Reading Room

ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2564

คำประกาศเกียรติคุณ นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย - โขน ละคร ) พุทธศักราช ๒๕๖๔ นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง เกิดวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๔ ที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันอายุ ๗๐ ปี เมื่อเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนนาฏศิลป์ หรือวิทยาลัยนาฏศิลปในปัจจุบัน สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย โขนพระ ได้รับการคัดเลือกจาก ครูผู้ใหญ่ให้ฝึกหัดเป็นตัวโขนพระ และได้มีโอกาสเรียนกับครูผู้ใหญ่ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทยหลายท่าน ครูโขน อาทิ ครูวงศ์ ล้อมแก้ว ครูอาคม สายาคม ครูอุดม อังศุธร ครูธงไชย โพธิยารมณ์ ครูเสรี หวังในธรรม ครูทองสุก ทองหลิม ครูสมบัติ แก้วสุจริต ครูประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ครูจตุพร รัตนวราหะ และครูละคร อาทิ ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ครูลมุล ยมะคุปต์ ครูเฉลย ศุขะวณิช ครูจำเรียง พุธประดับ ครูสุวรรณี ชลานุเคราะห์ ครูปราณี สำราญวงศ์ ครูศิริวัฒน์ ดิษยนันท์ ครูอบเชย กลีบโกมุท ครูนิตยา จามรมาร ครูประพิศพรรณ ศรีเพ็ญ ครูสุนทรี กองทรัพย์โต ครูอิงอร ศรีสัตตบุษย์ ครูนพรัตน์ หวังในธรรม ครูเวณิกา บุนนาค ครูรัตติยะ วิกสิตพงศ์ ครูนฤมัย ไตรทองอยู่ ครูรติวรรณ กัลยาณมิตร และคณาจารย์อีกหลายท่านซึ่งได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง ได้มีความวิริยะอุตสาหะ พากเพียรในการพัฒนาฝีมือจนเป็นศิลปินและครูที่มีความรู้ ความสามารถ รอบตัวที่เป็นเลิศ สามารถเก็บรายละเอียดของท่วงทีลีลาท่ารำจากครูบาอาจารย์ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ อ่อนช้อย สวยงาม สง่าสม บทบาททั้งการแสดงโขน ละคร อีกทั้งมีลักษณะเฉพาะของตน จนเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการนาฏศิลป์ เป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้ชม และ เป็นต้นแบบให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เรียนโขนละคร โดยทำการแสดงครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ ขณะอายุได้ ๑๑ ปี ตลอดระยะเวลา ๑๑ ปีที่ศึกษาอยู่ ณ โรงเรียนนาฏศิลป์ นายไพฑูรย์ เข้มแข็งได้รับการคัดเลือกให้ฝึกหัดเป็นตัวโขนพระ มีโอกาสเรียนกับครู คณาจารย์ อาจารย์ผู้ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทยหลายท่าน ซึ่งได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ นอกเหนือจากการได้รับโอกาสเข้าศึกษาโรงเรียนนาฏศิลป กรุงเทพ นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง ยังได้รับโอกาสเข้าร่วมกับคณะศิลปิน รุ่นเยาว์ เป็นกลุ่มศิลปินที่อยู่ในอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า พระองค์ชายกลาง โดยมีครูเสรี หวังในธรรม และครูนพรัตน์ หวังในธรรม เป็นผู้ดูแลขณะศึกษา นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง ได้มีโอกาสรับเลือกให้แสดงเป็นตัวเอก หรือนายโรงในการแสดงสำคัญอยู่เสมอ ๆ โดยตลอดทั้งชีวิตได้อุทิศตนให้กับการแสดงและการสอนนาฏศิลป์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลากว่า 50 ปี มีผลงานการแสดงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลงานการแสดงหน้าพระที่นั่งถวายพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเชื้อพระวงศ์หลายครั้ง เป็นการแสดงโขน ละครรำแบบดั้งเดิม และที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ อีกทั้งมีผลงานที่ได้สร้างสรรค์ในรูปแบบเชิงอนุรักษ์และเชิงพัฒนา ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน อาทิ ครูรัจนา พวงประยงค์ ครูประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ครูจตุพร รัตนวราหะ ครูรัตติยะ วิกสิตพงศ์ รองศาสตราจารย์ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ และคณาจารย์ในวิทยาลัยนาฏศิลปอีกหลายท่านในรูปแแบบเชิงอนุรักษ์และเชิงพัฒนา อาทิ การแสดงเทพเทวะ เรื่องพระตรีมูรติ แห่งสิริมงคลการแสดงชุดเสกสมรสสีดาราเมศ และรำบวงสรวงชุดนารายณ์พงศ์วงศ์อโยธยา นอกจากนี้ ยังเป็นผู้สร้างสรรค์ท่ารำ พระราม พระลักษมณ์ให้กับโขนพระราชทาน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ปัจจุบันนายไพฑูรย์ยังคงเพียรพยายามเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านนาฏศิลป์ไทยให้กับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เป็นวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิในการคัดเลือกตัดสินการประกวดนาฏศิลป์ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างอันดีแก่สังคม ทั้งการศึกษาและ อาชีพศิลปิน ถือว่าเป็นผู้มีคุณูปการทางด้านการแสดงโขนและการแสดงละครไทยอย่างแท้จริง นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง จึงสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย - โขน ละคร) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ประวัติชีวิตและผลงาน นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย - โขน ละคร) พุทธศักราช ๒๕๐๔ “อ่อนน้อมถ่อมตน งามทั้งบนเวทีและหลังเวที" K. (นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง) นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๔ ที่ตำบลบางไทร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันอายุ ๗๐ ปี ประวัติการศึกษา พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๐๔ : โรงเรียนศรีบางไทร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนสําเร็จการศีกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๐๕ - ๒๕๑๐ : โรงเรียนนาฏศิลป กรุงเทพมหานคร วิชาเอกนาฏศิลป์ไทย สาขาโขนพระ และสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรนาฏศิลป์ชั้นต้น พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๕ : ประกาศนียบัตรนาฏศิลป์ชั้นกลาง วิชาเอกนาฏศิลป์ไทย สาขาโขนพระ พ.ศ. ๒๕๒๔ - ๒๕๔๕ : ประกาศนียบัตรนาฏศิลป์ชั้นสูง วิชาเอกนาฏศิลป์ไทย สาขาโขนพระ แสดงบทบาทพระราม (กุมาร) งานต้อนรับกษัตริย์แห่งมาเลเซีย ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน ปราบกากนาสูร ผู้ประกาศรายการแสดงของโรงเรียนนาฏศิลป ณ สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม โดยมีคุณก๋าธร สุวรรณศิริ เป็นผู้กำกับ การทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในทําแหน่งศิลปินจัตวา แผนกนาฏศิลป์ กองการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ภาพฝึกซ้อมขณะกำลังศึกษาในระดับชั้นกลาง เพลงช้าปี ร่วมกับอาจารย์ศุภชัย จันทร์สุวรรณ (ศิลปินแห่งชาติ) ในการแสดงโขนของวิทยาลัยนาฏศิลป การสาธิตท่าของตัวโขนพระ ประกอบวิทยานิพนธ์ “จารีตการฝึกหัด การแสดงโขนของตัวละครพระราม พ.ศ. ๒๕๒๐ - ๒๕๒๑ : ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.) สาขานาฏศิลป์ไทย คณะนาฏดุริยางค์ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา (สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร) พ.ศ. ๒๕๓๕ - ๒๕๓๗ : ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.) ภาควิชานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๗ พ.ศ. ๒๕๖๒ : ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ นาฏศิลป์การละครไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร : ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ นาฏกรรมไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประ3การทำางาน 11 tab พ.ศ. boots ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งศิลปินจัตวา แผนกนาฏศิลป์ กองการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ : ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งครูตรี วิทยาลัยนาฏศิลป กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๗ - ๒๕๖๐ : ครูตรี วิทยาลัยนาฏศิลป กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๒๑ - ๒๕๒๖ : อาจารย์ ๑ ระดับ ๓ วิทยาลัยนาฏศิลป กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๒๓ - ๒๕๒๕ : อาจารย์ ๑ ระดับ 4 วิทยาลัยนาฏศิลป กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๒๖ - ๒๕๒๖ : อาจารย์ ๑ ระดับ 4 วิทยาลัยนาฏศิลป กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๒๗ - ๒๕๓๐ : อาจารย์ ๑ ระดับ 5 วิทยาลัยนาฏศิลป กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๙ - ๒๕๕๓๖ : อาจารย์ 6 ระดับ ๒ วิทยาลัยนาฏศิลป กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร รับตำแหน่งหัวหน้าหมวด วิชานาฏศิลป์โขน วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๗ - ๒๕๕๔ : อาจารย์ ๒ ระดับ ๒ วิทยาลัยนาฏศิลป กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร - ได้รับตำแหน่งหัวหน้าภาควิชานาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร เริ่มผู้อ่านโองการในการประกอบพิธีไหว้ครูทางด้านนาฏศิลป์โขน-ละครให้กับ พ.ศ. ๒๕๓๗ พ.ศ. ๒๕๔ หน่วยงานต่างๆ พ.ศ. ๒๕๔๕ - ๒๕๔๖ : อาจารย์ ๓ ระดับ 4 วิทยาลัยนาฏศิลป์ กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๔๗ - ๒๕๔๘ : ครูชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยนาฏศิลป์ กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๔๙ - ๒๕๕๔ : ครูชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยนาฏศิลป กองศิลปศึกษา กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๖๒ : ดำรงตำแหน่งผู้อ่านโองการในการประกอบพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์โขน - ละคร ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ : ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม : อาจารย์พิเศษ สาขานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม : อาจารย์พิเศษ สาขานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : อาจารย์พิเศษ สาขาวิชานาฏกรรมไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย รามคําแหง : อาจารย์พิเศษ สาขานาฏศิลป์และการแสดง คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา : อาจารย์พิเศษ สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร : คณะกรรมการหลักสูตร สาขานาฏศิลป์และการละคร คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร : คณะกรรมการและครูผู้ฝึกสอนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ : ครูผู้ฝึกสอนโขน มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ภาพขณะปฏิบัติการเรียนการสอน คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ในปัจจุบัน ภาพขณะปฏิบัติการเรียนการสอน วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ในปัจจุบัน ภาพขณะฝึกซ้อมการแสดงชมรมโขนรามคําแหง มหาวิทยาลัยรามคําแหง พ.ศ. ๒๕๖๔ : ภาพขณะการฝึกซ้อมการแสดงโขนพระราชทาน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ : ผู้กำกับและครูผู้ฝึกสอนโขน ชุมนุมโขนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - ผู้กำกับและครูผู้ฝึกสอนโขน สถาบันคึกฤทธิ์ : ผู้กำกับและครูผู้ฝึกสอนโขน ชมรมโขนรามคำแหง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ครูสอนนาฏศิลป์ โขน ละคร ให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน : ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป : อาจารย์พิเศษสาขานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ : อาจารย์พิเศษสาขานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : อาจารย์พิเศษ สาขาวิชานาฏกรรมไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย รามคำแหง : ครูผู้ฝึกสอนโยน สถาบันคึกฤทธิ์ ชมรมโขนรามคำแหง มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง : คณะกรรมการและครูผู้ฝึกสอนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ : ครูผู้ประกอบพิธีไหว้ครูโขน-ละคร เช่น ชมรมโขนรามคำแหง คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาลัยนาฏศิลป ส่วนภูมิภาค ธนาคารกรุงเทพ (สาขา สำนักงานใหญ่) สถาบันคึกฤทธิ์ สยามนิรมิตโชว์ (ภูเก็ต) การสร้างสรรค์ผลงาน ได้สร้างสรรค์ผลงานทั้งทางด้านโขน ละคร และการแสดงระบำ รำ ฟ้อน ในการแสดงโขน นายไพฑูรย์ ได้มีลีลาที่เป็นเอกลักษณ์ในการแสดง ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับทั้งในวงการและผู้ชมว่าเป็นพระราม ที่ทำได้งามดีสมบทบาท ด้วยการคงท่ารำที่ได้รับการถ่ายทอดบทพระรามจากนายอุดม กุลเมธพนธ์ (อังศุธร) และนายธงไชย โพธิยารมย์ และเสริมแต่งลีลาบางประการที่ได้ตกผลึกมาจากประสบการณ์ในการแสดง ทั้งโขนและละครมาตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงปัจจุบันที่มากกว่า ๖๐ ปี เกิดเป็นเอกลักษณ์ของพระรามเฉพาะตัว และ สามารถสร้างสรรค์ท่ารำให้มีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่มารับการถ่ายทอดบางประการให้มีเอกลักษณ์ สวยงาม เหมาะสม เฉพาะตนได้อีกด้วย โดยได้ขอยกตัวอย่างการสร้างสรรค์ท่ารำ ดังนี้ ๑. ผลงานการสร้างสรรค์ท่ารำพระรามในการแสดงโขน ในการแสดงโขนหัวใจหลักของการแสดงบทพระรามต้องประกอบด้วยหลัก ๕ ประการ คือ ท่ารำเพลง ช้าปี ท่ารำเพลงบาทสกุณี ท่ารำออกกราวตรวจพลฉาก ๑ และฉาก ๓ และท่ารำการตีบท ซึ่งในกระบวนการ ท่ารบ พบว่า นายไพฑูรย์จะมีกระบวนท่ารำที่แตกต่างออกไปและไม่ซ้ำกับกระบวนท่าท้ารบของยักษ์ จึงมีกระบวนคิดท่าขึ้นมาเพื่อให้แตกต่างจากท่าของยักษ์ ในด้านอัตลักษณ์ความเป็นพระรามในการรำตีบท นายไพฑูรย์ได้ใช้ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากครูอาจารย์ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการแสดงมาอย่าง มากมาย นำมาวิเคราะห์จนทราบถึงความหมายของท่ารำ และความเหมาะสมที่จะใช้ท่ารำตีบทให้มีความหมาย ตรงกับบทบาทเพื่อให้สื่อความหมายได้อย่างชัดเจนจนเกิดเป็นลักษณะเฉพาะของตนเอง ในด้านเอกลักษณ์ ความเป็นพระรามของนายไพฑูรย์ สามารถยกตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้ ๑.๑ การแสดงท่าร่าเพลงช้าปี ๑) แนวคิดการแสดงท่ารำเพลงข้าปี ในการกล่าวเปิดตัวละครพระรามที่ประทับ ณ พลับพลา เป็นการ เปิดตัวครั้งแรกก่อนที่จะดำเนินเรื่องราวต่อไป โดยการรำที่โขนตัวพระรามจะต้องตั้งตัวตรงและปล่อยลีลา ออกไปตรง ๆ ที่ท้าวที่พญามีความสง่างามภูมิฐานสมกับฐานะความเป็นกษัตริย์ สำหรับอารมณ์ที่สอดแทรก ไปในการปฏิบัติท่ารำเนื้อเพลงบทนี้ กล่าวถึงเวลาใกล้รุ่ง พระรามตื่นบรรทมพร้อมได้ยินเสียงไก่ขัน นกร้อง ในยามรุ่งอรุณของวันใหม่เปิดด้วยอารมณ์สงบร่มเย็น การแสดงที่ออกมาจะให้ความรู้สึกกับคนดูว่า มีความ ชื่นชมธรรมชาติยามเช้าตรู่ จะช่วยให้ดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ๒) การประพันธ์บทร้อง เพลง ดนตรี เมื่อนั้น บรรทมตื่นจากที่ศรีไสยา ร้องเพลงช้าปี เสนาะเสียงสำเนียงนกการะเวก ไก่ขันแล้วเฉื่อยเฉื่อยขาย พระตรีภพลบโลกนาถา พอเพลาล่วงสามยามปลาย ออกจากเมฆแซ่ซ้องร้องถวาย มยุเรศร้องร่ายบนปลายไม้ ๓) การประดิษฐ์กระบวนท่ารำ เอกลักษณ์ความเป็นพระรามของนายไพฑูรย์ในด้านการรำเพลงช้าปี การร้องทำนองเขื่อนใน คำร้องเพลงช้าที่มีจังหวะที่เกินกว่าท่ารำเพียงท่าเดียว นายไพฑูรย์จึงมีวิธีการกล่อมหน้า ไปตามทำนองเขื่อน และมีการกระทบกันเพื่อให้มีความเหมาะสมกับการร้องเอื้อน ซึ่งทำให้ท่ารำมีความลื่นไหล และสอดคล้องกับคำร้อง ๔) การออกแบบเครื่องแต่งกายทรงผม เครื่องแต่งกายพระราม เสื้อแขนยาว สวมชฎา ภาพการแสดงท่าร่าเพลงช้าปี ภาพการแสดงท่าร่าเพลงบาทสกุณี ๕) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ประกอบด้วย เตียงละคร หมอนสามเหลี่ยมละครหรือหมอนขวาน ๑.๒ การแสดงท่ารำเพลงบาทสกุณี ๑) แนวคิดการแสดงท่ารำเพลงหน้าพาทย์บาทสกุณี กระบวนท่ารำที่มีความเหมาะสมกับยศศักดิ์ ความเป็นพระราม ในด้านเอกลักษณ์ความเป็นพระรามของนายไพฑูรย์ ในการออกกราวตรวจพบว่า ในท่ารำ การตรวจพล ท่ารำต้องมีความสัมพันธ์สอดคล้องการท่วงทำนองเพลง เพื่อให้เกิดความสวยงามเกิดสุนทรียะ ต่อผู้ชม นั่นคือการเดินสะดุ้งจังหวะ ๒) การประพันธ์บทร้อง เพลง ดนตรี ปี่พาทย์บรรเลงเพลงช้า ไม่มีเนื้อร้อง ๓) การประดิษฐ์กระบวนท่ารำ ในการแสดงเพลงหน้าพาทย์บาทสกุณี พบว่า ในท่าไม้เดินนี้ นายไพฑูรย์ ได้ให้ความสำคัญกับจังหวะเป็นอย่างมาก ต้องก้าวเท้าเดินให้ลงจังหวะ ให้พอดีกับวรรคของเพลงในการปฏิบัติ ทุกกระบวนท่า นายไพฑูรย์จะมีเทคนิคโดยการคำนึงถึงความสง่างามของตัวละคร ความงามของท่ารำ แขนทั้งสองข้างและไหล่เปรียบเสมือนการวาดลายเส้น การดันอก การดันหลังให้ดูสง่างาม ซึ่งเป็นการสื่อสาร ให้ผู้ชมได้เข้าถึงเอกลักษณ์ความเป็นพระรามของนายไพฑูรย์ เข้มแข็ง ในการออกกราวตรวจ พบว่าในท่ารำ การตรวจพลว่าต้องมีความสัมพันธ์สอดคล้องการท่วงทำนองเพลง เพื่อให้เกิดความสวยงาม เกิดสุนทรียะ ต่อผู้ชม นั่นคือ การเดินสะดุ้งจังหวะ ๔) การออกแบบเครื่องแต่งกายทรงผม เครื่องแต่งกายพระราม เสื้อแขนยาว สวมชฎา ๕) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ประกอบด้วย คันศร ลูกศรพร้อมกระบอกศร ๒. ผลงานการแสดงสร้างสรรค์ ชุด ฉุยฉายครูอาคม ๑) แนวคิด เนื่องในวาระ ๑๐๐ ปี ชาตกาล คุณครูอาคม สายาคม วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ณ โรงละครวังหน้า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เพื่อระลึกพระคุณ และเชิดชูคุณครูอาคม สายาคม ที่ท่าน ได้สร้างผลงานและเป็นต้นแบบในการแสดงให้แก่วงการนาฏศิลป์ไทย โดยเฉพาะนาฏศิลป์ โขนพระ ครูผู้มีพระคุณต่อการนาฏศิลป์และดุริยางค์ไทยเป็นอเนกอนันต์ประการ ๒) การประพันธ์บทร้อง เพลง ดนตรี ประพันธ์และบรรจุเพลง โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพคุณ สุดประเสริฐ รองคณบดี คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ปี่พาทย์ทําเพลงรัว ร้องเพลงฉุยฉาย ฉุยฉายเอย น้อมวันทา คุรุนาฏศิลป์ นามระบิล เชิดชู โขนละคร ฟ้อนรำ ต้นแบบสำคัญ ครูอาคม สายาคม บรมครู บทพระรามงามหรู คู่กรมศิลปากร ราชสำนักสืบสรรค์ ศิลปะนาฏให้ขจร - (รับ) - บายศรีเอย ร้อยปีเชิดชู นาฏศิลป์ถิ่นวังหน้า รำลึกพระคุณอุ่นกมล ร้องเพลงแม่ศรี บายศรีบูชาครู ครูอาคม สายาคม น้อมหัตถาประนม กราบก้มบูชาครู - (รับ) - ปี่พาทย์ทําเพลงเร็ว - ลา ๓) การประดิษฐ์กระบวนท่ารำ ได้สร้างสรรค์ท่ารำขึ้นใหม่ โดยมีรูปแบบและกระบวนการคิด สร้างสรรค์จากการเชื่อมโยงและปรับปรุงท่ารำที่มีอยู่เดิม โดยนำหลักท่ารำมาจากท่าที่มีเอกลักษณ์ ใช้เฉพาะตัวละครพระโขนเท่านั้น เช่น ท่าแผลงศร ท่าโก่งศิลป์ ท่าเท้าฉาก และท่าโก่งศิลป์ ยังเป็น ท่าสัญลักษณ์ที่สื่อแสดงถึงครูอาคม สายาคม มาผสมท่ารำเพลงเร็วของโขนที่ไม่สามารถพบเห็นได้ ในการแสดงปัจจุบัน เช่น ท่าจีบสาวไส้ และท่ารำที่อยู่ในเพลงแม่บท มีลักษณะประณีต อ่อนช้อย งดงาม เช่น ท่านางนอน ท่าอัมพร ท่าจีบยาวมาเรียงร้อยเกิดเป็นท่ารำที่สวยงามสอดคล้องกับความหมาย จังหวะ ทำนองเพลง เพื่อสื่อถึงคุณครูอาคม สายาคมที่ได้รับบทบาทการแสดงเป็นพระรามของกรมศิลปากร เป็นหนึ่งในศิลปินโขนเพียงไม่กี่คนที่ได้รับบทพระรามตลอดกาลในการแสดงโขนชุดต่าง ๆ ๔) การออกแบบเครื่องแต่งกายทรงผม การแต่งกายที่ใช้ในการแสดงครั้งนี้ แต่งกายยืนเครื่องพระ สีเขียว แขนยาว ศีรษะสวมมงกุฎกษัตริย์ ๓. ผลงานการแสดงสร้างสรรค์ ชุด ลงสรงพระลักษมณ์ ๑) แนวคิด ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ พระลักษมณ์ ถือว่าเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องตัวหนึ่ง มีกระบวนท่ารบ การจัดทัพต่อสู้ และบทบาทต่าง ๆ แต่ยังไม่มีบทลงสรง หรือบทบรรยายการแต่งกาย เหมือนตัวละครเอกอื่น ๆ จึงเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ชุดนี้ขึ้นมา มีการถ่ายทอดให้กับนักศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร อาจารย์วิทยาลัยนาฏศิลป์ นักศึกษาสถาบันบัณฑิต พัฒนศิลป์ เป็นต้น 000610 000 PAS OK:00 ค ภาพการแสดงสร้างสรรค์ ชุด ฉุยฉายครูอาคม ภาพการแสดงสร้างสรรค์ ชุด ลงสรงพระลักษมณ์ ๒) การประดิษฐ์กระบวนท่ารำ ได้สร้างสรรค์ท่ารำขึ้นใหม่ โดยคำนึงถึงความสง่างามฝั่งผาย มีมาดของตัวละครเอก และมีการใช้อาวุธทั้งพระขรรค์และศรซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของพระลักษมณ์ โดยมีรูปแบบและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ท่ารำ ตามบทร้อง โดยนำท่ารำที่ปรากฏในเพลงแม่บท เพลงช้า เพลงเร็ว มาผสมผสานกับท่าที่เลียนแบบธรรมชาติ ได้แก่ กิริยาอิริยาบถของคนและท่าจารีต ที่ใช้ในการรำลงสรงบางท่ารำมาสื่อสารให้ตรงกับบทร้อง ทำนองเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ โดยเริ่มจาก การอาบน้ำ ทาแป้ง แต่งตัว แต่ละขั้นตอนของการแต่งตัว จะมีบรรยายด้วยการเรียงลำดับตามขั้นตอนของ เครื่องแต่งกายชิ้นนั้นว่าอะไรอยู่ก่อนหน้าและอยู่หลัง บรรยายตามขั้นตอนการใส่มีการเรียงลำดับชัดเจน และบอกรายละเอียดถึงสีฉลองพระองค์ที่สวมตลอดเครื่องแต่งกายในเพลงเสมอ กระบวนท่ารำที่เรียง ลำดับจากท่าต่ำไปหาท่าสูง เพลงบะหลิ่ม มีกระบวนท่ารำทั้งหมด ๓๙ กระบวนท่า โดยสามารถแยกเป็น ท่าหลัก ๑๖ ท่า ท่าเชื่อม ๑๒ ท่า และท่าขยายความ ๑๑ ท่า เพลงเบ้าหลุดมีกระบวนท่ารำทั้งหมด ๒๐ กระบวนท่า โดยสามารถแยกเป็นท่าหลัก ๑๖ ท่า ท่าเชื่อม 5 ท่า และท่าขยายความ 5 ท่า ๓) การประพันธ์บทร้อง เพลง ดนตรี ไขสหัสธาราดังห่าฝน ทรงกระแจะจันทน์ปรุงจรุงใจ สอดสนับเพลาพริ้งยิ่งยง ตาดทองฉลององค์อลงการ์ ปี่พาทย์ทําเพลงเสมอ ร้องเพลงบะหลิ่ม ต้องสกนธ์ซ่านเซ็นเย็นใส ลูบไล้เครื่องต้นสุคนธา บรรจงทรงทิพภูษา ห้อยหน้าผ้าทิพย์ขลิบสุวรรณ ร้องเพลงเบ้าหลุดชั้นเดียว ปั้นเหน่งเพชรไพโรจน์โชติช่วง ตาบประดับทับทรวงดวงกุดั่น ทรงกรพุกามแก้วแพรวพรรณ ธำรงเรืองสุวรรณ ภู ทรงมงกุฎแก้วระยับประดับพลอย อุบะบุปผาร้อยห้อยจอนหู ขัดพระขรรค์เคยสังหารผลาญศัตรู จับธนูศรขัยไคลคลา ปี่พาทย์ทำเพลงสกุณี ๔) การออกแบบเครื่องแต่งกายทรงผม การแต่งกายที่ใช้ในการแสดงครั้งนี้ แต่งกายยืนเครื่องพระ สีเหลือง แขนยาว ศีรษะสวมมงกุฎกษัตริย์ ๕) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ประกอบด้วยพระขรรค์ศร เตียงละคร คันฉ่อง ชุดเครื่องลงสรง ได้แก่ ขวดน้ำปรุง ผอบและพานรอง โต๊ะหัวเตียง ๔. ผลงานการแสดงสร้างสรรค์ ชุด พระพิรุณ ๑) แนวคิด เพื่อใช้ในการแสดงโขนเกษตรศาสตร์ ชุด กำเนิดพระพิรุณ โดยคณะกรรมการกิจกรรม นิสิตด้านทำนุบำรุงและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมกลุ่มนาฏดุริยางค์ศิลปะและชมรมดนตรีไทยเฉลิมฉลอง ในวาระ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ ๒๙-๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ณ โรงละครสำนักพิพิธภัณฑ์ และวัฒนธรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเพื่อเป็นชุดการแสดงประจำมหาวิทยาลัย โดยการแสดงอิทธิฤทธิ์ของพระพิรุณในการประทานฝนเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ๒) การประพันธ์บทร้อง เพลง ดนตรี เป็นการสร้างสรรค์เพลงขึ้นใหม่ เป็นเพลงหน้าพาทย์ ชื่อเพลง ตระพระพิรุณ โดยชมรมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ความยาว ๓ นาที ๓) การประดิษฐ์กระบวนท่ารำได้สร้างสรรค์ท่ารำขึ้นใหม่ โดยคำนึงถึงภูมิหลังความเป็นมาและหน้าที่ ของตัวละคร โดยได้สร้างสรรค์ท่ารำขึ้นใหม่เพื่อสื่อถึงการแสดงอิทธิฤทธิ์ของพระพิรุณ เป็นการร้อยเรียง ท่ารำต่างๆ ที่นำมาจากเพลงแม่บท เพลงช้าเพลงเร็ว ท่ารำที่ปรากฏในเพลงหน้าพาทย์ และท่ารำที่ประดิษฐ์ขึ้น เพื่อสื่อความหมายเฉพาะถึงลม น้ำ และฝน นอกจากนั้นยังรักษารูปแบบของกระบวนท่ารำในเพลงหน้าพาทย์ บางประการไว้ เช่น การไหว้ ๔ ทิศ ๔) การออกแบบเครื่องแต่งกายทรงผม การแต่งกายที่ใช้ในการแสดงครั้งนี้ แต่งกายยืนเครื่องพระ สีขาว แขนยาว สวมศีรษะโขนหน้าเทพสีขาว หน้าพระพิรุณ ๕) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ประกอบด้วย เตียงละคร โต๊ะหัวเตียงเล็ก กุณโฑ (ภาชนะใส่น้ำ คอยาว) ๕. ผลงานการแสดงสร้างสรรค์ ชุด รำพลายชุมพลหมู่ ๑) แนวคิด ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ นายไพฑูรย์ได้สร้างสรรค์การตั้งแถว แปรแถวสำหรับการแสดง และในช่วงท้ายของการแสดง มีการตั้งซุ้มในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับการแสดงรำพลายชุมพล เมื่อเข้า ตามทำนองเพลงพระยาลำพอง เนื่องโดยผู้เรียนมีจำนวนมาก ต้องการให้ผู้เรียนทุกคนได้มีโอกาสและพื้นที่ ในการแสดงเพิ่มมากขึ้น โดยคำนึงถึงความสง่างาม ผึ่งผาย มีมาดของตัวละครเอก และมีการใช้อาวุธทวน อาวุธประจำกายของพลายชุมพล ๒) การประพันธ์บทร้อง เพลง ดนตรี ปี่พาทย์ทำเพลงมอญดูดาว ร้องเพลงมอญดูดาว แล้วจัดแจงแต่งกายพลายชุมพล ปลอมตนเป็นมอญใหม่ดูคมสัน นุ่งผ้าตาหมากรุกของรามัญ ใส่เสื้อลงยันต์ย้อมว่านยา ปี่พาทย์รับ คอผูกผ้าประเจียดของอาจารย์ โอมอ่านเสกผมผัดหน้า คาดตะกรุดโทนทองของบิดา โพกผ้าสีทับทิมริมขลิบทอง ปี่พาทย์รับ ภาพการแสดงสร้างสรรค์ ชุด พระพระพิรุณ ภาพการแสดงสร้างสรรค์ ชุด รำพลายชุมพล ปี่พาทย์ทำเพลงพญาลำพอง ถือหอกสัตตะโลหะชนะชัย เหมือนสมิงมอญใหม่ดูไวว่อง ขุนแผนขี่สีหมอกออกลำพอง ชุมพลขึ้นกระเจี๊ยวผยองนำโยธา ปี่พาทย์รับเพลงมอยดูดาว ๑ เที่ยว ๓) การประดิษฐ์กระบวนท่ารำ รูปแบบและกระบวนการคิดสร้างสรรค์ท่ารำตามบทร้อง โดยนำท่ารำ ที่ปรากฏในเพลงแม่บท เพลงช้า เพลงเร็ว มาผสมผสานกับท่าที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่น กิริยาอิริยาบถ ของคนในการเดิน การแต่งตัว อีกทั้งยังผสมผสานท่ารำที่ประดิษฐ์ขึ้นทางนาฏศิลป์ เช่น กระบวนท่ารำหอก กระบวนท่ารำขี่ม้า และกระบวนท่าที่ไหล่ออกที่เป็นลักษณะเด่นของท่ารำที่สื่อถึงเพลงสำเนียงออกภาษามอญ โดยกระบวนท่ารำแบ่งออกเป็น ๔ ช่วง คือ ช่วงที่ ๑ ออกตามทำนองเพลงมอญดูดาว ช่วงที่ 6 รำตีบท ตามบทร้องเพลงมอญดูดาว ช่วงที่ ๓ รำรับท่าตรงทำนองรับ ช่วงที่ ๔ รำเข้าตามทำนองเพลงพญาลำพอง ๔) การออกแบบเครื่องแต่งกายทรงผม แต่งตัวเป็นชาย นุ่งสนับเพลาและผ้าตาหมากรุก ใส่เสื้อแขนยาว เอาชายเสื้อไว้ในชายผ้านุ่ง ใช้ผ้าตาคาดเอวทับ สวมเสื้อกั๊กลงยันต์ทับเสื้อแขนยาว ที่คอจะผูกผ้าประเจียด สีขาว โพกศีรษะแบบมอญด้วยผ้าสีทับทิม ๕) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ประกอบด้วย อาวุธหอก ม้าแผง 5. ผลงานการแสดงสร้างสรรค์ ท่ารําอินทรชิตแปลง (พากย์ร่าประกอบบทพากย์เอราวัณ) ๑) แนวคิด ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ รองศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีความประสงค์จะนำคณะโขนรามคำแหงไปแสดงสมโภชกฐินพระราชทาน ณ วัดบูรพาราม พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อาจารย์สมบัติ ภู่กาญจน์ ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้แนะนำให้อัญเชิญบทพากย์ เอราวัณ ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ มาใช้ต่อท้าย การรำฉุยฉายอินทรชิต และรองศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข มีดำริให้ผู้แสดงขึ้นรำบนคอช้างจริง ๆ ด้วยเห็นว่า จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองข้าง โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์คชศึกษาบ้านตากลาง อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ให้ความอนุเคราะห์ข้างเข้าร่วมการแสดง คณะผู้ครูผู้ควบคุมการฝึกซ้อมได้มอบหมายให้นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง ประดิษฐ์ กระบวนท่ารำประกอบบทพากย์ ถือเป็นการพากย์ครั้งแรกที่มีการออกท่ารำสำหรับ บทพากย์เอราวัณอย่างเต็มรูปแบบ และยังถือเป็นครั้งแรกที่ผู้แสดงบทพระอินทร์ แปลง (คืออินทรชิตแปลง) ร่ายรำตามกระบวนอยู่บนคอช้างจริง โดยมีอาจารย์ ธรรมจักร พรหมด้วย เป็นผู้แสดงในครั้งนั้น ๒) การประพันธ์บทร้อง เพลง ดนตรี ปี่พาทย์ทําเพลงเปิด (ขบวนทัพพระอินทร์ทรงช้างออก) • อินทรชิตบิดเบือนกายิน เหมือนองค์อมรินทร์, ทรงคบเอราวัณ • ช้างนิมิตฤทธิ์แรงแข็งขัน เผือกผ่องผิวพรรณ สีสังข์สะอาดโอฬาร์ • สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหนึ่งเจ็ดงา งามดั่งเพชรรัตน์รู • งาหนึ่งเจ็ดโบกขรณี สระหนึ่งย่อมมี เจ็ดกออุบลบันดาล • กอหนึ่งเจ็ดดอกดวงมาลย์, ดอกหนึ่งแบ่งบาน มีกลีบได้เจ็ดกลีบผกา • กลีบหนึ่งมีเทพธิดา เจ็ดองค์โสภา แน่งน้อยลำเพานงพาล • นางหนึ่งย่อมมีบริวาร อีกเจ็ดเยาวมาลย์ ล้วนรูปนิรมิตมายา - จับระบำารำร่ายสายหา ชำเลืองหางตา ทำทีดังเทพอัปสร • มีวิมานแก้วงามบวร. ทุกเกศกุญชร ดังเวไชยันต์อมรินทร์ • เครื่องประดับเก้าแก้วโกมิน ของหางกระวิน สร้อยสายชนักถักทอง • ตาข่ายเพชรรัตน์ร้อยกรอง ผ้าทิพย์ปกตระพอง ห้อยพู่ทุกหูคชสาร • โลทันสารถีขุนมาร เป็นเทพบุตรควาญ ขับท้ายที่นั่งช้างทรง • บรรดาโยธาจัตุรงค์ เปลี่ยนแปลงกายคง เป็นเทพไทเทวัญ • ทัพหน้าอารักขไพรสัณฑ์ ทัพหลังสุบรรณ กินนรนาคนาคา ปีกซ้ายฤๅษีวิทยา คนธรรพ์ปีกขวา ตั้งตามตำรับทัพชัย • ล้วนถืออาวุธเกรียงไกร โตมรศรชัย, พระขรรค์คทาถ้วนตน • ลอยฟ้ามาในเวหน รีบเร่งพล มาถึงสมรภูมิชัยฯ ปี่พาทย์ทําเพลงเชิด (พระอินทร์สั่งยกพลเข้าฉาก) ๓) การประดิษฐ์กระบวนท่ารำ เนื่องจากบทพากย์นี้มีความยาวถึง ๑๗ บท มากกว่าที่ใช้ในการแสดงโขนในปัจจุบัน แต่นายไพฑูรย์ได้ออกแบบและตีบทท่ารำ ตามคำพากย์และมีหลักการเลือกใช้ท่ารับ (ตะโพนจะตีท่ารับและร้องรับพร้อมกันว่า “เพ้ย”) โดยใช้ท่าสำคัญที่มาจากการพากย์ในแต่ละบทเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำและ จืดตา อีกทั้งเพื่อให้นักแสดงโขนสมัครเล่นของโขนรามคำแหงได้ฝึกหัดท่ารำจาก การแสดงสร้างสรรค์ ท่ารำอินทรชิตแปลง บทพากย์นี้ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง พระลักษมณ์ การแสดงโขนพระราชทาน และสามารถเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าในวรรณศิลป์และนาฏศิลป์ไปพร้อมกัน การฝึกซ้อมโขนตัวละครพระราม ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ๔) การออกแบบเครื่องแต่งกายทรงผม แต่งกายยืนเครื่องตัวพระตามลักษณะของโขนในบทพระอินทร์ โดยใช้เสื้อแขนยาวสีเขียวขลิบเหลือง ศีรษะสวมชฎายอดเดินหน ๕) อุปกรณ์ประกอบการแสดง พระอินทร์แปลงสวมกระบอกใส่ลูกศรพาดเฉวียงตัว ใช้ช้างจริงประกอบ การแสดง ในการแสดงเฉพาะกิจ ณ จังหวัดสุรินทร์ (อาจใช้หุ่นช้าง หรือใช้ช้างที่แสดงด้วยคนก็ได้) ๗. ผลงานการแสดงสร้างสรรค์ ท่ารำพระราม พระลักษมณ์ โขนพระราชทานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๑) แนวคิด ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูโขนในกลับคืนสู่ความนิยมของคนไทย จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้มูลนิธิส่งเสริม ศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดการแสดงโขนพระราชทานรอบปฐมทัศน์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ในส่วน การแสดงของตัวละครพระราม พระลักษมณ์ เป็นตัวละครเอกที่มีสำคัญ มีลีลาท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ และเมื่อตัวละครทั้งสองรำด้วยกัน ต้องไม่แย่งกันเด่น แต่ต้องแสดงไปด้วยความกลมกลืน และส่งเสริมกัน โดยได้สร้างสรรค์ท่ารำในการแสดงชุด ดังนี้ พ.ศ. ๒๔๕๐ ด.ตอนพรหมาศ ๒.ตอนนางลอย ๓.ตอนไมยราพณ์ ๔.ตอนจองถนน พ.ศ. ๒๕๕๓ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๕. ชุดศึกกุมภกรรณ ตอนโมกขศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ 5. ชุดศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ ๗. ชุดศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ ๘. ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ๔. ตอนสืบมรรคา พ.ศ. ๒๕๕๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๖๑ พ.ศ. ๒๕๖๒ ๒) การประดิษฐ์กระบวนท่ารำ นายไพฑูรย์ได้รักษาท่ารำที่ยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมา ได้แก่ ท่ารำ ในเพลงหน้าพาทย์ ได้ฝึกนักแสดงให้มีความแม่นยำา คำนึงถึงจังหวะของเพลง ดนตรี เป็นหลัก และได้มีการ คิดประดิษฐ์ท่ารำนั้นประกอบบทพากย์ เจรจา และท่ารำประกอบการแสดง โดยได้ดัดแปลงท่ารำมาจาก บรมครู ท่าทีมาจากเพลงแม่บท เพลงช้า เพลงเร็ว โดยคำนึงถึงความหมายของบทร้อง บทพากย์ เจรจา เป็นหลัก สามารถพลิกแพลงได้ตามความสามารถของนักแสดง บางช่วงเป็นการตีบทโดยรวมคำ บางช่วง ตีบทตามคำเป็นคำ ๆ แต่ทั้งนี้ผู้แสดงต้องคงไว้ซึ่งมาดของตัวละครนั้น ๆ พระรามต้องคำนึงถึงความสง่างาม สมเป็นพระใหญ่ หรือตัวนายโรง สำหรับการแสดงบางชุดต้องประดิษฐ์ท่ารำที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก เศร้าเสียใจ โกรธ ซึ่งต้องอยู่บนพื้นฐานของตัวละครพระที่มีความนิ่มนวลไม่ดุดันเหมือนยักษ์ หรือลุกลี้ลุกลน แบบตัวละครลิง ๓) การออกแบบเครื่องแต่งกายทรงผม - พระราม แต่งกายยืนเครื่องพระ สีเขียว แขนยาว ศีรษะสวมมงกุฎกษัตริย์ - พระลักษมณ์ แต่งกายยืนเครื่องพระ สีเหลือง แขนยาว ศีรษะสวมมงกุฎกษัตริย์ ๔) อุปกรณ์ประกอบการแสดง พระราม ประกอบด้วย คันศร พระลักษมณ์ ประกอบด้วย พระขรรค์ศร แสดงบทบาทคาวี ละครดึกดำบรรพ์ คาวิ ตอนเผาพระขรรค์ ณ สังคีตศาลา การแสดงเบิกโรง เรื่อง มหาพลี จัดขึ้นในวันที่ ๙ และ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ณ โรงละครห้องศรีอยุธยา (หอวชิราวุธานุสรณ์) การสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ นับตั้งแต่ได้เข้ารับการศึกษา ณ โรงเรียนนาฏศิลป์ ก็ได้มีโอกาสแสดงความสามารถในด้าน นาฏศิลป์ไทยอย่างต่อเนื่องและเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ซึ่งในการแสดงโขนละครประเภทต่าง ๆ ระบำ รำฟ้อน การแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย บทบาทการแสดงที่ได้รับจะเป็นทั้งตัวนายโรงหรือตัวเอก แทบทั้งสิ้น และแม้จะได้รับบทตัวรองหรือตัวอื่นๆ ก็จะยังคงมีความสำคัญในการดำเนินเรื่องแทบทั้งสิ้น โดยโขน ละคร กรมศิลปากร วิทยาลัยนาฏศิลป์ และงานแสดงระดับประเทศ งานพระราชพิธี อาทิ พ.ศ. ๒๕๑๖ : พระราม (กุมาร) ตอนปราบกากนาสูร ในงานต้อนรับกษัตริย์แห่งมาเลเซีย ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๑๗ : พราหมณ์วิเชียร ละครนอกเรื่องพระอภัยมณี ตอนหนีนางผีเสื้อ การแสดงของคณะอาจารย์ เสรี หวังในธรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ : พระราม การแสดงของวิทยาลัยนาฏศิลป : พระลักษมณ์ ตอนศึกนาคบาศ การแสดงของวิทยาลัยนาฏศิลป พ.ศ. ๒๕๒๓ : พระราม ตอนหนุมานชาญสมร การแสดงของวิทยาลัยนาฏศิลป ณ โรงละครแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๖ : การแสดงละครนอกเรื่องสังข์ทอง การแสดงศูนย์สังคีตศิลป์ ครั้งที่ ๑๘๗ โดยวิทยาลัย นาฏศิลป พ.ศ. ๒๕๒๙ : การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกไมยราพ การแสดงศูนย์สังคีตศิลป์ ครั้งที่ ๓๖๙ โดยวิทยาลัยนาฏศิลป แสดงบทบาทพระลักษมณ์ ในการแสดงโขนหน้าจอ ร่วมกับพระราม ครูสมบัติ แก้วสุจริต แสดงบทบาทพระลักษมณ์ ร่วมกับพระราม คุณครูธงไชย โพธิยารมย์ งานแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๕๙ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 เมษายน ๒๕๖๐ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันที ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ แสดงเรื่อง มโนห์รา ร่วมกับศิลปินของประเทศญี่ปุ่น คุณอากิโมโต้ เป็นนางมโนราห์ และเป็นผู้แทนนักแสดงรับช่อดอกไม้ งานนาฏศิลป์สายรุ้งของสมาคมนาฏศิลป์ ญี่ปุ่น - เอเชีย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แสดงบทบาทพระราม แสดงชุด พระรามตามกวาง เผยแพร่ ณ กลุ่มประเทศยุโรป ๑๐ ประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๑ : การแสดงละครพันทาง เรื่องขอดูตัวสมิงพระราม การแสดงศูนย์สังคีตศิลป์ ครั้งที่ ๔๓๐ โดยอาจารย์เสรี หวังในธรรม พ.ศ. ๒๕๓๒ : การแสดงระบำสดุดีสุนทรภู่ ละครพันทางเรื่องพญาผานอง ตอนรักสามเศร้า การแสดง ศูนย์สังคีตศิลป์ ครั้งที่ ๔๙๑ โดยวิทยาลัยนาฏศิลป พ.ศ. ๒๕๓๔ : รำถวายพระพรชุดทศพิธทิศทศ ครั้งแรกในรายการศรีสุขนาฏกรรม ปีที่ ๑๖ ครั้งที่ ๑๑ ณ โรงละครแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ : รำแม่บท รำซัดชาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดการแสดงนาฏศิลป์ไทย ชุด “นาฏการมหกรรม” เนื่องในโอกาส ๕๐ ปี มหาวิทยาลัยและการประชุมเชิงวิชาการศิลปศึกษา เอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ ๗ วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ณ โรงละครแห่งชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ : พระราม ชุดรามาวาตาร การแสดงโขนจินตนฤมิตร ณ โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุง พ.ศ. ๒๕๓๘ : พระอภัยมณี ตอนพระอภัยเรียนและหนีนางผีเสื้อ การแสดงศูนย์สังคีตศิลป์ ครั้งที่ ๗๙๖ โดย อาจารย์เสรี หวังในธรรม วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๘ พ.ศ. ๒๕๓๙ : พระสังข์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ เวทีท้องสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๐ : พระโปลชนก เรื่องพระมหาชนก งานวันข้าราชการพลเรือน ณ โรงละครแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๑ : พระลอ ตอนพระลอเสี่ยงน้ำ เนื่องในเดือนอนุรักษ์มรดกไทยและโอกาสงานครบรอบ ๕๐ ปี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยสภาวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตก มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ พ.ศ. ๒๕๔๒ : อะแซหวุ่นกี้ การแสดงจินตนาการประกอบแสง สี เสียง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันจักรี ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ เชิงสะพานพุทธยอดฟ้า พ.ศ. ๒๕๔๓ : พระเจ้าสการะวุตพี่ เรื่องผู้ชนะสิบทิศ งานสืบทอดมรดกไทย ณ โรงละครแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๔ : สาธิตการเรียนการสอนการรับเสด็จฯ สมเด็จพระราชินีแห่งเดนมาร์ค เมื่อสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำสมเด็จพระราชินีนาถ มาร์เกรเธอ เยี่ยมชมวิทยาลัยนาฏศิลป กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๖ : พระอิศวร ตอนนารายณ์ปราบนนทก ในงานแสดงของวิทยาลัยนาฏศิลป พ.ศ. ๒๕๔๗ : พระไวย ตอนพระไวยแตกทัพ งานแสดงร่วมกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๘ : คาวี ตอนเผาพระขรรค์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี ครูลมุล ยมะคุปต์ ณ โรงละครแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ : พระนารายณ์ ชุดรามาวตาร ตอนปราบนนทุก และตอน สำมนักขาก่อศึก ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ : การแสดงโขนชุดพิเศษ “กำแหงหนุมาน ข้าราชบริพารผู้ภักดี” เนื่องในโอกาสครบรอบ ๗๕ ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงและครบรอบ ๓ ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง พ.ศ. ๒๕๕๓ : ละครดึกดำบรรพ์ คาวี ตอนคาวีเผาพระขรรค์ ณ โรงละครแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ : โอเอ้วิหารราย โครงการต้นกล้า....ปัญญาไท Thai Culture กิจกรรมของสำนักพัฒนา การประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ เปิดตัวหนังเบิกโรงหนังใหญ่ ในงานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้า เพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ เวทีท้องสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๕๖ : รำพลายชุมพล งาน ๒๐ เมษายน เชิดชูเกียรติศิลปินคึกฤทธิ์ ปี ๒๕๕๖ ณ สถาบันคึกฤทธิ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ สัจจะสมิงนครอินทร์ โครงการศิลปิน ศิลปะ ศิลปากร วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ โรงละครแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ : พระไวยเกี้ยวนางวันทอง โครงการศิลปิน ศิลปะ ศิลปากร ณ โรงละครแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๐ เชิดหน้าใหญ่เบิกโรงงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พ.ศ. ๒๕๒๑ : บันทึกท่ารำเพลงช้าปี โครงการบันทึกองค์ความรู้ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. ๒๕๔๒ : พระลอเข้าห้อง รายการสังคีตสราญรมย์ วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ สถาบัน คึกฤทธิ์ บันทึกท่าว่าพระอิศวร ร้องเพลงท้ายว่า ฟ้อนลาวดวงเดือน ตัวอย่างกระบวนท่าราประกอบ การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ ชุดพระรามราชสุริยวงศ์ จัดแสดงเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใต้การจัดโครงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมทั่วทิศแผ่นดินไทย โดยสถาบันบัณฑิต พัฒนศิลป์ ร่าเพลงหน้าพาทย์ งานมหรสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ เวทีกลาง ท้องสนามหลวง วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ฟ้อนเงี้ยวถวายพระพรในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วังสระปทุม และในการแสดง ดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวัน พระราชสมภพ 2 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓ ถวายหน้าพระที่นั่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ ศูนย์ศิลปาชีพ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 4 พฤศ ยน พ.ศ. ๒๕๖ En นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง ได้มีโอกาสเดินทางไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ไม่ว่าจะในฐานะนักแสดงที่มี ความสามารถเชี่ยวชาญ ผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ หัวหน้าคณะผู้อ่านโองการประกอบพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์โขน ละคร ทั้งในเอเชียและยุโรป อาทิ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ๑ ครั้ง เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ สาธารณรัฐประชาชน ในไต้หวัน ยายา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน มาเลเซีย ลาว เมียนมา ศรีลังกา สหรัฐอเมริกา เบลเยี่ยม อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ แคนาดา การี เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ สเปน เป็นต้น รับเข็มพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมรา รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ เครื่องราชอิสริยภรณ์ ลำดับ เครื่องราชอิสริยภรณ์ที่เคยได้รับ ปี ได้รับ (พ.ศ. หน่วยทน ขอให้ เบญจมาภรณ์มหฎไทย (บ.) Hunter) กรมศิลปาก W เบญจมาภรณ์ช้างเผือก (บท.) กรมศิลปากร อัตราการณ์มาฎไทย (จบ) Wow กรมศิลปากร d กรรณ์ช้างเผือก (ขบ.) toe กรมศิลปากร ทาสรณ์มหาฎไทย (ตม.) กรมศิลปากร วิชาภรณ์ช้างเผือก (มช.) 'nal กรมศิลปากร ย พยากรณ์มวยไทย (ทบ.) กรมศิลปากร วิทยากร ช้างเผือก (ทช.) กรมศิลปากร เหรียญจักรพรรดิม truist กรมศิลปากร ราชวัลทระราชทาน พ.ศ. ๒๕๕6 เข็มพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สากรมากมา พท.-ศ. เข็มพระราชทานจากสมเด็จพระฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สรรหา สยามบรมราชกุมารี ในนพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พ.ศ. ๒๕๕๘ : เข็มพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ. ๒๕๕๙ : เข็มพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ. ๒๕๖๒ : เข็มพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลเชิดชูเกียรติต่าง ๆ - ข้าราชการตัวอย่างประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๐ โครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๑ - เกียรติบัตรร่วมแสดงในฐานะศิลปินรับเชิญ การแสดงละครประจำปี การศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ละครเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวย แตกทัพ พ.ศ. ๒๕๔๘ - รางวัลพระพิฆเณศทองคำ บุคลากรดีเด่นของกรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๔๙ - เกียรติบัตรได้ร่วมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม การแสดงโขนนั่งราวเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ - พ.ศ. ๒๕๕๒ - รางวัลโล่จากศิลปากรสมาคม ศิลปากรย้อนยุค พ.ศ. ๒๕๕๔ - รางวัลศิลปินคึกฤทธิ์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ - พ่อตัวอย่างแห่งชาติ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ - ครูดีเด่น จากวิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร - ผู้บริหารตัวอย่าง จากสมาคมผู้ปกครองและครู วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร - ครูตัวอย่าง จากกระทรวงศึกษาธิการ การทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม ด้านการบำเพ็ญประโยชน์ เป็นครูผู้สอนโขน ละครให้กับหน่วยงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มอบทุน การศึกษาและเครื่องดนตรีไทยแก่วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพมหานคร และ โรงเรียนต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี ด้านการอุทิศตน - อุทิศตนทำงานบริการวิชาการให้กับองค์กรต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านนาฏศิลป์ดนตรี กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการตัดสิน โครงการการประกวดนาฏศิลป์ไทยระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา งานศิลปหัตถกรรม เป็นประจำทุกปี เป็นต้น เป็นผู้ประกอบพิธีไหว้ครู ครอบครู อุทิศตนเป็นผู้ฝึกสอนและควบคุมนักแสดงผู้ทรงคุณวุฒิด้านนาฏศิลป์ไทยให้กับสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐและเอกชนที่ต้องการความช่วยเหลือให้ช่วยสอนนาฏศิลป์ หรือประดิษฐ์ท่ารำ สร้างสรรค์ การแสดงต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี โดยไม่คิดค่าการเรียนการสอน - อุทิศตนเป็นผู้ประกอบพิธีไหว้ครูโขนละครให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชีวิตปัจจุบัน นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง ยังคงบทบาทในฐานะศิลปินและครูนาฏศิลป์มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ยาวนานกว่า 50 ปี โดยมีบทบาทในฐานะศิลปิน และบทบาทของครู จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับใน กรมศิลปากร สถาบันการศึกษา โรงเรียน องค์กรหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันยังคงทำการแสดง ถ่ายทอดวิชาความรู้ ตลอดถึงการเป็นกรรมการตัดสิน ผู้คัดเลือก ผู้ฝึกซ้อม และผู้ควบคุมการแสดงนาฏศิลป์เป็นวิทยากร กรรมการตัดสินการประกวด การแข่งขันความสามารถทาง นาฏศิลป์ และเป็นประธานผู้ประกอบพิธีไหว้ครูโขน ละครอย่างสม่ำเสมอจนทุกวันนี้