดยเฉพาะประเด็นว่าคนไทยมาจากไหน เมื่ออธิบาย
ความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยแต่ละกลุ่มได้ อคติด้านชาติ
พันธุ์ก็จะลดลง"
อ.วิภูอธิบายความแตกต่างของดีเอ็นเอคนไทย
ในแต่ละภูมิภาคเพิ่มเติมว่า ดีเอ็นเอของคนเมืองซึ่งเป็น
ประชากรกลุ่มใหญ่ในภาคเหนือของไทยนั้นคล้ายคลึงกับ
ของคนไตจากแคว้นสิบสองปันนาซึ่งอยู่ทางจีนตอนใต้ ส่วน
ดีเอ็นเอของคนอีสานเป็นการผสมผสานกันระหว่างกลุ่ม
ประชากรมอญ-เขมรกับคนไตในสิบสองปันนา นอกจาก
นั้น ดีเอ็นเอของผู้ชายและผู้หญิงอีสานยังแตกต่างกัน โดย
ดีเอ็นเอของผู้หญิงจะเหมือนกับของคนใดในสิบสอง
ปันนา ในขณะที่ผู้ชายมีดีเอ็นเอเหมือนคนมอญ-เขมร สิ่งนี้
บ่งชี้รูปแบบและเหตุการณ์อพยพในอดีต ส่วนคนไทยภาค
กลางและภาคใต้นั้นมีดีเอ็นเอที่เหมือนของชาวมอญและมี
บางส่วนเหมือนกับชาวอินเดียตอนใต้ แสดงถึงพันธุกรรม
ที่ผสมผสานในแถบเอเชียใต้สู่ดินแดนสุวรรณภูมิ สะท้อน
ประวัติศาสตร์ในช่วง 600-700 ปีที่ผ่านมาซึ่งตรงกับสมัย
กรุงศรีอยุธยารุ่งเรือง
การรู้จักที่มาของคนไทยโดยอาศัยหลักฐาน
ทางพันธุกรรมเป็นแนวคิดใหม่ที่น่าเชื่อถือ ช่วยกำหนด
บรรทัดฐานความรู้ใหม่เพื่อให้เราเข้าใจรากเหง้าของตนเอง
และช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อลดอคติทางชาติพันธุ์
ในสังคม
เมื่อสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ถูกอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์
ข้อเท็จจริงที่เกิดจากการพิสูจน์ด้วยกระบวนการตามหลัก
การและเหตุผลที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยสร้างสังคมอุดม
ปัญญาแล้ว ยังก่อเกิดสังคมที่พร้อมเรียนรู้ความแตกต่าง
เพื่อโอบรับทุกคนอย่างเท่าเทียม นำไปสู่สันติสุขอันยั่งยืน
Assoc. Prof. Dr.Wibhu Kutanan | Faculty of Science, Naresuan University
Solving the mystery of 'where Thai people came from' with research from DNAs
"Examining the ancestry and
migration of Thai people
through genetic intermixing
helps understand who we are
and reduce prejudice against
one another."
Ethnicity is key and foundational
determinant of why people differ in
terms of their ways of living and think-
ing beliefs, and culture. However,
this concept may fuel prejudice and
social difference. A better under-
standing of our ancestry can help
mitigate said problem. Assoc. Prof
Dr. Wibhu Kutanan, a genetics expert
from Department of Biology, Faculty
of Science, Naresuan University, is
interested in linking his works to
those in the anthropology field. He
invites us on his scientific journey to
answer "Where did Thai people come
from?"
Wibhu's interest and curiosity
the topic were inspired by his
grandfather, who always told stories
about his Thai Phichit lineage
Wibhu's scientific proficiency led him
to the persuasion of bachelor's up to
doctoral studies in the field, which
were funded by the Development
and Promotion of Science and Tech-
nology (DPST) Talents Project. He
further earned the postdoctoral
appointment at Max Planck Institute
for Evolutionary Anthropology, in
Germany.
Wibhu's quest started with the
genetic analysis of various Thai peo-
ple groups in several Northeastern
Thai (Isan) plateaus; from Sakon Nak-
hon and Khorat, from Northern Isan
to Southern Isan, and including the
ethnic groups that had migrated.
from Vietnam. The study was further
upscaled and, covered Northern
and Southern Thailand. From these
studies, Dr: Wibhu was able to unpack
the genetic diversity of the country
and its regions due to historical and
migration patterns. Such diversity
predated most historical records and
manifested in sociodemographic
diversity that shaped our society to
this day.