
บทที่ 4
การรำบทสอนรำ
การรำบทสอนรำ เป็นบทรำที่มาจากการประพันธ์ของครูโนราใช้รำสืบทอดต่อกันมา มีปรากฏอยู่ในโนราทุกคณะเช่นเดียวกัน โดยปกติการรำจะมีผู้รำรวมกัน 2-4 คน มีการร้องสลับหรือซักถามใช้แสดงตามบทร้อง ซึ่งบทร้องจะสอนให้รู้จักการทรงตัว การยืน การหมุน ในการร่ายรำ พร้อมกับการรู้จักการวางมือในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ระดับไหล่ หน้า อก และศีรษะ นอกจากนี้เนื้อหายังปรากฏเป็นชื่อเกี่ยวกับบุคคลหรือตัวละครสำคัญในวรรณคดี เช่น พระพุทธเจ้า พระราม เป็นต้น บทร้องประกอบการรำจะใช้จังหวะเพลงทับมีการบรรเลงในรูปแบบเดียวกันตลอดทั้งบท ลักษณะ ของโครงสร้างบทร้อง จังหวะ “ปั๊บปั๊บ ปั๊บปั๊บ ตุ้งตุ้งตุ้งตุ้ง” คือจังหวะการตีทับ 4 ครั้ง และการตีกลอง 4 ครั้ง ต่อเนื่องกันของการรับ ในจังหวะการร้องวรรคแรกของแต่ละบท ซึ่งการตีกลองสลับการร้องรับจะแตกต่างจากบทครูสอนทั้งบทร้องต่อไปนี้
4.1 บทสอนรำ
ใบบางคณะจะมีบทเพิ่มเติมไปอีกซึ่งเป็นกลอน กลบทจะแตกต่างจากบทกล่าวมาคือ
___________________
1 เทียมบ่า หมายถึง ระดับบ่า
2 เทียมอก หมายถึง ระดับชายพก
3 ฝายอก หมายถึง แตะอก
4 มาลา หมายถึง แผ่ออก
5 กระเซียน หมายถึง ชื่อเฉพาะ
6 เสวย หมายถึง เปรียบเสมือน, คือ
7 ด้าว หมายถึง ที่
8น้าว หมายถึง ง้างออก
4.2 กระบวนการขับร้องบทสอนรำ
บทสอนรำ เป็นบทประกอบการรำอีกบทหนึ่งที่มีวิธีการขับร้องและรับที่ไพเราะของการเอื้อนเสียง และร้องประสานเสียงระหว่างผู้รำกับนักดนตรีหรือลูกคู่ สามารถศึกษาได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
(บท) สอนเอยสอนรำ ครูให้ข้ารําเทียมบ่า
โนรา (ร้อง) สอนเจ้าเอย สอนรำ ครูให้ขวัญเหอข้ารำ
ครูให้ข้ารำเทียมบ่า
ลูกคู่ (พร้อม) ครูให้ขวัญเหอข้ารำ รําข้าเห้อเทียมบ่า
ครูให้ข้ารำข้ารำ เทียมบ่า
ว่าครูให้ขวัญเห้อข้ารำ รําข้าเห้อเทียมบ่า
ว่าข้ารำเทียมบ่า
(บท) ปลดปลงลงมา จับสร้อยพวงมาลัย
โนรา (ร้อง) ไหนหล่าวปลดปลงลงมา ครูให้ขวัญเห้อข้ารำ
ครูให้ข้ารำเทียมพก
ลูกคู่ (พร้อม) ครูให้ขวัญเหอข้ารำ รําข้าเห้อเทียมพก
ครูให้ข้ารำข้ารำ เทียมพก ว่าครูให้ขวัญเห้อข้ารำ
รําข้าเห้อเทียมพก ว่าข้ารำเทียมพก
(บท) วาดไว้ฝายอก ยกเป็นแผนผาลา
โนรา (ร้อง) วาดไว้ฝายอก อ่อนี่วาดไว้ ฝายอก
ไหนยกขวัญเห้อเป็นแพน ยกเป็นแพนผาลา
ลูกคู่ (พร้อม) ไหนยกขวัญเหอเป็นแพน แพนข้าเอยผาลา
ไหนยกเป็นแพนเป็นแพนผาลา ว่าไหนยกขวัญเห้อเป็นแพน
แพนข้าเอยผาลา ว่าเป็นแพนผาลา
(บท) ยกสูงสูงเสมอหน้า เรียกช่อระย้าพวงดอกไม้
โนรา (ร้อง) ไหนหล่าวยกสูงเสมอหน้า สาวเห้อ.. นี่ยกสูงเสมอหน้า
เรียกช่อขวัญเห้อระย้า เรียกช่อระย้าพวงดอกไม้
ลูกคู่ (พร้อม) ว่าเรียกช่อขวัญเห้อระย้า ย้าข้าเห้อพวงดอกไม้
เรียกช่อระย้าระย้าพวงดอกไม้ ว่าเรียกช่อขวัญเห้อระย้า
ย้าข้าเห้อพวงดอกไม้ ว่าระย้าพวงดอกไม้
(บท) ปลดปลงลงมาใต้ ครูให้ข้ารำรำโคมเวียน
ลูกคู่ (พร้อม) ครูให้ขวัญเหอข้ารำ รำข้าเห้อโคมเวียน
ครูให้ข้ารำข้ารำ โคมเวียน ว่าครูให้ขวัญเห้อข้ารำ
รำข้าเห้อโคมเวียน ว่าข้ารำโคมเวียน
(บท) กนกรูปวาด วาดไว้ให้เหมือนกับรูปเขียน
ลูกคู่ (พร้อม) วาดไว้ขวัญเหอให้เหมือน วาดไว้ให้เหมือนกับรูปเขียน
ว่าวาดไว้ให้เหมือน ให้เหมือนกับรูปเขียน
ว่าวาดไว้ขวัญเห้อให้เหมือน วาดไว้ให้เหมือนกับรูปเขียน
ว่าให้เหมือนกับรูปเขียน
(บท) กนกโคมเวียน ท่ากะเชียนปาดตาล
ลูกคู่ (พร้อม) ว่ารําท่าขวัญเหอกะเชียน เชียนข้าเห้อปาดตาล
รำท่ากะเชียน กะเชียนปาดตาล
ว่ารําท่าขวัญเหอกะเชียน เชียนข้าเห้อปาดตาล
ว่ากะเชียนปาดตาล
(บท) ตัวฉันนี้เสวยนุช พระพุทธเจ้าห้ามมาร
ลูกคู่ (พร้อม) พระพุทธขวัญเหอ ธ เจ้า พระพุทธเจ้าห้ามมาร
พระพุทธ ธ เจ้า ธ เจ้าห้ามมาร ว่าพระพุทธขวัญเห้อ ธ เจ้า
พระพุทธเจ้าห้ามมาร ว่า ธ เจ้าห้ามมาร
(บท) ฉันนี่นงคราญ พระรามจะข้ามสมุทร
ลูกคู่ (พร้อม) พระรามขวัญเหอจะข้าม แก้วข้าเหอสมุทร
พระรามจะข้าม จะข้ามสมุทร ว่าพระรามขวัญเห้อจะข้าม
แก้วข้าเห้อจะข้ามสมุทร ว่าจะข้ามสมุทร
4.3 กระบวนท่ารำบทสอนรำ
สำหรับการอธิบายท่ารำนี้จะพิจารณาจากบทร้องตั้งแต่สอนเอยสอนรำจนถึงพระรามข้ามสมุทร วิธีการขับร้องจะเป็นแบบเดียวเหมือนกันหมดทุกวรรคและเป็นเนื้อหาบทร้องที่ปรากฏทุกคณะ ท่ารำมีจำนวน 24 ท่า ดังต่อไปนี้
1. ท่าสอนเอย 2. ท่าสอนรำ 3. ท่าเทียมบ่า 4. ท่าปลดปลงลงมา 5. ท่าขวัญเอยข้ารำ 6. ท่ารําเทียมพก 7. ท่าวาดไว้ 8. ท่าฝายอก 9. ท่ายกแพนผาลา 10. ท่ายกสูงเสมอหน้า 11. ท่าระย้าพวงดอกไม้ 12. ท่าปลดปลงลงมาใต้ 13. ท่าโคมเวียน 14. ท่ากนกรูปวาด 15. ท่ารูปเขียน 16. ท่ากนกโคมเวียน 17. ท่ากะเชียนปาดตาล 18. ท่าฉันนี้เสวยนุช (1, 2) 19. ท่าพระพุทธเจ้า 20. ท่าห้ามมาร 21. ท่าฉันนี้นงคราญ (1, 2) 22. ท่าพระราม 23. ท่าจะข้าม 24. ท่าข้ามสมุทร
ในแต่ละท่าจะอธิบายกระบวนการ และรายละเอียดท่ารำบทสอนรำ ดังต่อไปนี้
ท่ารำบทสอนรำ
1. ท่าสอนเอย

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะและใบหน้าก้มลง
2. ท่าสอนรำ

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะหันไปทางซ้ายเล็กน้อย เชิดหน้า
3. ท่าเทียมบ่า

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ แขนทั้งสองข้างยกขึ้นเฉียงข้างลำตัว พร้อมหักข้อมือ
ตั้งวง งอข้อศอกเล็กน้อย วงอยู่ระดับไหล่
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เท้าขวาอยู่ด้านหน้าปลายเท้าชี้ไปด้านขวา เท้าซ้ายวางหลังเปิดส้น พร้อมย่อเข่า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
4. ท่าปลดปลงลงมา

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา สายตามองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ ยกแขนข้างซ้ายขึ้นมาระดับใบหน้ากดมือจีบคว่ำลง
พร้อมงอข้อศอกดันศอกไปด้านข้าง ยกแขนขวาไปด้านข้าง
หักข้อมือตั้งวงเขาควาย
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เท้าขวาอยู่ด้านหน้าปลายเท้าชี้ไปด้านขวา เท้าซ้ายวางหลังเปิดส้น พร้อมย่อเข่าลง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
5. ท่าขวัญเอยข้ารำ

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะหันไปทางขวาเล็กน้อย เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา สายตามองไปทางขวามือตั้งวง
การใช้แขนและมือ แขนขวายกมาด้านหน้าระดับใบหน้าตั้งวงหน้า
แขนซ้ายจีบตะแคงใต้ข้อศอกขวา พร้อมกดมือจีบหักข้อมือเข้าหาลำตัว
การใช้ลำตัว เบี่ยงตัวไปทางขวาเล็กน้อย
การใช้ขาและเท้า เท้าซ้ายอยู่ด้านหน้าปลายเท้าชี้ไปด้านซ้าย เท้าขวาวางหลังเปิดส้น พร้อมย่อเข่าลง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
6. ท่ารําเทียมพก

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ ยกแขนทั้งสองข้างแนบลำตัวกันข้อศอก9 เล็กน้อย
พร้อมหักข้อมือตั้งวง อยู่ระดับชายพก
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เท้าทั้งสองข้างชิดกันปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า ยืนตรง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
9 กันศอก หมายถึง การยกแขนข้างใดข้างหนึ่งขึ้นให้บริเวณเหลี่ยมศอกของแขนที่งอพับเข้าหากันอยู่บริเวณข้างลำตัวระดับอก
.jpg)
8. ท่าฝายอก
.jpg)
9. ท่ายกแพนผาลา

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา สายตามองไปด้านหน้า
การใช้แขนและมือ แขนทั้งสองข้างยกตั้งวงเขาควายโดยให้ปลายนิ้วมือหันออกไปด้านข้างทั้งสองมือ
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เท้าขวายืนทรงตัว ย่อเข่า เท้าซ้ายยกขนานกับพื้น ส่งไปด้านข้างซ้าย
งอเข่าและส่งปลายขาซ้ายไปด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าขวา
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
10. ท่ายกสูงเสมอหน้า

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ แขนซ้ายยกขึ้นมาด้านหน้างอศอกให้ปลายแขนตั้งฉากระดับอกแบมือหงายขึ้น
แขนขวายกศอกยื่นมาด้านหน้าระดับอกซ้าย มือขวาแบบมีอหงายแตะใต้ศอก
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เท้าทั้งสองวางราบกับพื้น แยกขาออกย่อเข่าให้ขาได้ฉากขนานกับพื้น
ปลายเท้าชี้ออกด้านข้าง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว เก็บเท้าไปด้านหน้า
11. ท่าระย้าพวงดอกไม้

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ แขนทั้งสองข้างยกขึ้นมาระดับใบหน้า กดมือจีบทั้งสองข้างซ้อนกัน
แขนขวายกศอกยื่นมาด้านหน้าระดับอกซ้าย มือขวาแบบมีอหงายแตะใต้ศอก
มือขวาจีบไขว้บนมือซ้าย กันข้อศอกออกด้านข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า ขาขวาคุกเข่าตั้งลงกับพื้นตั้งเข่าซ้ายขึ้นตั้งฉาก ปลายเท้าแยกไปด้านซ้าย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าขวาและเท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว เก็บเท้าเคลื่อนไปทางด้านซ้าย หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ
12. ท่าปลดปลงลงมาใต้

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ ยกแขนซ้ายขึ้นมาระดับใบหน้ากดมือจีบคว่ำลง
พร้อมงอศอกกันศอกไปด้านข้าง ยกแขนขวาไปด้านข้างหักข้อมือตั้งวงเขาควาย
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า ขาขวาอยู่ด้านหน้าปลายเท้าชี้ไปด้านขวา ขาซ้ายวางหลังเปิดส้น พร้อมย่อเข่าลงมา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยกเท้าซ้ายวางหลัง พร้อมหมุนตัวไปด้านซ้าย
13. ท่าโคมเวียน

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองไปด้านหน้า
การใช้แขนและมือ ยกแขนทั้งสองขึ้นมาระดับหน้าอกพร้อมกันข้อศอกไปด้านข้าง
หักข้อมือตั้งวงหันปลายนิ้วเข้าหาลำตัว แขนขนานกับพื้น
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า ขาขวาอยู่ด้านหน้าปลายเท้าชี้ไปด้านขวา ขาซ้ายวางหลังเปิดส้น พร้อมย่อเข่าลง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ปลายเท้าซ้ายวางด้านหลัง หมุนไปด้านซ้าย
14. ท่ากนกรูปวาด

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา สายตามองฝ่ามือซ้าย
การใช้แขนและมือ ยกแขนข้างขวาขึ้นมาระดับหน้าอกพร้อมกดจีบลง กันข้อศอกไปด้านข้าง
แขนซ้ายยกขึ้นมาหงายฝ่ามือขึ้นโดยให้แขนทั้งสองข้างขนานกัน
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า ขาซ้ายอยู่ด้านหน้า ขาขวาวางหลังเปิดส้น พร้อมย่อเข่าลง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
15. ท่ารูปเขียน

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา สายตามองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ แขนขวายกขึ้นมาข้างลำตัว ตั้งวงเขาควาย
แขนซ้ายตึงกดมือจีบหงาย วางบนเข่าซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า งอเข่าขวาเล็กน้อยปลายเท้าชี้ไปทางด้านขวา
ขาซ้ายยกขึ้นตั้งฉากปลายเท้าขนานกับพื้น
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่ขาขวา
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
16. ท่ากนกโคมเวียน

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง
การใช้ทิศของสายตา สายตามองไปทางขวา มือตั้งวงด้านหน้า
การใช้แขนและมือ ยกแขนทั้งสองขึ้นมาระดับหน้าอกพร้อมดันข้อศอกไปด้านข้าง
หักข้อมือตั้งวงหันปลายนิ้วเข้าหาลำตัว แขนขนานกับพื้น
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เข่าชิดกัน ส้นเท้าชิด ปลายเท้าแยกออก
การใช้น้ำหนักของท่ารำ เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ก้าวเท้าซ้ายไปด้านหลัง หมุนไปด้านซ้ายรอบตนเอง
17. ท่ากะเชียนปาดตาล (ท่าที่ 1)

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ แขนซ้ายยกขึ้นมาข้างลำตัว งอข้อศอกตั้งฉากตั้งวงเขาควาย
มือแขนขวาตึง กดจีบหงายวางบนเข่าขวา
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า งอเข่าทั้งสองข้าง เท้าทั้งสองวางราบกับพื้น
แยกขาออกย่อเข่าให้ได้ฉากขนานกับพื้น โดยปลายเท้าชี้ออกด้านข้าง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยกขาซ้ายหันตัวไปด้านหลัง
17. ท่ากะเชียนปาดตาล (ท่าที่ 2)

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ แขนซ้ายยกขึ้นมาข้างลำตัวงอข้อศอก ตั้งวงเขาควาย
มือแขนขวาตึง กดจีบหงายวางบนเข่าขวา
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า งอเข่าทั้งสองข้าง เท้าทั้งสองวางราบกับพื้น แยกขาออกย่อเข่าให้ได้ฉาก
ขนานกับพื้น โดยปลายเท้าชี้ออกด้านข้าง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยกขาซ้ายหันตัวไปด้านหน้า
18. ท่าฉันนี้เสวยนุช (ท่าที่ 1)

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ ยกแขนขวาแนบข้างลําตัว กันข้อศอกเล็กน้อยพร้อมหักข้อมือ
ตั้งวงอยู่ระดับหน้าอก แขนซ้ายวางแนบลำตัว
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เท้าทั้งสองข้างชิดกันปลายชี้ไปข้างหน้า ยืนตรง
ปลายเท้าชี้ออกไปข้างหน้า งอเข่าทั้งสองข้าง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
18. ท่าฉันนี้เสวยนุช (ท่าที่ 2)

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ ยกแขนซ้ายขึ้นมาระดับใบหน้า กดมือจีบคว่ำลงพร้อมงอศอกดันศอกไปด้านข้าง
ยกแขนขวาไปด้านข้าง หักข้อมือตั้งวงเขาควาย
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เท้าขวาอยู่ด้านหน้าปลายเท้าชี้ไปด้านขวา
เท้าซ้ายวางหลังเปิดส้น พร้อมย่อเข่าลง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยกเท้าซ้ายวางหลัง พร้อมหมุนตัวไปด้านซ้าย
19. ท่าพระพุทธเจ้า

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะก้มลง ก้มหน้า
การใช้ทิศของสายตา สายตามองต่ำ
การใช้แขนและมือ ยกแขนทั้งสองข้างมาด้านหน้างอแขนระดับใบหน้า มือทั้งสองข้างหักข้อมือ
ฝ่ามือทั้งสองประกบในระดับใบหน้า
การใช้ลำตัว ลำตัวโค้งงอลง
การใช้ขาและเท้า เท้าขวาอยู่ด้านหน้า เท้าซ้ายวางหลังเปิดส้น พร้อมย่อเข่าลง
เท้าซ้ายวางหลังเปิดส้น พร้อมย่อเข่าลง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
20. ท่าห้ามมาร

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ ยกแขนขวาแนบลำตัวพร้อมหักข้อมือตั้งมาด้านหน้า
งอศอกขนานกับพื้น อยู่ระดับหน้าอก แขนซ้ายวางแนบข้างลำตัว
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เท้าทั้งสองข้างชิดกันปลายชี้ไปข้างหน้า ยืนตรง
ปลายเท้าชี้ออกไปข้างหน้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
21. ท่าฉันนี้นงคราญ (ท่าที่ 1)

การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้า
การใช้ทิศของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ ยกแขนขวาแนบลำตัว กันศอกเล็กน้อยพร้อมหักข้อมือตั้งวง
อยู่ระดับหน้าอกแขนข้างซ้ายวางแนบลำตัว
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง
การใช้ขาและเท้า เท้าทั้งสองข้างชิดกันปลายชี้ไปข้างหน้า ยืนตรง
ปลายเท้าชี้ออกไปข้างหน้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้การเคลื่อนไหว ยืนอยู่กับที่
21. ท่าฉันนี้นงคราญ (ท่าที่ 2)

การใช้ทิศของสายตา : มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ลำตัว : ลำตัวตั้งตรง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ : เท้าทั้งสองข้าง
22. ท่าพระราม

การใช้ทิศของสายตา : สายตามองต่ำ
การใช้ลำตัว : ลำตัวตั้งตรง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ : อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
23. ท่าจะข้าม

การใช้ทิศของสายตา : มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ลำตัว : ลำตัวตั้งตรง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ : อยู่ที่ขาขวา
24. ท่าข้ามสมุทร

การใช้ทิศของสายตา : มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ลำตัว : ลำตัวตั้งตรง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ : อยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การรำบทสอนรำจะเห็นพัฒนาการของการทรงตัวในการรำ การหมุน และเคลื่อนไหวรอบตนเอง และมีการรำประกอบร่วมกันหลายคน ท่ารำที่ใช้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าบทครูสอน จังหวะการร้องรับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและเพิ่มจังหวะตามลีลาของผู้รำ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการทรงตัวการวาดมือในระดับต่าง ๆ แล้วยังมีเรื่องราวและท่ารำเกี่ยวกับตัวละครอื่น ๆ สอดแทรกให้เกิดความรู้และจินตนาการมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปลูกฝังองค์ความรู้เพิ่มมากยิ่งขึ้นเพื่อก่อให้เกิดพัฒนาการในด้านการฝึกรำขึ้นสูงต่อไป
ในรูปแบบของการถ่ายทอดบทสอนรำ ทำให้เห็นถึงเทคนิคของการรู้จักวางมือในรูปแบบต่าง ๆ ของการฝึกรำ 2 รูปแบบ คือ
นับว่าเป็นรูปแบบของการฝึกหัดสร้างท่ารำที่สวยงามถูกต้องแม่นยำในท่าทางที่ฝึกปฏิบัติให้แก่ผู้ฝึกจากศัพท์เฉพาะโนราการรำบทครูสอนและการรำบทสอนรำ ซึ่งลักษณะการใช้ท่ารำ โครงสร้างของกระบวนการรำจะมีความใกล้เคียงและมีพัฒนาการร่ายรำต่อเนื่องกันไม่ซับซ้อน โดยการฝึกปฏิบัติจะขึ้นอยู่กับการฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอจนสามารถจดจำท่ารำและกระบวนการรำการร้องได้และองค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การฝึกปฏิบัติตามครูโนรานั้นมีการขับร้องพร้อมกับร้องรับไปกับดนตรีที่บรรเลง ดังนั้น ผู้ฝึกรำเบื้องต้นทุกคนจะต้องฝึกทักษะการร้องและรับไปพร้อมกับครูโนราทุกครั้ง เพราะเป็นการฝึกออกเสียงปรับคำร้องและจังหวะควบคู่ไปกับการรำ ซึ่งทำให้ผู้รำมีทักษะความเข้าใจในเรื่องดนตรีและจังหวะที่ถูกต้องชัดเจนไปพร้อมกัน โดยก่อให้เกิดทักษะรอบด้านอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้รำโนราทุกคนจะได้รู้วิธีการรำ การร้อง การร้องรับ และบรรเลงดนตรีไปพร้อม ๆ กันซึ่งเป็นลักษณะโดดเด่นของผู้รำโนราที่ได้เรียนรู้ทักษะของการฝึกเบื้องต้นที่ครบถ้วนสมบูรณ์
สำหรับบทสอนรำที่มีการสอนท่ารำและบทร้องเพิ่มเติมซึ่งแตกต่างไปจากบทดังกล่าว อันได้แก่ เอกลักษณ์ของการได้รับการถ่ายทอดที่แตกต่างกันในแต่ละสายตระกูลเป็นกระบวนการรำที่สอดแทรกจากบทเพิ่มเติมหลังจากการได้ฝึกรำในบทสอนรำพื้นฐานที่เป็นมาตรฐานแล้ว จึงเป็นองค์ความรู้ที่ได้รับถ่ายทอดจากครูโนรา ซึ่งถือได้ว่าเป็นองค์ความรู้ที่ทำให้ผู้รำแตกต่างกันในทักษะพื้นฐานบทสอนรำของแต่ละสายตระกูลนั่นเอง