Reading Room

โนรา รำพื้นฐาน สายตระกูลขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา)

ผลลัพธ์การค้นหา: "โนรา"


บทที่ 6
บทสรุป


การพัฒนาการจัดการศึกษาที่ต้องการนำภูมิปัญญาโนรามาใช้ในสถาบันการศึกษาได้มีการนำมาใช้โดยการเชิญครูโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และศิษย์ มาสอนโดยจัดเป็นโครงการสอนหลักสูตรโนรา 10 วัน 10 คืน ให้กับนักเรียนโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูสงขลาที่มีความสนใจและชื่นชอบในศิลปะการแสดงโนรา ซึ่งการจัดการเรียนการสอนจะมีประจำทุกปีในช่วงปิดภาคเรียน กลุ่มผู้เรียนอาจเป็นสมาชิกกลุ่มเดิมหรือนักเรียนที่เข้ามาเรียนใหม่ในแต่ละปีการศึกษา เมื่อมีการศึกษาพัฒนาโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูมาเป็นวิทยาลัยครูโดยการนำนักเรียนผู้หญิงและนักเรียนผู้ชายมาเรียนร่วมกันพร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัยครูสงขลา โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และศิษย์จึงสอนโนราให้กับกลุ่มนักเรียนที่มีความหลากหลาย พร้อมกับจัดตั้งเป็นชุมนุมโนราโดยจัดการสอนที่โรงเรียนสตรีฝึกหัดครูสงขลาในรูปแบบเดิม ต่อมาเมื่อมีการถ่ายทอดความรู้ให้กับโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ และศิษย์ มีการจัดตั้งชุมนุมโนราและถ่ายทอดองค์ความรู้โนราให้กับนักศึกษาที่เป็นสมาชิกชุมนุมฯ หลังจากนั้นต่อมามีการจัดตั้งคณะโนราของสถาบันการศึกษา คือ โนราวิทยาลัยครูสงขลา ได้ตระเวนแสดงและถ่ายทอดความรู้ให้กับนักศึกษาสถาบันการศึกษาทั่วไป

การถ่ายทอดโนราสถาบันการศึกษาในสมัยของโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ซึ่งเป็นครูโนราที่ได้รับการฝึกหัดและถ่ายทอดจากสถาบันการศึกษาวิทยาลัยครูสงขลาได้จัดการเรียนการสอนโนราให้เป็นหลักสูตรการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษาโดยสอนในวิชาพื้นฐาน วิชาบังคับ และวิชาเลือกให้กับนิสิตสาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ทำให้การจัดการเรียนการสอนโนราเข้าสู่ระบบของการจัดการศึกษาอย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อมีการจัดการศึกษาทางด้านโนรา ความรู้พื้นฐานในรายวิชาที่เกี่ยวกับโนราจึงเป็นสิ่งสำคัญของผู้ที่สนใจในด้านการฝึกรำโนราที่ต้องเรียนรู้และฝึกปฏิบัติได้แก่ ศัพท์เฉพาะ บทครูสอน บทสอนรำ และบทประถม นับเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถสร้างนาฏลักษณ์โนราให้เกิดขึ้นได้

จากกระบวนการรำตั้งแต่การฝึกปฏิบัติท่ารำเฉพาะโนราเพื่อสร้างนาฏลักษณ์ของโนรา การรำบทครูสอน การรำบทสอนรำ และการรำบทประถม จะทำให้ทราบถึงพัฒนาการของการฝึกหัดรำโนราอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรู้จักท่ารำเบื้องต้น การใช้ลีลาท่ารำให้เชื่อมโยงกัน การฝึกการนั่ง การทรงตัว การรำ ย่อเข่า การหมุน การใช้ลีลาท่ารำกับนักแสดงคนอื่น เพื่อประกอบเป็นคู่หรือรำร่วมกัน ตลอดจนการรำเป็นหมู่ตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป การตีท่ารำเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงการรำตามบทร้องเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ รูปแบบการรำที่ใช้จังหวะหลากหลาย บทร้องที่ต้องใช้เวลา ท่ารำจำนวนมาก เป็นการเรียนรู้และทดสอบสมรรถภาพของผู้นำไปพร้อม ๆ กัน และการฝึกหัดที่ผู้เรียนจะต้องร้องและรำด้วยตนเอง จึงเป็นการพัฒนาทักษะการแสดงโนราหลาย ๆ ด้านให้พร้อมเพรียงกัน ตั้งแต่บุคลิกภาพ น้ำเสียง ความแข็งแรงความสวยงามของท่ารำ ความอดทน และความแม่นยำในเนื้อร้องประกอบจังหวะที่ชัดเจน ซึ่งเป็นการฝึกหัดที่ต้องใช้ระยะเวลาและความทุ่มเทอย่างเต็มที่สำหรับผู้ฝึกหัดการแสดงโนรา โดยเฉพาะถ้าผู้รำสามารถรำบทครูสอน บทสอนรำ และบทประถมต่อเนื่องกันจะเป็นการแสดงความงดงามของศิลปะให้เกิดขึ้นในตัวผู้ฝึกหัดอย่างชัดเจน ถ้าหากไม่มีความรัก ความชื่นชอบ ความอดทน ประกอบกับความพร้อมเพรียงของครูโนรา และนักดนตรี ผู้ถ่ายทอดย่อมจะต้องเกิดอุปสรรค ส่วนผู้ฝึกจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะทำให้เกิดศิลปะการแสดงโนราในตนเองได้ ดังนั้นผู้เรียนที่อายุและวัยเหมาะสมที่สามารถฝึกหัดการรำทั้งสามบทให้ต่อเนื่องกันไปต้องมีอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป หรือเป็นนักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 จนถึงระดับอุดมศึกษาที่ผ่านการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจึงจะมีประสิทธิภาพในการรำแต่ละครั้ง ซึ่งสามารถแบ่งผู้เรียนตามวัยและบทร้องได้ดังนี้

          ผู้ที่มีอายุ 8-9 ปี เหมาะสมที่จะฝึกหัดศัพท์เฉพาะโนรา
          ผู้ที่มีอายุ 10-13 ปี เหมาะสมที่จะฝึกหัดศัพท์เฉพาะโนรา บทครูสอน และบทสอนรำ
          ผู้ที่มีอายุ 14 ปีขึ้นไป จะต้องมีความรู้ทักษะศัพท์เฉพาะโนราบทครูสอน บทสอนรำ และบทประถม พร้อมกับปฏิบัติได้อย่างเชี่ยวชาญ

ผู้ที่สนใจชื่นชอบสามารถและฝึกหัดจากศัพท์เฉพาะโนราบทครูสอน บทสอนรำ และบทประถม ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ง่ายและรวดเร็ว เพราะแต่ละประเภทจะมีบทร้องรวมถึงความหมายที่ประกอบสามารถศึกษาให้เข้าใจได้อย่างละเอียด เมื่อเรียนรู้แล้วสามารถนำท่าจากองค์ประกอบทั้ง 4 ประเภทไปใช้ในการรำเพลงโค รำเพลงนาด และรำท่าครูได้ การรำทั้ง 3 ประเภทนี้มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ การรำประกอบดนตรีไม่มีเนื้อร้องประกอบไปด้วยจังหวะสำคัญ 3 จังหวะคือ จังหวะเพลงโค จังหวะนาด และจังหวะท่าครู ซึ่งกระบวนการรำทั้ง 3 ประเภทนี้สามารถนำไปใช้ประกอบการรำบทอื่น ๆ ของโนราได้โดยเฉพาะในการรำของโนราแต่ละคนที่ใช้ในการรำเพื่อความบันเทิง การฝึกหัดพื้นฐานดังกล่าวจึงเป็นสิ่งสำคัญในการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์และต่อยอดในการรำแบบอื่นได้ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทประถมจำนวน 10 ท่ารำ ที่มีการเสริมให้ผู้รำมีโอกาสแสดงท่ารำได้เพิ่มเติมจากท่ารำเบื้องต้น สามารถสอดแทรกลีลาเพิ่มจังหวะและสมรรถภาพทางร่างกายได้อย่างอิสระจึงเป็นขั้นตอนการฝึกที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นการฝึกให้ทุกคนคิดออกแบบสร้างจินตนาการควบคู่กันไปในขณะมีการฝึกรำพื้นฐานขั้นสูง เช่น ลีลาการกระโดดท่ากวางหลากหลายจังหวะ การสอดแทรกอารมณ์หรือสร้างอารมณ์ชื่นชมออกมาทางใบหน้าและสายตา การเปล่งเสียงเลียนแบบธรรมชาติ เป็นการฝึกทักษะการแสดงหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นในการรำพื้นฐานของโนราผู้ที่ฝึกรำและปฏิบัติอยู่สม่ำเสมอ จึงมีทักษะ เอกลักษณ์ บุคลิกของโนราอย่างชัดเจน ความซาบซึ้งทั้งจิตและวิญญาณในการแสดงโนรา จึงได้รับการปลูกฝังมาอย่างเป็นระบบ การนำความรู้พื้นฐานโนราเบื้องต้นกลับไปถ่ายทอดก็จะสามารถนำไปใช้อย่างถูกต้อง เพราะการวางโครงสร้างการฝึกหัดที่ดีนาฏลักษณ์ของโนราจึงปรากฏชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง

ในการฝึกพื้นฐานโนราของสายตระกูลขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) จึงนับได้ว่าเป็นมรดกภูมิปัญญาเบื้องต้นที่มีคุณค่า ซึ่งครูโนราทุกคนได้ถ่ายทอดสืบต่อกันมาและการรู้จักจัดการระบบการศึกษา ศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนราอย่างเป็นระบบของอาจารย์ผู้รับผิดชอบในปัจจุบันที่สามารถสืบสาน ต่อยอดและเผยแพร่ได้อย่างมีคุณภาพและทรงคุณค่าเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาโนราไว้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรวางพื้นฐานให้กับผู้เรียนศิลปะการแสดงโนราทุกคนให้ได้รับองค์ความรู้พื้นฐานที่ดีและมีคุณภาพในการแสดงโนรา

ดังนั้นการแสดงโนรานาฏลักษณ์ชัดเจนจึงต้องเรียนรู้จากกระบวนการดังกล่าวตามที่ครูโนราได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ไว้ให้ การจัดรวบรวมองค์ความรู้เป็นเอกสารตำราและวีดิทัศน์ประกอบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ศิลปะการแสดงโนรามีการฝึกหัดและถ่ายทอดอย่างเป็นระบบได้ ซึ่งทำให้ทำรำท่าบท ดนตรี องค์ความรู้ และนาฏลักษณ์โนราเด่นชัด เข้มแข็ง ไม่สูญหายไปจากวัฒนธรรมการแสดงในวิถีชุมชนภาคใต้ที่มีความชื่นชอบศิลปะการแสดงโนราและที่ได้รับการปลูกฝังมาเป็นอย่างดี