Reading Room

โนรา รำพื้นฐาน สายตระกูลขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา)

ผลลัพธ์การค้นหา: "โนรา"

.



บทที่ 1
การพัฒนา การแสดงโนรา จาก “ภูมิปัญญาชาวบ้าน”
สู่การจัดการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา


ศิลปะการแสดงโนราที่ปรากฏโดยทั่วไปในภาคใต้เป็นการแสดงเพื่อประกอบพิธีกรรมและความบันเทิงของชุมชนสังคมที่ชื่นชอบในการแสดงประเภทนี้ ครูโนราแต่ละคณะมีการสืบทอดกันภายในสายตระกูล ครอบครัว และชุมชนใกล้เคียง มิได้เผยแพร่ไปยังสังคมชุมชนอื่นให้แพร่หลาย เพราะเป็นการแสดงที่ต้องอาศัยความชื่นชอบศรัทธาในครูโนราและเป็นการประกอบอาชีพด้านการแสดงอีกด้านหนึ่งที่ต้องอาศัยความสามารถ ทักษะ และความเลื่อมใสศรัทธา ชื่นชอบในศิลปินโนรา ศิลปะการแสดงโนราจะมีศาสตร์และองค์ความรู้หลากหลายที่สร้างประโยชน์แก่คนในชุมชนอาจารย์และนักวิชาการภาคใต้เล็งเห็นภูมิปัญญาและองค์ความรู้ที่เกิดประโยชน์และมีคุณค่าจึงได้นำครูโนรามาถ่ายทอดองค์ความรู้ในสถาบันการศึกษาเพื่อชุมชนโดยเฉพาะโรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยของภาคใต้ ซึ่งการจัดการด้านการศึกษาโนราดังกล่าว มีการศึกษาพัฒนาต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อดีตเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีครูโนราหลายท่าน แต่ในการศึกษาครั้งนี้จะขอกล่าวถึงครูโนรา 3 ท่าน คือ

1. โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) ระหว่าง พ.ศ. 2507 - 2515
2. โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ ระหว่าง พ.ศ. 2516 - 2538
3. โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ระหว่าง พ.ศ. 2541 - ปัจจุบัน

ซึ่งแต่ละท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนและการจัดการศึกษาโนราดังต่อไปนี้


1.1 การจัดการศึกษาโนรา โดยโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา)
      ระหว่าง พ.ศ. 2507 - 2515



โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) ถ่ายภาพร่วมกับโนราโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูสงขลา พ.ศ. 25085


โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) เป็นโนราอาวุโสที่มีชื่อเสียงของอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้มีบทบาทเข้ามาเป็นครูสอนโนราในโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูสงขลาเมื่อ พ.ศ. 2507 โดย ดอกเตอร์วิจิตร จันทรากูล รองอาจารย์ใหญ่ และอาจารย์ภิญโญ จิตต์ธรรม เป็นผู้ประสานงาน ลักษณะของการสอนและการจัดการ สมัยของโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) นี้จะสอนนักเรียนผู้หญิงล้วน ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูสงขลา โดยใช้การสอนในช่วงปิดภาคเรียนใหญ่ เป็นเวลา 10 วัน 10 คืน ที่อาคารเรียนของโรงเรียน นักเรียนที่เป็นกลุ่มสนใจที่ยังมิได้กลับไปอยู่ที่บ้าน ในช่วงแรกของการปิดเทอม โดยโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) จะนำลูกศิษย์อาวุโสและนักดนตรีของท่าน มาช่วยสอนในด้านการรำ เน้นการรำเป็นกลุ่มหรือเป็นหมู่ที่สวยงาม สอนรำตามครูในบทครูสอน บทสอนรำ บทประถม และรำทำบท เมื่อสอนเสร็จมีการสอดแทรกอบรมธรรมะประกอบไปพร้อม ๆ กัน ผู้รำจะเป็นนักเรียนผู้หญิงล้วน เมื่อครบ 10 วัน ตามโครงการฯ ผู้รำจะแสดงผลงานโดยการรำพร้อม ๆ กัน และได้รับเกียรติบัตรจบการศึกษาตามโครงการฯ เมื่อท่านขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) กลับไปจังหวัดพัทลุง อาจารย์ภิญโญ จิตต์ธรรม จะเป็นผู้ควบคุมดูแลนักเรียนรำโนราเนื่องในโอกาสต่าง ๆ โดยมีการบันทึกเทปคาสเซทไว้ใช้ประกอบการรำและประสานงานนักดนตรี โนราจอน เพ็ญจำรัส ตำบลปากรอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา มาร่วมบรรเลงประกอบเป็นบางครั้ง และเมื่อมีงานสำคัญจะเชิญโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) ลูกศิษย์อาวุโสและนักดนตรีมาร่วมแสดงและให้กำลังใจกับนักเรียนที่ร่วมแสดงอีกด้วยซึ่งมีกลุ่มนักเรียนที่มีความเชี่ยวชาญอย่างน้อย 12 คน เมื่อสิ้นปีการศึกษาแต่ละครั้ง โนราขุนอุปถัมภ์นรากร(พุ่ม เทวา) และคณะ ก็จะมาสอนในรูปแบบและวิธีการเดียวกันในแต่ละรุ่น ในการจัดการศึกษาดังกล่าวนั้น อาจารย์ภิญโญ จิตต์ธรรม ได้นำองค์ความรู้โนราพร้อมภาพท่ารำของโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และลูกศิษย์อาวุโส จัดทำหนังสือโนราพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2508 และมีการจัดพิมพ์ใหม่เป็นหนังสือโนรา (คติชาวบ้านอันดับ 11) พ.ศ. 2519 นับว่าเป็นเอกสารโนราที่มีคุณค่ายิ่ง


โนรา โรงเรียนสตรีฝึกหัดครู สงขลา6
(ที่มา : ภิญโญ จิตตธรรม, 2510)



1.2 การจัดการศึกษาโนรา โดยโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์
      ระหว่าง พ.ศ. 2516 - 2538



โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์
(ที่มา : ปรีชา นุ่นสุข, 2537)


โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ ได้มาร่วมฝึกหัดโนราที่วิทยาลัยครูสงขลา ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 ซึ่งเป็นการนำนักศึกษาหญิงและนักศึกษาชายมาเรียนร่วมกัน และเปลี่ยนโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูสงขลา เป็นวิทยาลัยครูสงขลา โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) มาฝึกเช่นเดิมในช่วงปิดภาคเรียนเป็นเวลา 10 วัน 10 คืน โดยรองศาสตราจารย์ภิญโญ จิตต์ธรรม ได้มอบหมายให้ในราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ เป็นผู้ดูแลแทนประกอบกับในช่วงระยะดังกล่าว โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) อายุมากขึ้นทำให้การเดินทางมาสอนลำบาก โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ ซึ่งได้ฝึกโนราแบบดั้งเดิมจากการฝึกอบรมดังกล่าว 1-2 ครั้ง จึงปรับเปลี่ยนแผนการฝึกหัดเพื่อให้ได้ความรู้อย่างจริงจัง คือ ฝึกแบบตัวต่อตัว หลังจากโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) เสร็จสิ้นการฝึกนักศึกษาแบบรวมกลุ่มแล้วในแต่ละคืน โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ และลูกศิษย์ที่สนใจเฉพาะกลุ่มได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และศิษย์แต่ละท่านที่มาช่วยสอนเมื่อจบการฝึกอบรมครูโนราจะมีการมอบเกียรติบัตรพร้อมกับทำพิธีครอบเทริดให้ และมีการแสดงเป็นเรื่องหรือแสดงโนราชุดพิเศษที่ลูกศิษย์ไม่ค่อยได้เห็นการแสดงจริงมาแสดงให้ดู หลังจากนั้นโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และศิษย์ถ่ายทอดความรู้ทุกอย่างให้กับโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ และศิษย์สืบทอดการแสดงโนรา ในต่อมามีการจัดตั้งเป็นคณะโนราวิทยาลัยครูสงขลา โดยมีโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์เป็นหัวหน้าคณะ



หลังจากจบการฝึกอบรม โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และศิษย์
ร่วมแสดงโนราชุดพิเศษให้กับลูกศิษย์ได้ชม8
(ที่มา : ชนินทร์ มูลสังข์, 2523)


การเรียนการสอนโนราในยุคสมัยโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ จะสอนโนราในชุมนุมโนราช่วงคาบกิจกรรมเฉพาะวันพุธ แต่มิได้เรียนสม่ำเสมอเนื่องจากเวลาเรียนน้อยเกินไป โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ จึงจัดสอนโนราเพิ่มเติมในวันเสาร์ตลอดทั้งวันที่ว่างเว้นจากการแสดงโนราและใช้ทักษะความรู้ความสามารถของศิษย์ที่เรียนยุคสมัยโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) มาเป็นตัวอย่างและรำประกอบ ซึ่งศิษย์เก่าแต่ละคนนั้นจะมีความรู้และทักษะเฉพาะทางเป็นของตนเอง การสอนของโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ คือ สอนบทครูสอน บทสอนรำ บทประถมอันเป็นบทพื้นฐาน เมื่อฝึกซ้อมจนเห็นว่ามีทักษะแล้วจึงนำมารำประกอบกับคณะโนราวิทยาลัยครูสงขลาคือรำกลุ่มใหญ่ในบทประถม เมื่อมีทักษะในการร้อง มีปฏิภาณไหวพริบก็จะนำมารำทำบทกับรุ่นพี่ และเมื่อมีประสบการณ์เชี่ยวชาญจึงได้มาร่วมรำกับโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ ตามลำดับ ซึ่งการฝึกหัดโดยทั่วไปจะฝึกหัดในช่วงปิดภาคเรียนใหญ่ ดังนั้นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จะได้ฝึกตลอดทั้งปี และมีโอกาสแสดงเมื่อศึกษาในชั้นปีที่ 2 หรืออาจจะมีโอกาสแสดงเมื่ออยู่ปลายชั้นปีที่ 1 หรืออาจารย์นำมาฝึกเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษกับรุ่นพี่เมื่อมีการแสดงในวิทยาลัยครูสงขลาหรืองานของหน่วยงานสถาบันต่าง ๆ นักศึกษาจะมีทักษะในการแสดงสมบูรณ์พร้อมเมื่อมีโอกาสได้ร่วมแสดงโนรากับคณะโนราวิทยาลัยครูสงขลา ซึ่งกระบวนการรำ การร้อง หรือการแสดงประเภทต่าง ๆ จะเป็นองค์ความรู้ดั้งเดิมที่ได้ถ่ายทอดมาโดยมิได้ตัดทอนในการแสดง ดังนั้น การเรียนรู้จึงมีเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกจากอาจารย์เท่านั้น



โนรา นักศึกษาวิทยาลัยครูสงขลา9
(ที่มา : สยามแกลเลอรี่ โปสเตอร์, 2529)



โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ และศิษย์วิทยาลัยครูสงขลา10
(ที่มา : อภินันท์ บัวหภักดี, 2527)


เมื่อมีการเปิดการศึกษาภาคสมทบในระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง มีการเปิดวิชาโนราเป็นวิชาโทให้นักศึกษาเลือกเรียนในภาคสมทบสำหรับผู้ที่มีความสนใจศึกษา โดยมีวิธีการสอนนอกจากปฏิบัติกับครูผู้สอนและนักดนตรีแล้ว ยังได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกทักษะด้วยตนเองจากเทปบันทึกเสียงของวิทยาลัยครูสงขลา โดยฝึกหัดเมื่อยามว่างเพื่อเป็นการฝึกทบทวน ต่อมาเมื่อการเปิดสอนหลักสูตรนาฏศิลป์และการละคร ณ วิทยาลัยครูสงขลามีการศึกษาวิชานาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ซึ่งเรียนวิชาระบำรำฟ้อนพื้นเมืองภาคใต้ จึงได้สอดแทรกวิชาโนราให้ศึกษา แต่ยังไม่มีรายวิชาและหน่วยกิตที่เป็นหลักสูตรชัดเจน การเรียนการสอนโนราจะมีการเรียนการสอนถ่ายทอดในกลุ่มใหญ่จากชุมนุมโนราที่มีการจัดตั้งกันมาทุกปี ดังนั้น นักศึกษาทุกสาขาวิชาที่ชื่นชอบการแสดงโนรา ในช่วงปิดภาคเรียนก็สามารถร่วมฝึกหัดได้ ซึ่งในแต่ละปีการศึกษาจะมีผู้เข้าอบรมจำนวนไม่น้อยกว่า 30 คน แต่จะเหลือผู้สนใจที่อดทนและร่วมกิจกรรมได้ในแต่ละรุ่นอย่างน้อย 5 คน การฝึกแต่ละครั้งผู้ที่จบการศึกษาก็จะไปเป็นครูผู้สอนในวิชาต่าง ๆ ถ้ามีความรู้ด้านโนรา และสนใจจะถ่ายทอดในระดับต่าง ๆ ก็จะค้นคว้าหาวิธีฝึกซ้อมถ่ายทอดด้วยทักษะและประสบการณ์ของตนเอง โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ ได้สืบทอดและถ่ายทอดการแสดงโนราตั้งแต่ พ.ศ. 2513 ถึง พ.ศ. 2538 จนเกษียณอายุราชการ ระยะเวลาการทำงาน 25 ปี และท่านได้เรียบเรียงองค์ความรู้โนราด้านบทร้องและพิธีกรรมต่าง ๆ จัดทำเป็นหนังสือโนรา เพื่อเผยแพร่แก่นักศึกษาและบุคคลรทั่วไปที่สนใจได้ศึกษาค้นคว้า



โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ และศิษย์11
(ที่มา : โนราโรงครู มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา, 2553)


1.3 การจัดการศึกษาโนรา โดยโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์
      ระหว่าง พ.ศ. 2541 - ปัจจุบัน



การสาธิตและประชุมปฏิบัติการ การแสดงพื้นบ้านในอาเซียน พ.ศ. 255812
(ที่มา : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, 2558)


โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ เข้ามาเป็นอาจารย์และสอนโนราในปี พ.ศ. 2541-2548 ในวิชานาฏศิลป์พื้นบ้าน ภาควิชานาฏศิลป์และการละคร คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัยครูสงขลา มีการสอนวิชาโนราเป็นวิชาบังคับ ให้กับนักศึกษาวิชาเอกนาฏศิลป์และการละคร และในขณะเดียวกันก็สอนวิชาโนราให้กับนักศึกษาทั่วไปที่เลือกชุมนุมโนรา นักศึกษาที่เลือกโดยส่วนมากจะเป็นนักศึกษาเอกการประถมศึกษาและวิชาเอกภาษาไทย โดยเลือกเป็นกิจกรรมพิเศษที่ช่วยเสริมให้มีประโยชน์กับวิชาเอโดยมีอาจารย์วิชาเอกภาษาไทยและวิชาเอกการประถมศึกษาเป็นผู้แนะนำวางแผนให้กับนักศึกษา โดยฝึกอบรมใช้เวลา 7 วัน 7 คืน จัดในช่วงปิดภาคเรียน ดังนั้นจึงมีนักศึกษาอย่างน้อย 3 กลุ่มที่สนใจการแสดงโนรา การเรียนการสอนจะเป็นการถ่ายทอดในบทครูสอน บทสอนรำ บทประถม และการรำทำบทให้กับนักศึกษาที่สนใจพิเศษ และยังมิได้มีการจัดตั้งเป็นคณะโนรา วิทยาลัยครูสงขลา เนื่องจากทักษะความพร้อมของอาจารย์ผู้สอนและนักดนตรียังไม่เพียงพอ แต่มีกิจกรรมการแสดงเป็นชุดสั้น ๆ ตามโอกาสของหน่วยงานและชุมชนสังคม



โนรานักศึกษา วิทยาลัยครูสงขลา13
(ที่มา : ชมรมโนรา วิทยาลัยครูสงขลา, 2542)


พ.ศ. 2547 ได้มีการจัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา มีการจัดการศึกษาเกี่ยวกับวิชาศิลปะการแสดง โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ได้รับการประสานงานจากอาจารย์มหาวิทยาลัยทักษิณให้มาเปิดหลักสูตรศิลปะการแสดง โดยนำองค์ความรู้ด้านการแสดงโนราที่ได้รับการถ่ายทอดจากครูโนราซึ่งมีประโยชน์และคุณค่า สามารถถ่ายทอดให้กับผู้ที่สนใจการศึกษาศิลปะการแสดงโนราอย่างเป็นระบบได้ภายในระยะเวลาศึกษา 4 ปี โดยมีการศึกษาพื้นฐานที่สำคัญให้ได้องค์ความรู้ด้านโนราที่สมบูรณ์แบบ เช่น การรำบทครูสอน บทสอนรำ บทประถม รำสิบสองท่า การรำเพลงโค การรำท่าครู การร้องรับในแต่ละบท การฝึกทักษะการบรรเลงดนตรี เมื่อมีความรู้เพียงพอก็รำท่าบทสีโต ผันหน้า และเพลงทับเพลงโทนแบบต่าง ๆ และยังฝึกการประพันธ์ขับร้องกลอน และฝึกการรำเฉพาะทางที่แสดงบทบาทความรู้ความสามารถของการเป็นศิลปินโนรา เช่น รำคล้องหงส์แทงจระเข้ เพลงปี่ รำยั่วทับ เฆี่ยนพราย เหยียบลูกมะนาว ประกอบพิธีกรรม และการสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงจากโนรา มีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมในการแสดงโนรา และความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์ เพื่อให้ภูมิใจในศิลปะการแสดงโนรา

การเรียนการสอนโนราในปัจจุบัน โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ยังคงสอนวิชาโนราให้กับนิสิตสาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา ในชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2 ซึ่งเป็นวิชาบังคับเรียนของนิสิตสาขาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ นิสิตทุกคนจะต้องเรียนวิชาโนราพื้นฐานคือ การรำบทครูสอน บทสอนรำ บทประถมและเรียนวิชาการรำโนราสิบสองท่า แบบฉบับโนราท่านขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา)



การเรียนการสอนโนรา ของนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา14
(ที่มา : วีระเดช ทองคำ, 2551)



การฝึกปฏิบัติโนรา ของนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา15
(ที่มา : วีระเดช ทองคำ, 2551)


ในส่วนของการสอนโนราสำหรับนิสิต ชั้นปีที่ 3 และ ชั้นปีที่ 4 ซึ่งเลือกวิชาเอกโนรา ต้องมีความรู้ด้านศิลปะการแสดงโนรารอบด้านเพื่อออกไปประกอบอาชีพศิลปินโนราหรือเป็นครูสอนโนราตามสถานศึกษาต่าง ๆ และปฏิบัติหน้าที่เป็นครูผู้สอนหรือวิทยากรโนราให้กับสถาบันการศึกษา หรือชุมชน ที่ต้องการการเรียนรู้ ถ่ายทอดการแสดงโนราแบบฉบับขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) ให้กับเยาวชนทุกระดับโดยให้หน่วยงานและชุมชนที่ต้องการเป็นผู้ดำเนินการ จัดทำโครงการเข้าค่ายฝึกอบรมต่อเนื่องกันอย่างน้อย 5 วันในการฝึกอบรมแต่ละครั้ง และอาจจะดำเนินการเป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมด้านสาขาศิลปะการแสดงเอง รวมถึงการแสดงโนราเพื่อความบันเทิงให้กับชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีกิจกรรมการแสดงโนราพร้อมกับนำศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันมาแสดงร่วมกัน เช่น งานบวช งานประจำปี งานศพ งานแต่งงาน ในอำเภอและจังหวัดใกล้เคียง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 – 2560 มีการนำภูมิปัญญาโนราเข้าสู่สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่ผลิตโนราเพื่ออนุรักษ์และพัฒนานำภูมิปัญญาด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีกด้านหนึ่งมารับใช้สังคมได้อย่างกว้างขวางและเป็นการจัดการศึกษาการแสดงโนราให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นการนำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาใช้ให้เกิดการยอมรับในวงวิชาการระดับท้องถิ่น ระดับสังคม และระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น



สอนโนราให้กับนักเรียนโรงเรียนมะรือโบตก จังหวัดนราธิวาส16
(ที่มา : วาสนา วงศ์จีน, 2554)



สอนโนราให้กับเยาวชน ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง, พ.ศ. 255517
(ที่มา : วรจิต สายแก้ว, 2555)



1.4 การบันทึกท่ารำครูโนราในอดีตการเรียนการสอนโนราในสถาบันการศึกษา


เพื่อให้การเรียนการสอนโนรามีประสิทธิภาพหรือเกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ จึงควรมีการบันทึกประกอบเป็นหนังสือเพื่อเผยแพร่ สำหรับท่ารำของครูโนราทั้งสามท่านนั้นได้มีการบันทึกท่ารำไว้เช่นเดียวกัน คือ

1. โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) ได้มีการบันทึกท่ารำพร้อมกับการบอกชื่อท่ารำเบื้อ ในบทครูสอน บทสอนรำ และบทประถม ลงในหนังสือโนราของรองศาสตราจารย์ภิญโญ จิตต์ธรรม พ.ศ. 2508 และ พ.ศ. 2519

2. โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ ได้มีการบันทึกท่ารำพร้อมกับการบอกท่ารำในบทครูสอน สอนรำ และบทประถม ลงในหนังสือลักษณะไทย เล่มที่ 3 จัดทำโดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด มหาชน กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2541

3. โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ได้มีการบันทึกท่ารำบางส่วน ในบทสิบสองลงในหนังสือโนรา ของสถาบันทักษิณคดี บอกชื่อท่ารำ โดยอาจารย์พิทยา บุษรารัตน์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันทักษิณคดีศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2556

จากภาพบันทึกท่ารำบทครูสอน บทสอนรำ บทประถม และรำสิบสองท่า ในอดีตสามารถศึกษาได้จากภาพต่อไปนี้

1. โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และศิษย์


     

     


2. โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์


ท่าแม่บท (ครูสอน, สอนรำ, ท่าประถม)22
(ที่มา : ลักษณะไทย เล่มที่ 3, 2541)


3. โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์



โนราผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์23
(ที่มา : พิทยา บุษรารัตน์: 2556)


จากภาพท่ารำของครูโนราในอดีตจะเห็นได้ว่าเป็นการศึกษาไปในทิศทางเดียวกัน คือ การศึกษาท่ารำและชื่อของท่ารำ สำหรับการศึกษาเกี่ยวกับการฝึกหัดเบื้องต้น การอธิบายท่ารำแต่ละท่ายังไม่ปรากฏซึ่งองค์ความรู้เกี่ยวกับท่ารำการฝึกหัดรำแต่ละบท จะเป็นรายละเอียดที่สำคัญอย่างหนึ่งที่สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ต่อไปอีก

ดังนั้นการจัดการศึกษาด้านการแสดงโนราในสถาบันการศึกษาจึงนับได้ว่ามีการนำองค์ความรู้และแนวทางการจัดการสอนของครูโนราในอดีตมาพัฒนาให้มีระบบมากยิ่งขึ้นตามรูปแบบของการศึกษาในปัจจุบัน ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาองค์ความรู้แบบดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุด โดยจัดข้อมูลองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ ให้สามารถนำมาสอนเพื่อสืบทอดได้ ในขณะเดียวกันสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพหรือจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาในระดับต่าง ๆ ได้ การจัดการศึกษาของสถาบันศึกษาจะต้องมีความพร้อมของบุคลากรในทุกด้าน ตั้งแต่ครูโนรา นักดนตรี สถานที่จัดการเรียนการสอนและแนวทางในการสร้างประสบการณ์การแสดงแก่ผู้เรียน พร้อมกับการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาสร้างสรรค์ร่วมกับศาสตร์การแสดงอื่น ๆ ซึ่งผู้รับผิดชอบด้านการจัดการเรียนการสอนโนราจะต้องสังเกตบริบทวิถีชีวิตสังคมเพื่อจัดการศึกษาให้สอดคล้องเกิดประโยชน์ แต่ในขณะเดียวกันจะต้องอนุรักษ์ความมีคุณค่า เอกลักษณ์โนราในสถานศึกษาให้เข้มแข็ง ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากแนวทางจัดการองค์ความรู้ของครูโนราในอดีตอันจะมีผลทำให้ภูมิปัญญาความรู้ด้านการแสดงโนรามีประโยชน์ต่อการเรียนการสอน และการจัดการศึกษาในปัจจุบัน