คำประกาศเกียรติคุณ
นายมีชัย แล้ง
แตสจรยา
ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ทอผ้า) พุทธศักราช ๒๕๖๔
นายมีชัย แต่สุจริยา เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันอายุ ๖๓ ปีสำเร็จการศึกษา
ระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ - ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ ภายหลังสำเร็จ
การศึกษาได้เข้าทำงานที่บริษัทการบินไทยในตำแหน่งพนักงานต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่องบิน และได้ลาออกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖
เพื่อทำงานด้านผ้าทออย่างจริงจังจวบจนปัจจุบัน
นายมีชัย แต่สุจริยา ซึมซับและเรียนรู้ในศิลปะการทอผ้ามาตั้งแต่วัยเยาว์ โดยได้เริ่มทำงานทอผ้าภายหลังสำเร็จ
การศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ขณะอายุได้ ๑๙ ปี ด้วยการฝึกฝนศิลปะการออกแบบผ้ามัดหมี่และผ้าพื้นเมือง จากการถ่ายทอด
องค์ความรู้ด้านการทอผ้าที่สืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ รวมถึงเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่ทรงภูมิปัญญา ทั้งการทำผ้าทอยก การเก็บ
ตะกอลายผ้าจากคุณทวดมั่น จิตตะยะโสธร คุณยายโพวินทร์ จิตตะยะโสธร รวมถึงเจ้าสิริบังอร ภูริพัฒน์ (ณ จัมปาศักดิ์) และ
แม่คำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติ ที่ได้ให้คำแนะนำในการสร้างสรรค์ทอผ้าชั้นสูง ทำให้นายมีชัยสามารถนำความรู้และประสบการณ์
ที่ได้ รวมกับความคิดสร้างสรรค์ไปพัฒนาต่อยอดจนสามารถออกแบบมัดหมี่ลายซับซ้อนได้ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นจวบจนถึงปัจจุบัน
มีการทดลอง ค้นคว้า ออกแบบและประยุกต์ผลงานร่วมสมัยที่ยังรักษาภูมิปัญญาและอัตลักษณ์พื้นถิ่น ผ้าแต่ละผืนมีมิติลวดลาย
สีสัน และความวิจิตรงดงาม มีชื่อเสียง และกลายเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไหม “บ้านคำปุน” อันเป็นชื่อของโรงทอผ้า แหล่งผลิต
ผ้าไหม และแหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี
ผลงานการออกแบบผ้าทอของนายมีชัย มีหลายลักษณะ ได้แก่ การออกแบบผ้าทอตามแบบฉบับของผ้าอีสาน และ
การปรับปรุงโทนสีของผ้า การออกแบบผ้าด้วยการผสมผสานกรรมวิธีทอผ้าแบบต่าง ๆ และการพัฒนาลวดลายผ้าให้เหมาะสม
กับการนำไปใช้ตัดเย็บเสื้อผ้า การออกแบบประยุกต์คิดค้นผ้าลายกาบบัวจากเทคนิคการทอผ้าดั้งเดิมของจังหวัดอุบลราชธานี
โดยเน้นให้เป็นผ้าทอที่ผู้หญิงใช้ได้ ผู้ชายใช้ดี สามารถนำผ้าซิ่นมาตัดเป็นเสื้อของสุภาพบุรุษ การออกแบบและการฟื้นฟูการทอผ้า
เยียรบับลาวของจังหวัดอุบลราชธานี การออกแบบผ้าประยุกต์ตามแบบลวดลายผ้าราชสำนักสำหรับใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ตำนาน
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นอกจากนั้น ยังได้ออกแบบปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ในการทอผ้า ออกแบบผลงานด้านสถาปัตยกรรม
และการตกแต่งภายใน และออกแบบผลงานด้านเรขศิลป์เพื่อพระพุทธศาสนาและงานการกุศล
ตลอดระยะเวลากว่า ๔๐ ปี ที่นายมีชัย แต่สุจริยา ได้เรียนรู้ สร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอด และเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้
ด้านผ้าทอและการออกแบบลายผ้าให้แก่หลายหน่วยงาน ตลอดจนการเผยแพร่ผลงานผ่านการจัดแสดงนิทรรรศการทั้งในและ
ต่างประเทศ ผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งหนังสือ บทความ นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ด้วยคุณูปการที่สำคัญในการสืบสาน
งานประณีตศิลป์ทอผ้าของไทย ทำให้นายมีชัย แต่สุจริยา ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากหลายสถาบัน และได้รับปริญญา
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับโล่เกียรติคุณจากสำนักงาน
คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในฐานะศิลปินดีเด่น จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับการเชิดชูเกียรติจากสถาบัน
ส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ให้เป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้รับรางวัล “เพชรพาณิชย์” จากกระทรวง
พาณิชย์ ในฐานะที่เป็นต้นแบบการประกอบการผ้าไหมไทย จนประสบความสำเร็จในด้านการตลาด พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้รับการยกย่อง
จากกรมหม่อนไหมให้เป็นปราชญ์หม่อนไหม สาขาลวดลายผ้า (การออกแบบลวดลายผ้ากาบบัวอุบล) พ.ศ. ๒๕๖๓
นายมีชัย แต้สุจริยา จึงสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ทอผ้า) พุทธศักราช ๒๕๖๔
ประวัติชีวิตและผลงาน
นายมีชัย แต้สุจริยา
ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ทอผ้า) พุทธศักราช ๒๕๖๔
“เราสร้างสรรค์สิ่งทอใหม่ไว้
ให้เป็นมรดกในอนาคต"
! !
(นายมีชัย แต้สุจริยา)
นายมีชัย แพ้สุจริยา
เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๐๑ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันอายุ ๖๓ ปี
ประวัติการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๑๑ ประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี
พ.ศ. ๒๕๑๔
พ.ศ. ๒๕๑๗
พ.ศ. ๒๕๑๙
พ.ศ. ๒๕๒๗
ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอุบลวิทยาคม
มัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช
มัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนทวีธาภิเษก
ปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง (สาขารัฐศาสตร์ - ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)
ประวัติการทํางาน
ในระยะแรกเริ่มเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้ช่วยงานทอผ้าที่ครอบครัวและได้นำผลงานผ้าทอของ
ครอบครัวไปขยายตลาดที่กรุงเทพมหานคร โดยวางจำหน่ายที่ห้างเซ็นทรัล (ชิดลม) ในแผนก
สินค้าไทย ห้องเสื้อโนริโกะ และห้องเสื้อของคุณยศวดี บุญหลง เป็นต้น ซึ่งในระหว่างนี้ได้ขออนุญาต
จดทะเบียนโรงงานทอผ้าชื่อ “คำปูน” โดยกำหนดให้มีกี่ทอผ้า ๑๑ หลัง เพื่อที่จะได้เรียนรู้และพัฒนา
ตนเองในเรื่องการออกแบบลวดลายผ้า จากนั้นนายมีชัยได้เข้าทำงานที่บริษัทการบินไทยในตำแหน่ง
พนักงานต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่องบิน โดยทำงานบนเที่ยวบินเอเชีย และทวีปอื่น ๆ ตามลำดับ
แต่ด้วยความรักและผูกพันในการทอผ้าจึงได้แบ่งกี่ทอผ้า ๒ หลัง พร้อมช่างทอไปประจำที่บ้าน
กรุงเทพมหานคร เพื่อว่าเวลาว่างจะได้ออกแบบและดูแลที่กรุงเทพฯ ขณะเดียวกันก็มาดูแล
การทอผ้าที่อุบลราชธานีเท่าที่โอกาสจะอำนวย เมื่อโรงเรือนสำหรับทอผ้าเรียบร้อยแล้ว ได้ลาออก
จากงานบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เพื่อกลับมาดำเนินงานด้านการทอผ้า
เต็มตัวพร้อมทั้งจัดการในส่วนก่อสร้างและตกแต่ง โดยเป็นผู้ออกแบบด้วยตนเองทั้งหมด
ประวัติการสร้างสรรค์ผลงาน
๑. ผลงานออกแบบผ้าทอตามแบบฉบับของผ้าอีสาน และการปรับปรุงโทนสีของผ้า
งานทอผ้าในระยะแรกเริ่มประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ผ้าในระยะนี้เป็นการสืบสานกรรมวิธี
มัดหมี่ของครอบครัว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าปูม (สมปักปูม) ซึ่งมีอายุกว่าร้อยปีของ
คุณยายน้อย ศรีใส ซึ่งเก็บรักษาไว้เพื่อบูชาบรรพบุรุษ ผ้าปูมมีจุดกำเนิดในกัมพูชาซึ่งใช้สำหรับ
บุคคลสำคัญในพิธีการต่าง ๆ เนื้อผ้าจะใช้ไหมเส้นเล็กมัดหมี่สามตะกอ เป็นลายละเอียดงดงาม
ต่อมาจึงนำลักษณะที่ได้จากการเรียนรู้มาทดลองเขียนลวดลายและให้สีตามที่ต้องการลงบนกระดาษ
ซึ่งนับว่าเป็นการริเริ่มทางเทคนิคเนื่องจากแต่เดิมมา การกำหนดลวดลายจะอาศัยผ้าต้นแบบ
หากจะมีการเพิ่มเติม จะทำลงในขั้นตอนการมัดหมี่เลย การวางแผนเกี่ยวกับลวดลายบนกระดาษ
ทำให้สามารถมองเห็นสัดส่วนโครงสีและภาพรวมของลวดลายเป็นอย่างดี ผ้าจึงดูแปลกตา
และสวยงาม จึงได้รับเลือกเป็นเยาวชนตัวอย่าง จากสำนักงานคณะกรรมการเยาวชนแห่งชาติ
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ รวมทั้งปรับปรุงการใช้สีและการออกแบบลวดลาย
๒. ผลงานออกแบบผ้าด้วยการคิดผสมผสานกรรมวิธีทอผ้าแบบต่าง ๆ และการพัฒนา
ลวดลายผ้าให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ตัดเย็บเสื้อผ้า
คิดผสมผสานกรรมวิธีมัดหมี่และขิด ยกแบบดั้งเดิมกับการล้วงในผ้าผืนเดียวกัน ตลอดจน
การนำเส้นใยต่างสีมาตีเกลียวเป็นไหมหางกระรอก (มับไม) ซึ่งเป็นกรรมวิธีดั้งเดิม และแทนดิ้นเงิน
หรือทองตลอดจนลูกปัดทอผสมไปในลวดลายด้วยการผสมผสานดังกล่าว ทำให้เกิดความสวยงาม
และแปลกใหม่ เป็นการขยายขอบเขตของผ้าไทยยิ่งขึ้น ในระยะนี้ได้ออกแบบผ้าคลุมไหล่ซึ่งใช้
กรรมวิธีต่าง ๆ บ้าง ทำเป็นผ้ามัดหมี่เนื้อบางเบาบ้าง เป็นผ้าขิดเนื้อหนา เพื่อให้สามารถใช้ได้
ตามวัตถุประสงค์ทำให้ผ้าไทยใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันได้พิจารณาเห็นว่า
ผ้าพื้นเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าซิ่นมีสัดส่วนของลายที่ตายตัวเกินไป จึงเริ่มออกแบบให้ลวดลาย
มีความซับซ้อนแต่ให้สีกลมกลืนและใช้พื้นผิวช่วยให้มีมิติมากขึ้น
๓. ผลงานการออกแบบประยุกต์คิดค้น “ผ้าลายกาบบัว” จากเทคนิคการทอผ้าดั้งเดิมของจังหวัด
อุบลราชธานี
ได้มีการริเริ่มที่จะแสวงหาผ้าพื้นเมืองอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอุบลราชธานี ชื่อว่า “ผ้ากาบบัว”
ทอจากวัสดุที่เหลือใช้ กล่าวคือ
เส้นยืน ทำจากไหมที่เหลือใช้จากหูกอื่นๆ นำมาสลับกันเป็นทิว
เส้นพุ่ง ๑. เส้นไหมที่มีเหลือจํานวนน้อยนำมาปั่นเป็นมันไม
๒. มัดหมี่เหลือไม่สามารถทอเป็นผืนผ้าสามารถนำมาทอคั่นได้
๓. ไหมบาง นํามายกขิดขอบลายก็ได้
นอกจากนี้ ยังได้เติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคผ้าไทยทั้งรสนิยมส่วนตัวและกระแสนิยม
เนื่องจากมีความเห็นว่า ผ้าไทยในท้องถิ่นต่าง ๆ มีความสวยงาม บางครั้งมีลักษณะเฉพาะเกินไป
เมื่อจะทำการออกแบบปรับปรุงใหม่ก็เป็นไปได้ยาก ไม่มีความเรียบง่าย ขาดความผ่อนคลายเมื่อใช้ใน
ชีวิตประจำวัน จึงเน้นให้เป็นผ้าที่ “ผู้หญิงใช้ได้ ผู้ชายใช้ดี”
๔. ผลงานออกแบบและการฟื้นฟูการทอผ้าเยียรบับลาวของจังหวัดอุบลราชธานี
ฟื้นฟูผ้าเยียรบับลาวให้งดงามขึ้นอีกครั้ง โดยปรับปรุงเทคนิคให้รอยต่อลวดลายประณีตขึ้น
กว่าเดิม จากเดิมผ้าโบราณจะใช้เทคนิคมัดหมี่ มัดย้อมแยกช่องสี ซึ่งทำให้เกิดรอยซึมของสีในช่วง
รอยต่อของกรอบลาย นายมีชัยจึงพัฒนาฝีมือด้วยการประยุกต์ใช้เทคนิค เกาะ ล้วง ทอแยกช่องสี
ในลายหน้ากระดานของกรอบลายผ้า ทำให้ผลงานประณีตขึ้นกว่ายุคก่อน
๕. ผลงานการออกแบบผ้าประยุกต์ตามแบบลวดลายผ้าราชสำนักสำหรับหนังตำนานสมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช
ผลงานออกแบบผ้าขั้นสูงแบบราชสำนักขั้นสูงเพื่อใช้สำหรับตัวละครเอกในหนังตำนานสมเด็จ
พระนเรศวรมหาราชนี้ ได้รับความไว้วางใจมอบหมายงานนี้จากหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคลและ
หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ในการออกแบบราชพัตราภรณ์ตามแบบราชสำนักอยุธยา ซึ่งนายมีชัย
ได้ทุ่มเทสร้างสรรค์ผ้าทอขั้นสูงลวดลายพิเศษสำหรับภาพยนตร์ประวัติศาสตร์เรื่องนี้ โดยได้ศึกษา
ทั้งกระบวนลายผ้าและสีสันตามแบบประเพณี ในด้านเทคนิคการทอผ้านั้น ได้เลือกผสมผสานทั้งการ
ยกลวดลายแบบสยามที่เป็นแนวเดียวกับผ้าเยียรบับลาว และการใช้เทคนิคมัดหมี่ มัดลวดลายพิเศษ
ที่เป็นลายแบบราชสำนัก เช่น ลายราชวัตรหรือย่อมุมไม้สิบสอง ลายกรวยเชิงสามชั้น
5. การออกแบบปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ในการทอผ้า
๑) หลักเฝือ (เครื่องมือจัดเส้นผืน) เดิมทีการจัดเส้นของผ้าจะนั่งทำกับพื้นทำให้ปวดเมื่อยเอว
และหลัง ดังนั้นจึงคิดปรับปรุงหลักเพื่อให้มีความสูงและมีคานร้อยเส้นไหมในตัวสำหรับยืนทำงาน ทำให้
ได้รับความสะดวกสบายเป็นผลดีต่อสุขภาพและการยืนทำงานทำให้ช่างทำงานได้รวดเร็วขึ้น
๒) กี่ทอผ้า นายมีชัย แต่สุจริยา ได้มีการออกแบบปรับปรุง ดังนี้
๒.๑) กี่ทอผ้าส่วนใหญ่ที่ใช้ในโรงงานทอผ้าคำปั้นเป็นที่พื้นเมือง พุ่งกระสวยด้วยมือ โดยได้
ออกแบบให้แข็งแรงและสวยงามขึ้น เช่น มีหลักรองไม้กำมั่น (ไม้พันผืนผ้าที่ทอแล้ว) เป็นแผ่นลาดโค้ง
มีลวดลายฉลุหรือแกะสลัก นอกจากนี้ ยังปรับปรุงการตรึงเส้นยืนจากแบบดั้งเดิมในแถบจังหวัด
ทดสอบความสมบูรณ์ในการทำงานกับกี่ทอผ้าไม้แกะสลัก
ที่ออกแบบและสร้างเป็นของขวัญ ครบรอบอายุ ๘๐ ปี
ของมารดา (นาง ปุน ศรีใส)
งานออกแบบเครื่องไม้เป็นอีกงานหนึ่งของนายมีชัย แต่สุจริยา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องมือทอผ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่มีรูปลักษณ์เป็นเอกลักษณ์ ใช้งานได้ดี
แสดงออกถึงฝีมือเชิงช่างของท้องถิ่น
อุบลราชธานี และชาวไทยที่พูดภาษาลาว จะเอาปลายเส้นยืนจึงย้อนมาตรึงเหนือศีรษะของผู้ทอ แต่ก็
ที่ออกแบบใหม่นี้ใช้พันด้วย “แป้นพัน” แบบเขมร ทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้น เส้นใยชำรุดน้อยลง
๒.๒) ปรับปรุงกี่ทอผ้าโดยใช้ไม้เนื้อแข็ง รูปทรงโปร่ง เบา แต่แข็งแรงสามารถถอดประกอบ
ได้โดยง่าย มีสลักไม้ ไม่ใช้ตะปูหรือตะปูเกลียวเลย ส่วนประกอบของที่สวยงามขึ้น เช่น การแกะสลักไม้
สำหรับผูกเชือกเป็นรูปปลา เป็นต้น ไม้แป้นพันก็เป็นทรงหัวเม็ดหรือพุ่มข้าวบิณฑ์ ทั้งนี้เนื่องจาก
ได้รับเชิญไปสาธิตการทอผ้านอกสถานที่อยู่เสมอ เช่น ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วังสวนผักกาด ฯลฯ
ที่นี้จึงมีความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวเป็นอย่างดี
๒.๓) เนื่องจากช่างทอผ้ายกมีปัญหาในการเก็บลวดลายที่สลับซับซ้อนไว้ระหว่างทอ เพราะ
ตะกอเก็บไม้เก็บขิด (เขาขิด) ไม่ยาวพอ นายมีชัยจึงออกแบบให้มีเสาสูงขึ้น และมีที่นั่งทอสูงขึ้นด้วย
เพื่อเก็บไม้เก็บขัดทั้งบน-ล่างให้ได้มากขึ้น แก้ปัญหากรณีทอผ้ายกที่มีชั้นเชิงอย่างโบราณหรือที่ออกแบบ
กรวยเชิงเป็นพิเศษทำให้ผลิตผ้ายกหรือขัดได้ซับซ้อนมีลวดลายมากขึ้น
๓) เครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ
๔) สร้างเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้เหมาะกับการใช้งานและสะดวกสบายขึ้น เช่น โฮงสืบหูก
เดิมจะหาแคร่เล็ก ๆ ไม้เล็ก ๆ มาผูกชั่วคราวในแต่ละครั้งที่มีการต่อเส้นยืนใหม่ (สิบหก) ซึ่งใช้เวลา
หลายวัน นายมีชัยได้ออกแบบอุปกรณ์โยงสิบหูกมาใช้เพื่อให้เหมาะกับลักษณะงาน มีการตกแต่งด้วย
การแกะสลักไม้สวยงาม
๕) อุปกรณ์ที่ใช้ในการทอผ้าจะมีช่างไม้ประจำบ้านไว้สร้างงานตามการออกแบบของ
นายมีชัยเสมอ เพราะสิ่งที่น่าภาคภูมิใจประการหนึ่งของกระบวนการทอผ้าของไทยคือ การใช้ภูมิปัญญา
ของตนเองอย่างแท้จริง โดยไม่พึ่งพาเครื่องจักรกลหรือเทคโนโลยีที่ต้องซื้อจากต่างประเทศ อุปกรณ์
เหล่านี้ทำจากไม้ไผ่เป็นวัตถุดิบ และหวายก็นำมาใช้ด้วย มีความคงทน น้ำหนักเบา และออกแบบ
ให้มีความงดงามพร้อมคุณค่าทางเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น นายมีชัยได้เริ่มซ่อมแซม
“คอนอัก” รูปพญานาคอันเป็นมรดกตกทอดในครอบครัวด้วยการแกะสลักไม้ด้วยตนเองแล้ว ยังสืบต่อ
การเก็บสะสมเครื่องมือทอผ้าที่เก่าแก่งดงาม ประเมินค่ามิได้เป็นจำนวนมาก
๗. ผลงานออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน
นอกจากงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับผ้าทอแล้ว นายมีชัยยังมีฝีมือด้านศิลปะการออกแบบ
สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน เป็นอีกพรสวรรค์หนึ่งที่นายมีชัยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์
ทั้งรูปแบบทรงอาคารที่ประยุกต์ศิลปะอีสานได้อย่างลงตัว และมีรายละเอียดอาคารที่คำนึงถึง
การออกแบบเพื่อประหยัดพลังงาน การใช้ทิศทางลมให้เกิดประโยชน์ การใช้ผนังเกยกันให้ลมทะลุผ่าน
เป็นต้น การออกแบบงานปูนปั้นเพื่อการตกแต่งอาคารโรงทอผ้าและบ้านพักให้ดูกลมกลืมกันอย่าง
สวยงาม นายมีชัยได้ออกแบบโรงทอผ้าและอาคารบ้านพักอาศัยออกมาได้เรียบง่ายและสง่างาม
ด้วยการนำศิลปะพื้นบ้านอีสานที่เพาะบ่มมาในตัว แม้จะไม่ได้เรียนทางด้านศิลปะหรือสถาปัตยกรรม
แต่ด้วยการใฝ่เรียนรู้จากหนังสืองานศิลปะต่าง ๆ และการลงพื้นที่ศึกษางานศิลปะท้องถิ่น
ความประทับใจจนตกผลึกองค์ความรู้ที่ลงตัว นายมีชัยจึงสามารถออกแบบทุกรายละเอียดโดยวาดแบบ
เท่าขนาดจริง ไม่ว่าจะเป็นลายแกะสลักบานประตู บานหน้าต่าง ค้ำยัน แขนนาง เฟอร์นิเจอร์ ตัวอาคาร
มีความแม่นยำในสัดส่วนของอาคาร รวมทั้งรายละเอียดการวางผังแปลนอาคารเพื่อการใช้งานที่ดี
นับเป็นแบบอย่างของคนใฝ่รู้ใฝ่ศึกษาที่พัฒนาฝีมือทางศิลปะด้วยตนเอง โดยนอกจากการออกแบบอาคาร
ออกแบบภูมิทัศน์จัดตกแต่งสวนแล้ว นายมีชัยยังใช้ความสามารถในเชิงการออกแบบอาคารมาประยุกต์
ในการออกแบบบุษบก สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหรือพระบรมสารีริกธาตุได้อย่างสวยงาม
ตามแบบฉบับของตนเองที่พัฒนามาจากศิลปะในท้องถิ่นอีสานอีกด้วย
๔. ผลงานออกแบบด้านเรขศิลป์ เพื่อพระพุทธศาสนาและงานการกุศล
ผลงานออกแบบด้านเรขศิลป์นั้น มีทั้งผลงานที่ออกแบบเพื่อสิ่งทอ และเพื่องานตกแต่ง
สถาปัตยกรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากการได้รับมอบหมายจากพระผู้ใหญ่
ที่ให้ความเคารพนับถือ ซึ่งได้แก่
: งานออกแบบสัญลักษณ์งานอาจาริยบูชา สำหรับวัดหนองป่าพง เพื่อนำลวดลายไปใช้พิมพ์เสื้อ
พิมพ์ปกหนังสือธรรมะ
: งานออกแบบปกหนังสือธรรมะ “กระโถน - กระถาง” ของพระธรรมพัชรญาณมุนี (ชยสาโร)
: งานออกแบบปกหนังสือธรรมะ “ปฏิบัติธรรมให้ถูกทาง” ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
(ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
: งานออกแบบปกหนังสือธรรมะ “ฝรั่งไทยใจเดียวกัน” ของท่านฌานธมฺโม ภิกขุ
: งานออกแบบปกหนังสือธรรมะ “ทำวัตรสวดมนต์แปล” ของวัดป่านานาชาติ
๙๖
ผ้ากาบบัวแสงแรก
ผลงานการออกแบบของนาย มีชัย แต่สุจริยา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗
โดยใช้เทคนิคในการทอผ้ากาบบัวทั้ง ๔ เทคนิคเพื่อชุมชนใกล้แม่น้ำโขงของจังหวัดอุบลราชธานี
ให้สมกับคำขวัญ “เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม” เพื่อสร้างอัตลักษณ์และฝึกฝนอาชีพถักทอเป็นของที่ระลึก
ก่อให้เกิดรายได้ชุมชน และยังความภาคภูมิใจมาให้
ในโอกาสที่ได้ทูลเกล้าฯ ถวายถึงพระหัตถ์เจ้าชายวิลเลียมและดัชเชส เคท แห่งสหราชอาณาจักร
ผ้าลายสิงห์
ออกแบบเพื่อใช้ในภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
จึงออกแบบเป็นลายสิงห์แบบเมียนมา เพื่อนักแสดงนำหญิงฝ่ายมอญ
แต่เป็นเพียงผ้าซิ่นเดียวที่กองถ่ายพิจารณาไม่ใช้ในการถ่ายทำ
มัดหมี่ลายไก่
นายมีชัย แท้สุจริยาออกแบบมัดหมี่แล้วทอสอดไหมค่า (ดิ้นเงิน-ทอง)
เพื่อเป็นสัญลักษณ์ประจำปีเกิดปีระกาของมารดา นางคำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติ
ผ้าลายประแจจีน
มีการออกแบบให้แปลกตาทั้งโครงสี และการวางจังหวะของลวดลายแบบจีน - ญี่ปุ่น
โดยมีการมัดลายกุหลาบทับบนลวดลายพื้นหลัง ซึ่งไม่เคยนิยมในการทอผ้าของไทยมาก่อน
เมื่อผ้ากาบบัว ผ้าเอกลักษณ์จังหวัดอุบลราชธานี ที่ออกแบบเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗
ได้รับการยอมรับ มีความนิยมแพร่หลาย นายมีชัย แต่สุจริยาจึงออกแบบและวางแผนการถักทอ
โดยเพิ่ม ขอบ - เป้ง และลวดลายกรวยเข็งที่มีสัมพันธ์กับลวดลายภายในให้สามารถใช้ในวัตถุประสงค์อีกด้าน
เช่น ใช้เป็นผ้าคลุมไหล่มากกว่าผ้าที่ทอไปเพื่อตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าเท่านั้น
เมื่อเริ่มฝึกอาชีพทอผ้าแต่เยาว์วัย นายมีชัย แต่สุจริยา ต้องศึกษาลวดลายโบราณดั้งเดิม
แต่ก็พยายามสร้างรูปแบบของผ้าชิ้นลายเหล่านั้นใหม่ เช่น เพิ่มลวดลายตีนชิ้นให้ดูมีแบบแผนสง่างามขึ้น
เช่น ออกแบบลวดลายกรวมเข็งเพิ่มขึ้น
: งานออกแบบอักษรไท - น้อย สำหรับป้ายวัดหนองป่าพง วัดป่านานาชาติ วัดศรีอุบลรัตนาราม
ซึ่งนายมีชัยกับเพื่อน ๆ กลุ่มมูนเมืองร่วมกันทำถวายเป็นพุทธบูชา
: งานออกแบบสัญลักษณ์สำหรับวัดอนันทคีรี อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชบูรณ์ เพื่อนำลวดลาย
ไปใช้ปักตาลปัตรและย่ามพระ ปี พ.ศ. ๒๕๕๔
: งานออกแบบลวดลายเสื้อเพื่องานการกุศลประจำปี ในช่วงที่เปิดบ้านคำปุน ที่ทำต่อเนื่องมา
ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ จนถึงปัจจุบัน
: งานออกแบบลวดลายตาลปัตรด้วยเทคนิคการทอผ้าแบบพิเศษของบ้านคำอุ่น และเป็นเจ้าภาพ
จัดทำเพื่อถวายแด่พระพุทธศาสนา ปี พ.ศ. ๒๕๖๑
๔. ผลงานการเขียนหนังสือผ้าทอเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัย
เป็นผลงานหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ “การสืบทอดและสร้างสรรค์ผ้าเมืองอุบลราชธานี ผ้ากาบบัว
และผ้าธัญพัสตร์” ซึ่งเป็นมรดกสิ่งทอที่ได้ขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริม
วัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม พุทธศักราช ๒๕๕๗
การถ่ายทอดและเผยแพร่ข้อมูลผลงานศิลปะ
ผลงานที่แสดงภายในประเทศแยกเป็นผลงานเดี่ยวและกลุ่ม
๑. จัดนิทรรศการผลงานออกแบบผ้าทอในงานเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานทางวัฒนธรรมดีเด่น
ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ปี พ.ศ. ๒๕๓๑
๒. จัดนิทรรศการผลงานออกแบบผ้าทอในงานพิธีเปิดศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
อุบลราชธานี โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ มาทรงเป็นประธาน ปี พ.ศ. ๒๕๔๔
๓. เปิดให้มี “นิทรรศการบ้านคำปุน” เพื่อแสดงผลงานออกแบบผ้าทอ และเป็นเวทีสื่อกลาง
ในการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นแก่เยาวชน ได้แก่ การสาธิตขั้นตอนการสาวเส้นไหม การมัดลวดลาย
มัดหมี่ การทอผ้าเยียรบับลาว การทอผ้าซิ่นทิวมุกจกดาว เทคนิคการควบเส้นไหม (ไหมก้อม) รวมถึง
การแสดงการฟ้อนกลองตุ้ม อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุบลฯ การร้องรำกันตรึม การขับร้องเพลงไทย
วงมโหรี การจัดดอกไม้สด การทำปราสาทผึ้งแบบโบราณ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ส่งเสริมเกิดความรัก
ความหวงแหนมรดกวัฒนธรรมทางด้านการทอผ้าของไทยแต่เยาวชนและแขกผู้เข้ามาเยี่ยมชม โดยมี
การจัดวิทยากรด้วยตนเองทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือแม้แต่ภาษาถิ่นร่วมกับวิทยากรท่านอื่น ๆ
มีคุณแม่คำปุน ศรีใส เป็นต้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ จนปัจจุบัน
๔. จัดให้มีการจัดแสดงผลงานออกแบบผ้าทอ โดยมีผลงานตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันตลอดมา
โดยมีอาคารห้องจัดแสดงผลงานผ้าในบ้านคำปุน โดยนายมีชัยเป็นผู้อธิบายประวัติความเป็นมา
ของเมืองอุบลราชธานีและผ้าอุบลโดยไม่มีการจำหน่ายจนถึงผ้าที่เป็นผลงานในปัจจุบันของตนเอง
เพื่อแสดงเจตนาในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องผ้าทอมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ทั้งนี้
โดยไม่มีค่าเข้าชม นายมีชัยเป็นผู้เลี้ยงรับรองทุกคณะด้วยเครื่องดื่ม ของว่าง หรือแม้แต่อาหาร ด้วยทุน
และความพึงพอใจของตนเองทั้งสิ้นตลอดมา
๕. จัดนิทรรศการผ้าไทย - เวียดนาม ในงานรุ่งเรืองเมืองศิลป์ ปี พ.ศ. ๒๕๔๒
ผลงานการออกแบบลายกรวยเชิงแบบหนึ่ง ที่มีองค์ประกอบเป็น
ลาย นาค” เพื่อให้เป็นรูปลักษณ์แบบอีสาน
หนังสือผ้าทอเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัย
แม่
ในการออกแบบลวดลายเชิงขาย ผ้าปูนนางฝันอาจไม่ใช้เป็น
กรวยเชิงปลายแหลมเสมอไป ดังในตัวอย่างนี้
ผลงานการออกแบบลายมีแรงบันดาลใจจากคำว่า "ปักษีจำกรง
เมื่อต้องบรรยายลวดลายพื้นฐานของมัดหมี่อีสาน เช่น หมีข้อ
หมีหมากงับ หมากบย้อย จึงได้เขียนภาพกราฟิกเปรียบเทียบกับ
ลายดอก กลีบ หรือประจํายามแบบไทย
5. จัดนิทรรศการผ้าให้แก่พิพิธภัณฑ์อุบลราชธานี ปี พ.ศ. ๒๕๕๕
๗. จัดนิทรรศการผ้าในงานมหกรรมไหมไทย ศูนย์หม่อนไหม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐
๔. จัดนิทรรศการผ้าในงานมหกรรมเที่ยวทั่วไทยของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. ๒๕๕๐
๔. จัดแสดงนิทรรศการในฐานะที่ได้รับยกย่องเป็น “ทายาทหัตถศิลป์” ด้านผ้าทอของศูนย์ส่งเสริม
ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ณ ศูนย์แสดงสินค้า ไบเทค บางนา เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๕๖
๑๐. จัดแสดงนิทรรศการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และรับรางวัลศิลปินพื้นบ้านอีสานดีเด่น
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗
๑๑. จัดแสดงนิทรรศการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรับรางวัลปราชญ์เกษตร ในโอกาส
ครบรอบ ๗๒ ปี ของมหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. ๒๕๕๗
๑๒. จัดแสดงนิทรรศการในฐานะผู้สืบทอดงานผ้าทอ เพื่อประกอบการประการขึ้นทะเบียน
“ผ้าทอเมืองอุบลฯ” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (Intangible Cultural Heritage) ประจำปี
พ.ศ. ๒๕๕๗
๑๓. จัดทำเสื้อและชุดให้กับนักร้องนักแสดงระดับโลก Andrea Bocelli เพื่อนำรายได้จาก
การประมูลเสื้อมอบให้แก่องค์กรการกุศลในวโรกาส ๖๐ พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ โรงละครของห้างสยามพารากอน ซึ่งได้ยอดประมูลสูงถึง
m,000,000 บาท
๑๔. จัดแสดงนิทรรศการผลงานออกแบบสิ่งทอ ในงาน SACICT Crafts Trend Show 2519
ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ๔ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ระหว่าง ๑๘ - ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒
๑๕. จัดแสดงนิทรรศการผลงานออกแบบสิ่งทอ ในงาน SACICT เพลิน Craft Exclusive วันที่
๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ โรงแรมอนันตรา กรุงเทพมหานคร
๑๖. จัดแสดงนิทรรศการผลงานออกแบบสิ่งทอ ในงาน Thai Handicrafts - World Heritage
วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เวลา ๒๐.๐๙ น. ณ ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม - เอ็มควอเทียร์
กรุงเทพมหานคร
๑๗. จัดแสดงนิทรรศการผลงานออกแบบสิ่งทอ ในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ระหว่าง
วันที่ ๑๐ - ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
๑๘. จัดแสดงนิทรรศการผลงานออกแบบสิ่งทอ ในงาน “ของรักของหวง” จัดโดย ศศป. SACICT
ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ ๘ - ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
ผลงานที่แสดงในต่างประเทศ การแสดงผลงานเดี่ยวและกลุ่ม
๑. พ.ศ. ๒๕๔๒ จัดแสดงผลงานออกแบบผ้าไหม ในงาน World Eco Fashion and Textile
Forum ณ ประเทศมาเลเซีย
๒. พ.ศ. ๒๕๕๗ จัดแสดงนิทรรศการผลงานออกแบบผ้าทอ ในฐานะที่เป็นตัวแทนประเทศไทย
ในงาน ASEAN Textile Symposium ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงจากาต้า ประเทศอินโดนิเซีย
๓. พ.ศ. ๒๕๖๐ จัดแสดงผลงานออกแบบผ้าไหม ในงาน World Eco Fashion and Textile
Forum / WEFT 2017 ณ ประเทศมาเลเซีย
hest
เรียบ
รางวัลพระราชทาน ๒ รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ (เหรียญทอง) ประเภทผ้าทอเทคนิคผสม
และรางวัลยอดเยี่ยม The Best of The Best ในบรรดาผ้าที่ส่งเข้าประกวดจากทั่วประเทศกว่า ๓,000 ผืน
รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ
พ.ศ. ๒๕๓๘
พ.ศ. ๒๕๔๑
พ.ศ. ๒๕๔๒
: เกียรติบัตรจากสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ในการเป็นวิทยากรและให้การ
สนับสนุนการจัดกิจกรรมในงานสืบสานวัฒนธรรมไทย ผ้าไทยบึงบูรพ์
: เกียรติบัตรจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติในโอกาสที่สนับสนุน
กิจกรรม ด้านวัฒนธรรม “เปิดกรุผ้าไหม - เสวนาแบบไทย ๆ”
: จดหมายขอบคุณในการจัดแสดงแต่งกายด้วยผ้าไทยจาก Society Atelier Sarawak
ประเทศมาเลเขีย
: เกียรติบัตรจากวัดศรีอุบลรัตนารามในการเกื้อกูลกิจกรรมศูนย์ศึกษาพุทธศาสนา
วันอาทิตย์
พ.ศ. ๒๕๔๓ : ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
: โล่ขอบคุณจากจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดในการ
เป็นผู้คิดค้น ผ้าลายกาบบัว
: เกียรติบัตรแต่งตั้งของสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
เรื่อง การเป็นกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนอุบลวิทยาคม
World Crafts Council (WCC)
Award of Excellence
for Handicrafts
2016 South East Asia Sub-region.
THE
39
รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม รางวัลเพชรราชธานี สาขาศิลปหัตถกรรม
รางวัล Excellence for Handcrafts
2016 South-East Asia Sub-region
by World Crafts Council (WCC) UNESCO
กรมหม่อนไหม
ขอมอบประกาศเกียรติคุณฉบับนี้เพื่อแสดงว่า
นายมีชัย แท้สุจริยา
ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นปราชญ์หม่อนไหม สาขาลวดลายผ้า
(การออกแบบลวดลายผ้ากาบบัวอุบล)
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑
นายวน เร
เกียรติบัตรปราชญ์หม่อนไหม สาขาลวดลายผ้า
(การออกแบบลวดลายผ้ากาบบัวอุบล)
พ.ศ. ๒๕๕๔ : ประกาศเกียรติคุณรับจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการส่งเสริม
จัดนิทรรศการเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด
ศูนย์วัฒนธรรมกาญจนาภิเษก จังหวัดอุบลราชธานี
: โล่เกียรติคุณจากสำนักคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติในฐานะศิลปินดีเด่น
จังหวัดอุบลราชธานี
: โล่เชิดชูเกียรติคุณจากจังหวัดอุบลราชธานีในการที่ให้การสนับสนุนโครงการ
สืบสานผ้าไทย สายใยเมืองอุบล และเป็นผู้คิดค้นสายผ้ากาบบัว
พ.ศ. ๒๕๕๕) : โล่เกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ในการสร้างคุณประโยชน์
เผยแพร่ผ้ากาบบัว
พ.ศ. ๒๕๕๔ : รางวัล “รัตโนบล” มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่น
ทางศิลปะและวัฒนธรรม
พ.ศ. ๒๕๕๖) : รางวัล “นาคราช" มหาวิทยาลัยมหาสารคาม งานเชิดชูเกียรติศิลปินพื้นบ้าน
อีสาน และผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม
พ.ศ. ๒๕๕๗) : รางวัลปราชญ์เกษตร จากสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ในฐานะผู้ส่งเสริม
การใช้เส้นใยจากหนอนไหมและพัฒนาผ้าจากเส้นใยไหม)
พ.ศ. ๒๕๕๔ : รางวัล Excellence handcrafts 2016 Sout-East Asia Sub-region by
World Crafts Council (WCC) UNESCO
พ.ศ. ๒๕๖๒ : รางวัล "เพชรพาณิชย์” จากกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่เป็นต้นแบบ
การประกอบการผ้าไหมไทยจนประสบความสำเร็จในด้านการตลาด
พ.ศ. ๒๕๖๔
: เกียรติบัตรปราชญ์หม่อนไหม สาขาลวดลายผ้า (การออกแบบลวดลาย
ผ้ากาบบัวอุบล)
พ.ศ. ๒๕๖๔๕ : รางวัล ESS Award ต้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวรังไหมและการสาวไหม
Excellence in Sericulture Science (Post Cocoon and Yarn Technology)
จากคณะกรรมการสมาคมไทยโลก (International Sericultural Commission)
: รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม รางวัลเพชรราชธานี สาขาศิลปหัตถกรรม
จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
การทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม
6. เปิดบ้านคำปุน เพื่อจัดงานนิทรรศการบ้านคำปุนต่อเนื่องกว่า ๒๒ ปีเพื่อการกุศล ร่วมกับ
มารดา นางคำปุน ศรีใส และคณะช่างทอผ้าบ้านคำปุนกว่า 100 คน เป็นวิทยากรเผยแพร่
ถ่ายทอดความรู้ในด้านการทอผ้าและเทคนิคพิเศษของบ้านคำปุนอย่างไม่หวงแหนวิชาความรู้
๒. เป็นวิทยากรในการจัดอบรมเรื่องผ้ากาบบัว ผ้าไหมบึงบูรพ์ ผ้ามัดหมี่ การทอผ้าไหม
และเทคนิคพิเศษ
๔. เป็นที่ปรึกษาในการเปิดหลักสูตรทอผ้า วิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี
๔. เป็นกรรมการคัดเลือกตัดสินเส้นไหมของศูนย์หม่อนไหม จังหวัดอุบลราชธานี
พิพิธภัณฑ์ค่าปูน
KHAMPUN
MUSEUM OF WEAVING CULTURE
เปิดบ้านคำปูน และเป็นวิทยากรอบรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ผ้าทอเมืองอุบล
๕. เป็นกรรมการคัดเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อมอบรางวัล “ตรานกยูง” ของศูนย์หม่อนไหม จังหวัด
อุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๕๑
5.เป็นกรรมการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ดีเด่นในระดับจังหวัดอุบลราชธานี และระดับภาคอีสาน
เพื่อเป็นตัวแทนไปคัดสรรในระดับชาติ (OTOP)
๗. เป็นกรรมการคัดเลือกผ้าไหมของจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปประกวด ณ พระตำหนัก
ภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ประจำทุกปี
๔. เป็นคณะกรรมการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๖๐ - ปัจจุบัน
๔. จัดอบรมแลกเปลี่ยนการทอผ้ากับราชสำนักภูฏาน พ.ศ. ๒๕๖๒
ชีวิตปัจจุบัน
ปัจจุบัน นายมีชัย แต่สุจริยา ยังคงสร้างสรรค์พัฒนาผลงานออกแบบผ้าไหม ทั้งด้านการ
อนุรักษ์ลวดลายพื้นถิ่นเมืองอุบลฯ และการสร้างสรรค์ทอลวดลายประยุกต์ที่คงเสน่ห์ความเป็น
อีสาน อันเป็นสิ่งที่แสดงคุณค่าเอกลักษณ์ของผ้าไหมบ้านคำปุน โดยพยามรักษามาตรฐานผ้าทอ
ที่มีคุณภาพ มีความจริงใจที่จะแบ่งปันประสบการณ์ที่ดีไปให้กลุ่มต่างๆ แม้แต่การดูแลผ้า
ก่อนถึงมือลูกค้า ก็จะมีการซักรีด การทดสอบคุณภาพ เพื่อแสดงความซื่อสัตย์และจริงใจ สมดัง
คำกล่าวยกย่องที่ว่า ผืนผ้าที่นายมีชัย แต่สุจริยา ออกแบบ ถักทอขึ้นที่บ้านคำปุนนั้น เป็นงาน
ที่ทำจากหัวใจ (Heart-made) ใจรักในศิลปะ ใจที่กตัญญูต่อแม่ผู้ให้กำเนิด และใจที่ศรัทธา
ในพระพุทธศาสนา