Reading Room

ศิลปะการแสดงโนรา ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์

บทที่ 5

การส่งเสริมและพัฒนาศิลปะการแสดงโนรา


        ภูมิปัญญาในศิลปะการแสดงโนรามีหลากหลายรูปแบบ เมื่อมีการศึกษาอย่างละเอียดลึก ซึ่งแล้วจะพบว่าในศิลปะการแสดงโนรามีงานปรากฏอยู่ในรูปแบบจิตรกรรม หัตถกรรม ประติมากรรมและการแสดงร่วมสมัย การเป็นองค์รวมของภูมิปัญญาศิลปะพื้นบ้านที่สมบูรณ์ จึงสามารถเลือกสรรงานศิลปะต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในศิลปะการแสดงโนราไปพัฒนาประยุกต์ใช้ในรูปแบบที่แตกต่าง ๆ เพื่อสร้างคุณค่าของการรู้จักนำประโยชน์ไปใช้การต่อยอดจากการศึกษาค้นคว้าโนรา ที่ปรากฏในปัจจุบันนั้นจะมีแนวมีแนวทางส่งเสริมและต่อยอด 2 รูปแบบ

        1. การส่งเสริมและสร้างสรรค์จากตำนานโนรา

        2. การส่งเสริมศิลปหัตถกรรมจากเครื่องแต่งกายโนรา

        ซึ่งแนวทางในการส่งเสริมสร้างสรรค์จากศิลปะการแสดงโนราทั้ง 2 รูปแบบนั้น จะได้อธิบายในรายละเอียดดังต่อไปนี้

        1. การส่งเสริมและสร้างสรรค์จากตำนานโนรา

            ตำนานโนราเป็นข้อมูลที่สำคัญ อันจะเป็นพื้นฐานองค์ความรู้ของผู้ที่สนใจในการแสดงโนราในปัจจุบัน ได้มาเป็นแบบแผนในการศึกษาค้นคว้าให้มีความใกล้ชิดในประวัติศาสตร์โนราให้ได้มากที่สุด เพื่อจะเป็นความภาคภูมิใจในการรักและเคารพบรรพโนราจากตำนานในอดีต ซึ่งจากรายละเอียดดังกล่าวมีการค้นคว้าพร้อมกับพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ตำนานเพิ่มเติมเพื่อจะให้ได้มาซึ่งศิลปะสร้างสรรค์โนรา 3 รูปแบบ คือ

            1.1 หนังสือภาพเขียนประกอบต่านานโนรา 1 เรื่อง

            1.2 ประติมากรรมบรรพโนรา 4 องค์

            1.3 การรำโนราเกิดบรรพโนรา

            ซึ่งการต่อยอดสร้างสรรค์องค์ความรู้ในอดีตมาสู่การนำมาใช้ในชีวิตจริงของวัฒนธรรมวิถีชีวิตคนภาคใต้ตลอดจนถึงการนำมาปรับใช้ เพื่อการเรียนรู้ในสถาบันการศึกษา มีความน่าสนใจในรายละเอียดดังนี้

            1.1 หนังสือภาพเขียนประกอบตำนานโนรา

                  หนังสือในยุคผลงานวิจัยเรื่อง “ตำนานโนรา” และหนังสือนำเที่ยว “ตามรอยโนรา” จากผลงานวิจัย พบว่าเรื่องเล่าส่วนใหญ่จะเล่าโดยมีความคล้ายเคียงกับตำนานโนราที่เล่าโดยโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง แต่ทั้งนี้จะมีการนำมาตีความเพื่อสร้างเรื่องราวที่สอดคล้องกับกลุ่มผู้อ่านที่หลากหลายโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วยกันปรับให้เป็นเรื่องสั้นที่เข้าใจง่ายน่าติดตาม ส่งเสริมจินตนาการไม่ขัดต่อศีลธรรม เนื้อเรื่องน่าติดตามภาพประกอบสีสันสดใส ตัวอักษรบรรยายไม่ยืดเยื้อ และเพิ่มเติมในส่วนของเอกลักษณ์ของโนราปัจจุบัน เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับประสบการณ์ที่ผู้อ่านจะได้พบเจอในชีวิตจริง (รื่นฤทัย รอดสุวรรณ, 2563:1-20)

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

ตำนานโนรา

ที่มา : รื่นฤทัย รอดสุวรรณ, 2563.


            1.2 ประติมากรรมบรรพโนรา 4 องค์

                  โสปริญญา ไชยพลบาลและทีมงามอนุรักษ์ศิลปะการแสดงโนราได้ร่วมศึกษาตำนานโนราเชิงประวัติศาสตร์ของเมืองพัทลุงในอดีต ซึ่งอยู่ฝั่งสทิงพระสงขลาและฝั่งพัทลุง พร้อมกับความเชื่อมโยงอาณาจักรสทิงพาราณสีของภาคใต้จากอดีตมาสู่โบราณสถานเมืองบางแก้วพัทลุง ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบสงขลาในปัจจุบัน พร้อมกับการสร้างพลังศรัทธารูปเคารพของบรรพโนราหรือบรมครูโนราจากตำนานมาสร้างเป็นรูปเคารพบรมครูโนราในอดีต 4 องค์ คือ เจ้าพระยาสายฟ้าฟาด พระนางศรีมาลา พระนางนวลทองสำลี และขุนศรีศรัทธา ซึ่งได้มีการประกอบพิธีกรรมที่สำคัญ 3 ขั้นตอน คือ1.) พิธีปั้นรูปบรมครูโนรา 2.) พิธีการเททองหล่อบรมครูโนรา 3.) พิธีอัญเชิญรูปเคารพของบรมครูโนรา ซึ่งเป็นการทำงานที่ริเริ่มจากความศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่น ที่สร้างพลังความศรัทธาผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย ให้มาร่วมบุญเพราะการมีเชื้อสายบรรพโนราหรือตายายโนรามาจากต้นตอเดียวกันแล้ว แม้กระจายแยกเป็นสายตระกูลต่าง ๆ ทั้งภาคใต้ เมื่อถึงวันเวลานัดหมายพบปะตามขนบนิยมของโนราภาคใต้ จึงมารวมพลังร่วมใจกัน ณ วัดเขียนบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เพื่อแสดงความมีน้ำหนึ่งใจเดียวต่อบรรพโนรา มีขั้นตอนปฏิบัติคือ

                  1.2.1 พิธีการปั้นรูปบรมครูโนรา ซึ่งเป็นงานออกแบบประติมากรรมที่สำคัญมากในอดีตรูปปั้นบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญทั่วประเทศ จะนิยมใช้ศิลปินระดับชาติซึ่งจะอยู่ที่กรุงเทพมหานครเป็นส่วนใหญ่ แต่รูปบรมครูโนราเช่นเดียวกัน ได้ใช้ศิลปินงานประติมากรรมที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ คือ อาจารย์ทวี พลายด้วง แห่งบ้านสืบสานภูมิปัญญาจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีฝีมือการปั้นรูปที่สำคัญสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของจังหวัดในภาคใต้ อาจารย์ทวี พลายด้วง พร้อมกับทีมงานได้มีการศึกษาประวัติบรมครูโนราสำคัญทั้ง 4 องค์ ซึ่งไม่ปรากฏเป็นรูปร่างหน้าตาให้เห็นได้จากอดีตดังนั้นการสร้างจะต้องให้ความละเอียดประณีตทุก ๆ ด้าน จึงสามารถสร้างเป็นงานปั้นรูปเคารพขึ้นมาได้ ที่มีการเทียบเคียงจากอดีตสู่การคัดเลือกคนที่จะนำมาเป็นแบบ เพื่อเชื่อมสู่ภาพสเก็ต สู่งานปั้นได้ซึ่งได้ริเริ่มงานตั้งแต่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เรื่อยมาด้วยความวิริยะอุตสาหะ ทุ่มเทพลังกายและใจอย่างเต็มที่ จนสามารถเป็นรูปปั้นเคารพให้ผู้คนทั่วสาระทิศ ศรัทธากราบไหว้ด้วยพลังแห่งจิตใจรวมกันได้ จึงนับว่าเป็นศิลปะชิ้นเอกของภาคใต้ จากฝีมือการปั้นอันทรงคุณค่าของอาจารย์ทวี พลายด้วง จากภาพที่สำคัญดังต่อไปนี้

  

           อาจารย์ทวี                         พลายด้วงบุคคลที่มาเป็นต้นแบบ

  

  
  

  
  

กระบวนการออกแบบและวิธีการปั้น

ที่มา : โสปริญญา ไชยพลบาล, 2564.


                  1.2.2 พิธีการเททองหล่อรูปบรมครูโนรา ซึ่งได้ทำพิธีเททองหล่อรูปบรมครูโนราในวันอาทิตย์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 13.00 น. ซึ่งในพิธีดังกล่าวนั้นประกอบด้วย พิธีบวงสรวงของพราหมณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุง พิธีสวดเพื่อความสิริมงคลของพระสงฆ์สมนศักดิ์ที่สำคัญของภาคใต้และพิธีการรำบวงสรวงของศิลปินโนราพร้อมกับการรำท่าครูของศิลปินโนราที่มาร่วมทั้งหมด หน้าบริเวณมณฑลพิธี ที่มีการนำเทริด หน้าพราน พร้อมผ้าลงยันต์จากผู้ศรัทธาทั่วสาระทิศ มาเข้าพิธีสำคัญก่อนที่จะนำไปเคารพต่อที่บ้านของผู้ร่วมศรัทธานับเป็นพัน ๆ คนซึ่งสร้างพลังกำลังใจและความภาคภูมิใจของทุกคนที่มาร่วมพิธี ดังภาพต่อไปนี้

  

  

  

  

  

ภาพกิจกรรมพิธีเททองและรำบวงสรวง ณ วัดเขียนบางแก้ว

ที่มา : โสปริญญา ไชยพลบาล, 2564


                  1.2.3 พิธีอัญเชิญรูปปั้นบรมครูโนราทั้ง 4 องค์ ได้เสร็จสิ้นเรียบร้อย ซึ่งแผนการอัญเชิญคือวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564 ซึ่งมีขบวนแห่อัญเชิญพร้อมกับการแสดงโนรา เพื่อเฉลิมฉลองประมาณ 200 คน จากสถาบันการศึกษาจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง แต่เนื่องด้วยวิกฤตการโรคไวรัสโคโรน่า 19 ทำให้ฝ่ายผู้ดำเนินการคือ คุณโสปริญญา ไชยพลบาล และทีมงาน กำหนดเลื่อนมาเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 แต่สถานการณ์เชื้อโรคไวรัสโคโรน่า 19 ยังไม่ลดลงทำให้ผู้จัดจึงได้อัญเชิญรูปปั้นบรมครูโนรา 4 องค์ มาประดิษฐานที่พลับพลาชั่วคราววัดเขียนบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุงในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 พร้อมกับนิมนต์ท่านเจ้าอาวาสวัดเขียนบางแก้ว มาประพรมน้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ สถานที่จริง ซึ่งขณะประดิษฐานพลับพลา ประชาชนทุกคนสามารถเดินทางมาสักการะบูชาได้ทุก ๆ วัน ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่มีนิมิตหมายที่ดีของการมีที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจและเอกลักษณ์ของโนราจากตำนาน สามารถสร้างรูปเคารพให้ทุกคนได้รู้สึกถึงความอบอุ่น ใกล้ชิดและสิริมงคลแห่งชีวิตจากความขลังศักดิ์สิทธิ์แห่งตำนานโนรา ที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนภาคใต้ จากอดีตถึงยุคปัจจุบันได้อย่างแท้จริง ดังภาพกิจกรรมต่อไปนี้

  

  

ภาพพิธีอัญเชิญรูปหล่อบรมครูโนรา

ที่มา : โสปริญญา ไชยพลบาล, 2564


            1.3 การรำโนราเบิดบรรพโนรา

                  การรำโนราเพื่อเฉลิมฉลองการประดิษฐานรูปหล่อเพื่อเคารพบรรพโนรา 4 องค์ คือ เจ้าพระยาสายฟ้าฟาด พระนางศรีมาลา พระนางนวลทองสำลี และขุนศรีศรัทธา จากตำนานโนราที่ปรากฏเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาของภาคใต้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแนวคิดและทัศนคติของคนยุคนี้ที่มีความเคารพศรัทธาเลื่อมใสในบรรพโนราทั้ง 4 องค์ ใช้ความพยายามของการศึกษาประวัติศาสตร์ในอดีตเชื่อมโยงที่มาสู่หลักฐานร่องรอยในปัจจุบัน เพื่อจะสร้างสิ่งที่พึ่งพาและยึดเหนี่ยวทางจิตใจที่มีหลักฐานมั่นคงชัดเจนที่สามารถจะทำให้เป็นศูนย์รวมจิตใจความศรัทธาอันแรงกล้าความศักดิ์สิทธิ์ของบรรพโนรา ที่ส่งผลทางจิตใจแก่ลูกหลานให้มีสถานที่ประดิษฐานบรรพโนรา 4 องค์ให้คนภาคใต้ทุกคนได้มากราบไหว้อย่างใกล้ชิด หลังจากที่มีเรื่องราวในตำนานแต่ไม่สามารถปรากฏเป็นรูปเคารพหรือสัญลักษณ์ให้คนภาคใต้ที่มีความเชื่อเรื่องบรรพโนราว่า กำเนิดมาจากที่เดียวกันให้มารวมตัวแสดงพลังศรัทธาให้เกิดขึ้นมาให้ได้ แต่ด้วยอำนาจบารมีความกตัญญูอยู่กตเวทีต่อความศักดิ์สิทธิ์ของวิญญาณบรรพโนรา ทำให้สามารถสร้างรูปหล่อเคารพของบรรพโนรา 4 องค์ดังกล่าว ให้ประดิษฐานที่วัดเขียนบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ได้อย่างสมบูรณ์สวยงาม เพียบพร้อมด้วยอำนาจบารมีพิธีกรรม 3 รูปแบบที่สำคัญ คือ พิธีพราหมณ์พัทลุง พิธีสงฆ์จากอริยสงฆ์ 4 สมนศักดิ์ และพิธีกรรมบวงสรวงของโนรา ทำให้รูปเคารพบรรพโนรา 4 องค์ คือ เจ้าพระยาสายฟ้าฟาด พระนางศรีมาลา พระนางนวลทองสำลี และขุนศรีศรัทธา จึงได้ประดิษฐานขึ้น ณ วัดเขียนบางแก้ว อำเภอเขาชัยสนจังหวัดพัทลุง เมื่อรูปหล่อเคารพประดิษฐานเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ โดยขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวภาคใต้จะต้องมีการร่ายรำบวงสรวง เฉลิมฉลองและเทิดบรรพโนราซึ่งเป็นเชื้อสายกษัตริย์ของหัวเมืองภาคใต้ในอดีตของอาณาจักรสทิงพาราณสีสมัยโบราณ ซึ่งการรำบวงสรวงเฉลิมฉลองเพื่อเทิดบรรพโนรา จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของเหล่าลูกหลานโนราทุก ๆ คน ที่ควรปฏิบัติสืบทอดกันมาให้เป็นจารีตประเพณีที่สำคัญ


รูปหล่อเคารพของบรรพโนราทั้ง 4 องค์

  

เจ้าพระยาสายฟ้าฟาด พระนางศรีมาลา

  

พระนางนวลทองสำลี ขุนศรีศรัทธา

ที่มา : โสปริญญา ไชยพลบาล, 2564.


                  1.3.1 กระบวนการสร้างสรรค์

                           กระบวนการสร้างสรรค์งานการแสดงโนราสร้างสรรค์ชุดการการรำเทิดบรรพโนรา มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนซึ่งได้ศึกษาจากทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์ (สุรพล วิรุฬห์รักษ์, 2547:85) และนำมาประยุกต์ใช้กับศิลปะการแสดงโนรามีกระบวนการสร้างสรรค์ดังนี้ 1) แนวความคิด 2) การออกแบบบทร้องและดนตรี 3) การออกแบบท่ารำ 4) การประกอบสร้าง 5) การนำเสนอการแสดง 6) วิจารณ์การแสดง 7) การสร้างสรรค์การแสดง ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีแนวปฏิบัติดังนี้

                           1) แนวความคิด การสร้างสรรค์การแสดงชุดนี้เกิดจากผู้ที่ศรัทธาในบรรพโนราหรือบรมครูโนรา 4 องค์ จากตำนานโนรามาสร้างเป็นรูปหล่อ เพื่อเคารพสักการะบูชา ณ วัดเขียนบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง คือรูปหล่อของเจ้าพระยาสายฟ้าฟาด พระนางศรีมาลา พระนางนวลทองสำลี และขุนศรีศรัทธา พร้อมกับจะมีการรำบวงสรวงของผู้ที่เป็นลูกหลานชาวใต้ที่เชื่อศรัทธาในอำนาจบารมีความศักดิ์สิทธิ์และความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพโนราทั้ง 4 องค์มาปกปักรักษาจึงได้มีการประพันธ์ร้องโนราเพื่อใช้รำเทิดบรรพโนราในงานประดิษฐานรูปเคารพ

                           2) การออกแบบบทร้องและจังหวะที่ใช้ในการแสดงจะใช้บทประพันธ์ในรูปแบบกลอนแปดจํานวน 2 บท มีบทร้องจํานวน 8 วรรค ซึ่งจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องเหมาะสมในความหมายของการเกิดบรรพโนรา โดยใช้จังหวะเพลงทับเพลงโทนบรรเลง ในจังหวะชั้นเดียวประกอบการขับร้องและร้องรับของโนรากับนักดนตรีในแต่ละวรรค

                               บทร้อง

                               บทร้องที่ใช้ประกอบการแสดงซึ่งเกี่ยวข้องกับพระนามที่สำคัญ เมืองโบราณในอดีต และบทบาทเอกลักษณ์ของบรมครูโนราที่สำคัญแต่ละองค์ดังบทต่อไปนี้

                                         กรประนมก้มศิระอภิวาท            เจ้าพระยาสายฟ้าฟาดสทิงพาราณสี

                               กราบพระนางศรีมาลาคู่บารมี                องค์ราชินีเมืองบางแก้วเพริศแพรวพรรณ

                               เทิดพระนางนวลทองสำลีปรีชายิ่ง          งามตลอดยอดหญิงองค์มิ่งขวัญ

                               บรมครูโนราขุนศรีศรัทธาราชันย์            ประนมกรอภิวันท์บรรพโนรา

                                                                                     (ประพันธ์โดย ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2564.)

                               ซึ่งบทร้องดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะกล่าวในรายละเอียด คือ


การบรรเลงดนตรี

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2564.


                               การบรรเลงดนตรีและการร้องรับ เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการแสดงชุดนี้เพราะเป็นการนำจังหวะเพลงทับเพลงโทน ซึ่งเป็นจังหวะที่นิยมใช้ในการแสดงชุดสำคัญของโนรามาบรรเลงประกอบ เพราะกระบวนการบรรเลงและร้องรับมีความไพเราะ จังหวะและทำนองถือว่าเป็นจังหวะที่ใช้ในการรำขั้นสูงของโนรา ซึ่งเมื่อใช้ในการรำที่มีบทร้องประกอบที่เป็นเรื่องราวหรือมีความยาวหลายบท ก็เห็นความแตกต่างของการร้องรับจังหวะสอดแทรกที่นำมาใช้เสริมให้เกิดความไพเราะแตกต่างกัน ตามความคิดสร้างสรรค์ของครูโนราที่สืบทอดมาในอดีตและเมื่อใช้ในการรำเพื่อเทิดบรรพโนราจังหวะเพลงทับเพลงโทน จึงมีความเหมาะสมของการใช้ประกอบการแสดงมากที่สุด ในการแสดงจะต้องใช้ศิลปินโนรา 1 คน ร้องเป็นต้นบทและนักดนตรีอีก 5 คน ลูกคู่ในการร้องรับพร้อม ๆ กัน ที่เป็นขนบจารีตโบราณทำให้เกิดการประสานเสียงที่ไพเราะและกระหึ่มของนักดนตรีควบคู่ไปกับการบรรเลงพร้อม ๆ กัน จะแสดงทักษะฝีมือปฏิภาณไหวพริบของนักดนตรีได้อย่างชัดเจน ซึ่งเครื่องดนตรีที่ใช้มีจำนวน 6 ประเภท ได้แก่ ทับ โหม่ง ฉิ่ง กลอง ปี่ และแตระ อาจจะใช้นักดนตรี 5-6 คนตามความเหมาะสมกระบวนการร้องรับเบื้องต้นมีดังนี้


บท
      กรประนมก้มศิระอภิวาท               พระยาสายฟ้าฟาดสทิงพาราณสี

          โนรา (ร้อง) ...กรประนมก้มศิระอภิวาท  เจ้าพระยาสายฟ้าฟาดสทิงพาราณสี

          นักดนตรี (รับ)...เจ้าพระยาสายฟ้าฟาดสทิงพาราณสี เจ้าพระยาสายฟ้าฟาด (ขวัญเห้อ) สทิงพาราณสี

บท      กราบพระนางศรีมาลาคู่บารมี         องค์ราชินีเมืองบางแก้วเพริศแพรวพรรณ

          โนรา (ร้อง)...กราบพระนางศรีมาลาคู่บารมี องค์ราชินีเมืองบางแก้วเพริศแพรวพรรณ

          นักดนตรี (รับ)...องค์ราชินีเมืองบางแก้วเพริศแพรวพรรณ องค์ราชินีเมืองบางแก้ว (ขวัญเห้อ) เพริศแพรวพรรณ

บท      เทิดพระนางนวลทองสำลีปรีชายิ่ง   งามตลอดยอดหญิงองค์มิ่งขวัญ

          โนรา (ร้อง)...เทิดพระนางนวลทองสำลีปรีชายิ่ง งามตลอดยอดหญิงองค์มิ่งขวัญ

          นักดนตรี (รับ)...งามตลอดยอดหญิงองค์มิ่งขวัญ งามตลอดยอดหญิง (ขวัญเห้อ) องค์มิ่งขวัญ

บท      บรมครูโนราขุนศรีศรัทธาราชันย์    ประนมกรอภิวันท์บรรพโนรา

          โนรา (ร้อง)...บรมครูโนราขุนศรีศรัทธาราชันย์ ประนมกรอภิวันท์บรรพโนรา

          นักดนตรี (รับ)...ประนมกรอภิวันท์บรรพโนรา ประนมกรอภิวันท์ (ขวัญเห้อ) บรรพโนรา


                               สำหรับจังหวะในการบรรเลงขณะร้องประกอบการรำแต่ละวรรคจะใช้ทับเป็นจังหวะของการตีนำ เพื่อให้สอดคล้องตรงจังหวะการรำแต่ละท่า แต่เมื่อร้องจบวรรคเป็นการรับจังหวะกลองกับทับเป็นตัวบรรเลงจังหวะนำที่สอดคล้องรวดเร็วและกลมกลืนไปกับเสียงร้องรับประกอบซึ่งในจังหวะรับนี้ผู้รำจะแสดงท่ารำรับเพียง 1 ท่าของแต่ละครั้งของการรับของนักดนตรีทั้งหมด

                           3) การออกแบบท่ารำ จะเป็นการตีท่ารำประกอบบทร้องแต่ละคำของวรรคต่าง ๆ โดยปกติการที่ท่ารำเพลงทับเพลงโทนจะต้องตีท่ารำให้ละเอียด ชัดเจนทุกคำที่ร้องออกมาแต่ละวรรค แต่เนื่องด้วยการใช้ผู้รำจำนวนมาก คือ 100 - 200 คน ที่ต้องผ่านการฝึกหัดมาเป็นอย่างดี-จึงเลือกตีบทโดยการรวมคำที่สำคัญและเกี่ยวข้องกันมาใช้ในท่าเดียวกัน เพราะถ้าหากใช้ท่ารำกับนักแสดงจำนวนมาก ท่าจะต้องไม่ละเอียดเกินไปผู้รำจะตีท่ารำได้คมชัดมั่นใจและพร้อมเพรียงกันประกอบกับเนื้อหาเป็นคำประพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับพระนามและการแสดงความจงรักภักดี การตีท่าจึงไม่มีรายละเอียดปลีกย่อยของลีลาท่ารำ ซึ่งท่ารำบางท่านมาจากท่าสำคัญของการรำบทครูสอนบทสอนและบทประถมที่เกี่ยวข้องกับพระนามสำคัญหรือการแสดงความยิ่งใหญ่ เช่น ท่าหมอบเฝ้าเจ้านครินทร์ ท่าทำนองเทวดา และท่าพวงมาลา เป็นต้น

                           ท่ารำที่เกิดจากบทร้องดังกล่าวนั้นสามารถตีท่ารำประกอบบททั้ง 8 วรรคได้ 26 ท่า ดังต่อไปนี้

                           1. ท่ากรประนม                  10. ท่าองค์ราชินี              19. ท่าบรมครู

                           2. ท่าก้มศิระ                      11. ท่าเมืองบางแก้ว         20. ท่าโนรา

                           3. ท่าอภิวาท                     12. ท่าเพริศแพรวพรรณ     21. ท่าขุนศรีศรัทธา

                           4. ท่าเจ้าพระยาสายฟ้าฟาด   13. ท่าเทิดพระนาง           22. ท่าราชันย์

                           5. ท่าสทิงพาราณสี              14. ท่านวลทองสำลี         23. ท่าประนมกร

                           6. ท่ากราบพระนาง              15. ท่าปรีชายิ่ง                24. ท่าอภิวันท์

                           7. ท่าศรีมาลา                     16. ท่างามตลอด              25. ท่าบรรพ

                           8. ท่าคู่                             17. ท่ายอดหญิง               26. ท่าโนรา

                           9. ท่าบารมี                        18. ท่าองค์มิ่งขวัญ

                           กระบวนท่ารำดังกล่าวสามารถวิเคราะห์อัตลักษณ์รูปแบบการแสดงที่เกิดขึ้น ได้ดังต่อไปนี้

                           การวิเคราะห์การรำาจากการพิจารณาเนื้อหาประกอบบทร้องนั้นจะเกี่ยวข้องกับชื่อที่สำคัญในบรรพโนราจากตำนานโนรา บทประพันธ์เป็นกลอนแปดทั้งหมด 2 บท จำนวน 8 วรรค ดังนั้น ชื่อของเจ้าพระยาสายฟ้าฟาด พระนางศรีมาลา พระนางนวลทองสำลี และขุนศรีศรัทธา จึงต้องมีการเอ่ยพระนามตามลำดับในแต่ละวรรค ที่แสดงถึงการสักการะบูชา ดังนั้นการใช้ท่ากราบ การถวายบังคมด้วยสำนึกในพระบารมี จึงต้องใช้กับชื่อสำคัญเหล่านี้ การกราบ การถวายบังคม จึงต้องถูกต้องตามจารีตและมีความงดงามของศิลปะท่ารำควบคู่กันไป


  

พระยาสายฟ้าฟาด                                ท่าไหว้       

                           เจ้าพระยาสายฟ้าฟาดเป็นบรรพโนราผู้ก่อกำเนิดพระนางนวลทองสำลี ถือกันว่าเป็นกษัตริย์ที่มีบทบาทในการให้เกิดบรรพโนราองค์ต่าง ๆ และเป็นผู้ทรงพระราชทานเครื่องต้นไว้เป็นแบบอย่างการแต่งกายโนราที่สวยงามสมบูรณ์ จึงใช้ “ท่าไหว้” ที่เป็นสำคัญของการเริ่มรำ ที่เป็นเอกลักษณ์ของโนราอย่างชัดเจน


  

พระนางนวลทองสำลี                          อภิวาทหมอบกราบ

                           พระนางศรีมาลาใช้ท่า “อภิวาทหมอบกราบ” ที่แสดงถึงความนอบน้อมและจงรักภักดีของจารีตการหมอบเฝ้าพระมหากษัตริย์ซึ่งท่ารำดังกล่าว ปรากฏชัดเจนในกระบวนการรำท่านั่งหมอบเฝ้าเจ้านครินทร์ แต่นำมาใช้กับพระนางศรีมาลาด้วยเป็นพระมเหสีคู่บารมีของเจ้าพระยาสายฟ้าฟาด


  

พระนางนวลทองสำลี                              ถวายบังคม       

                           พระนางนวลทองสำลีใช้ท่า “ถวายบังคม” ซึ่งเป็นท่าแสดงความเคารพที่ประชาชนนิยมใช้ทั่วไปในการถวายบังคมอนุสาวรีย์พระมหากษัตริย์โดยการวางพวงมาลา เพื่อถวายบังคมระลึกถึงพระบารมีและพระกรุณาธิคุณต่อพสกนิกรดังเช่น พระนางนวลทองสำลีทรงเป็นผู้ถ่ายทอดและรำโนราเป็นองค์แรก


  

    ขุนศรีศรัทธา                                พระพรหมสี่หน้า

                           ขุนศรีศรัทธาเป็นผู้สืบทอดและถ่ายทอดท่ารำไปทั่วสาระทิศในแดนดินภาคใต้ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ใช้ท่า “พระพรหมสี่หน้า” ที่เปรียบเสมือนพระพรหมผู้ดูสอดส่องชาวโลกให้มีความร่มเย็นผาสุข ตามอิทธิพลความเชื่อของพราหมณ์ฮินดู ท่าพรหมสี่หน้าพนมมือไหว้พร้อมกับการลงฉากขาลำตัวได้สัดส่วนสง่างาม แสดงถึงขุนศรีศรัทธาที่สง่างดงาม เช่นเดียวกัน

                           นอกจากนี้แล้วบทร้องมีการกล่าวถึงเมืองบางแก้ว คู่บารมีเมืองสทิงพาราณสี คำเหล่านี้ใช้การตีบทที่นำท่ารำมาจากบทครูสอน บทประถม มาใช้ร่วมกัน เช่น เมืองสทิงพาราณสีเมืองบางแก้ว ใช้ท่า “พารา” บทครูสอน คำว่า “คู่” ใช้ท่า “สองศรี” จากบทประถม คำว่า “บารมี” ใช้ท่า “เจ้านครินทร์” จากบทประถม หรือ “ท่าศรีมาลา” จะใช้ท่า “พวงดอกไม้” จากบทสอนรำ หรือ ท่า “จับสร้อยพวงมาลัย” จากบทครูสอน เป็นต้น

  

   ท่าพารา                              ท่าสทิงพาราณสี

  

ท่าจับสร้อยพวงมาลัย ท่าศรีมาลา

  

ท่าเจ้านครินทร์ ท่าบารมี

                           4) การประกอบสร้างนำบทร้องและท่ารำที่ได้ออกแบบมาทดลองให้นิสิตวิชาเอกโนรา สาขาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา ทดลองรำประกอบบทร้องโดยไม่ใช้ดนตรีบรรเลง เพื่อศึกษาความต่อเนื่องและความเหมาะสมของท่ารำ เมื่อมีการร้องรับของนักดนตรีเพียงอย่างเดียว

  

เผยแพร่ทางสื่ออิเลคทรอนิคส์

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2564.


                           5) การนำเสนอการแสดงโดยการบันทึกวิดิทัศน์ของกระบวนการรำแต่ละบทเผยแพร่ทางสื่ออิเลคทรอนิคส์ ผ่านทางเพจศาสตร์โนราลูกศิษย์ครูธรรมนิตย์และเพจโนราวัดเขียนบางแก้ว เพื่อเผยแพร่ไปยังกลุ่มที่เป็นผู้รำโดยเฉพาะ คือนิสิตสาขาศิลปะการแสดงชั้นปีที่ 1, 2, 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนโรงเรียนนาทวีวิทยาคม อำเภอนาทวี นักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นักเรียนโรงเรียนห้วยยอด จังหวัดตรัง และกลุ่มผู้สนใจทั่ว ๆ ไปได้ศึกษา

                           6) การวิจารณ์ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน ได้ชมการแสดงทางวิดิทัศน์แนะนำเรื่องการตีท่ารำการถวายบังคม เช่น บทร้องใช้คำว่าอภิวาท ก็ควรจะมีท่ารำที่กราบอภิวาทแนบลำตัวลงกับพื้นและการใช้ผู้จำนวนมากบริเวณลานทรายของวัดต้องใช้ท่าเคลื่อนไหวแบบเปลี่ยนแถวหรือจับกลุ่มแสดงท่ารำให้น้อยลง ต้องคำนึงถึงพื้นที่อาจจะเป็นลานทรายมีฝุ่นและอุปสรรคในการเก็บเท้าเคลื่อนตัวผู้จำนวนมาก สำหรับการประพันธ์บทเนื้อหาที่มีการกล่าวถึงบรมครูโนราทั้งหมดควรใช้คำว่า “บรรพโนรา” แทน “บรรพบุรุษโนรา” เนื่องจากบรรพโนรามีทั้งชายและหญิง

                           7) การสร้างสรรค์การแสดงนำข้อเสนอแนะและคำวิจารณ์มาปรับปรุงท่ารำและเพิ่มดนตรีประกอบการแสดง เพื่อเผยแพร่เบื้องต้นโดยใช้นักแสดงจำนวน 4 คน มาฝึกฝนถ่ายทอดท่ารำพร้อมบันทึก เพื่อให้นักแสดงกลุ่มเครือข่ายได้ศึกษาท่ารำและเรียนรู้กระบวนการรำและการร้องที่สมบูรณ์แบบเพื่อมาฝึกฝนร่วมกันและใช้ในโอกาสต่อไป ซึ่งบทร้องกระบวนการรำและองค์ประกอบต่าง ๆ สามารถพิจารณาได้รายละเอียดดังนี้

  
  

กรประนม                                       ก้มศิระ                                      อภิวาท

  
  

พระยาสายฟ้าฟาด                              สทิงพาราณสี                             กราบพระนาง

  
  

  ศรีมาลา                                             คู่                                          บารมี   

  
  

     องค์ราชินี                                   เมืองบางแก้ว                           เพริศแพรวพรรณ

  
  

เทิดพระนาง                                    นวลทองสําลี                                 ปรีชายิ่ง  

  
  

งามตลอด                                     ยอดหญิง                                   องค์มิ่งขวัญ

  
  

   บรมครู                                        โนรา                                    ขุนศรีศรัทธา

  
  

ราชันย์                                          ประนมกร                                   อภิวันท์

  

บรรพ                                               โนรา

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2563.


                           การสร้างสรรค์การแสดงโนราเชิงอนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลองและเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์หรือบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์และตำนานสิ่งสำคัญ คือ ข้อมูลพื้นฐานของเรื่องราวที่จะกล่าวถึงความสำคัญที่มาและเอกลักษณ์สำคัญจะต้องนำข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้รู้จักเข้าใจอย่างกว้างขวางหรือถ้าหากข้อมูลเป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างดี แต่ยังไม่มีการนำมาออกแบบบทร้องประกอบ ถือได้ว่าพื้นฐานของความน่าเชื่อถือของข้อมูลอยู่ในเกณฑ์ดีและน่าสนใจเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปเมื่อได้ข้อมูลมาเรียงร้อยการประพันธ์บทร้องประกอบจะเป็นสิ่งสำคัญเพราะการใช้คำถูกต้องตามฐานันดรศักดิ์และรูปแบบการประพันธ์ความไพเราะสัมผัสถูกต้องและเมื่อนำคำเหล่านี้มาใช้จะต้องสามารถตีท่ารำให้สอดคล้อง เมื่อมีการนำมาขับร้องสำเนียงสัมผัสจะต้องลงตัว ทำให้สำเนียงที่ขับร้องจากบทประพันธ์ที่แต่งใหม่ดังกล่าว สร้างความไพเราะให้กับผู้ที่ได้ฟัง การออกแบบท่ารำที่เกิดขึ้นจะต้องสอดคล้องความหมายท่ารำที่จะต้องแสดงถึงความสวยงามสง่าตระการตา ที่มีการเลือกใช้ท่ารำซึ่งเป็นท่าพิเศษ มีการออกแบบท่าเพื่อการเกิดบรรพโนราโดยเฉพาะผู้ชมสามารถนำแนวปฏิบัติการใช้ท่ารำเหล่านี้ไปใช้กับกระบวนรำเทิดพระเกียรติในโอกาสต่าง ๆ การฝึกฝนผู้เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นการใช้ท่ารำจำนวนมากและจังหวะที่ใช้รำมีหลากหลายการฝึกฝนการตีท่ารำที่สอดคล้องกับการใช้ภาษามือและการใช้ภาษาร่างกายแบบต่าง ๆ เช่น การคุกเข่า การชันเข่า การกระโดด การหมุนรอบตัว สิ่งเหล่านี้ต้องฝึกปฏิบัติให้เกิดความชำนาญเพราะการที่ท่ารำต้องแสดงออกมาจากจิตใจ ร่างกาย ที่มีความพร้อม มีสมาธิและตั้งใจอย่างแท้จริง ซึ่งถ้าทำร่วมกับคนจํานวนมาก สิ่งแวดล้อมในขณะอาจทำให้สมาธิขณะมีน้อยด้วยอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดในช่วงนั้น ผู้นำทั้งหมดต้องมีความพร้อมในการรำสูง อนึ่งการรำจำนวนมากสีสันเครื่องแต่งกายชุดโนรา ถ้าหากมีการออกแบบตัดร้อยชุดใหม่ที่ใช้เอกลักษณ์สีที่แสดงถึงบุคคลที่เราเคารพ ก็จะทำให้เกิดความแปลกใหม่ สวยงามเกิดขึ้น แต่จะต้องมีความพร้อมทางงบประมาณ เช่น พระนางนวลสำลี ทรงเสวยเกสรดอกบัว อาจจะนำเอาสีชมพูอมขาวของดอกบัว มาเป็นสีหลักของชุดโนราใหม่ ที่แทนพระนางนวลทองสำลี ขุนศรีศรัทธาได้รับพระราชทานเครื่องทรงกษัตริย์ ก็มีการออกแบบชุดโทนสีทองทั้งหมด ก็จะเป็นเอกลักษณ์และใช้สวมใส่ในโอกาสสำคัญ ๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้การร้องรับบรรเลงของนักดนตรีเป็นสิ่งสำคัญ การแสดงโนราจำนวนมาก ดนตรีที่บรรเลงจะต้องใช้นักดนตรีฝีมือชั้นครูหรือมีทักษะดีเยี่ยมเป็นผู้บรรเลงนอกจากจะมีความไพเราะและการบรรเลงลงตัวสอดคล้องแล้วความคมชัดของจังหวะดนตรีจะช่วยพยุงให้ขบวนการรำจำนวนมาก ไม่ช้าอืดอาดหรือรำคร่อมจังหวะและสามารถช่วยให้การตีท่ารำคมชัดด้วย จังหวะที่หนักแน่นจะครอบคลุมไปถึงผู้ทุกคนได้ฟังจังหวะเท่าเทียมกัน ทำให้มีสมาธิเกิดความสุขในการรำครั้งนี้และประการสำคัญในยุคปัจจุบัน คือ สื่ออิเลคทรอนิคส์ โทรศัพท์มือถือ จะเป็นสื่อที่ทำให้การแสดงจะมีประสิทธิ์ภาพหรือไม่ตั้งแต่การติดต่อสื่อสาร เรื่องความเข้าใจเรียนรู้ ท่ารำดนตรีเบื้องต้น การดูตัวอย่างท่ารำ ที่มีการส่งผ่านทางโทรศัพท์ การฝึกซ้อมบันทึกภาพด้วยตนเอง การแก้ไขข้อบกพร่อง การได้ศึกษาท่ารำได้ฟังดนตรีที่ไพเราะอย่างใกล้ชิดผ่านโทรศัพท์ ก็จะทำให้ผู้มีความเข้าใจรวดเร็ว ส่งผลให้การแสดงมีประสิทธิ์ภาพและการฝึกซ้อมกลุ่มย่อยมารวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่ก็จะเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการให้การแสดงที่เกิดขึ้นมีประสิทธิภาพและความสวยงามสอดคล้องกับความยิ่งใหญ่ของบรมครูโนราที่เหล่าลูกหลานโนราภาคใต้ทั่วสาระทิศมาร่วมรำ เพื่อสักการะเฉลิมฉลองและเทิดบรรพโนราทั้ง 4 องค์ ณ วัดเขียนบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง


        2. การส่งเสริมศิลปหัตถกรรมจากเครื่องแต่งกายโนรา

            การส่งเสริม หมายถึง การจัดทำ การพัฒนาปรับปรุงให้มีคุณภาพดี มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมหรือการส่งเสริมงานหัตถกรรมจากเครื่องแต่งกายโนรานั้น มีหลากหลายรูปแบบตามเอกลักษณ์สำคัญของเครื่องแต่งกายโนราแต่ละชิ้นที่จะทำให้เกิดความดี มีคุณค่าและประโยชน์เกิดขึ้นมา ทั้งในด้านความสวยงาม ละเอียดประณีต ความถูกต้องและความนิยมอย่างแพร่หลาย ดังเช่น ตัวอย่างการส่งเสริมงานหัตถกรรมของการทำเทริดโนรา ชุดลูกปัดโนรา หน้าพราน - หน้าทาสี และผ้าห้อยหน้าโนรา ดังต่อไปนี้

            2.1 การทำเทริดโนรา โดยปกติเทริดโนราจะทำขึ้นมาเพื่อสวมใส่ให้กับโนราที่เป็นนายโรงหรือหัวหน้าคณะและผู้นำคนสำคัญของคณะโนราแต่ละคณะ ซึ่งในอดีตการที่จะมีเทริดสวมใส่ประกอบการรำครบทุกคนนั้นเป็นเรื่องยากยิ่ง ด้วยความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ของเทริดและความยากลำบากในการประดิษฐ์หรือทำเทริดในแต่ละยอดที่ได้จากช่างพื้นถิ่นที่มีฝีมือเยี่ยม พร้อมกับวัสดุประกอบที่มีราคาแพง ต้องซื้อหาสั่งทำมาโดยเฉพาะและใช้ระยะเวลายาวนานในการที่จะประดิษฐ์เทริดได้ในแต่ละยอด จึงทำให้เทริดแต่จังหวัดหรือแต่ละท้องถิ่นมีรูปทรงแตกต่างกันตามวัสดุ ลวดลายและฝีมือเชิงช่าง เช่น เทริดจังหวัดพัทลุง เทริดจังหวัดสงขลา เทริดจังหวัดนครศรีธรรมราช เทริดจังหวัดตรัง ซึ่งมีความแตกต่างกันในเชิงช่างศิลป์ที่งดงามตามเอกลักษณ์ สมญานามของช่าง ได้แก่ ช่างอ้น จังหวัดสงขลา ช่างพัน กรงหรา จังหวัดพัทลุง ช่างเทือง จังหวัดตรัง ช่างแว๊ค จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น ในอดีตช่างทำเทริดเพื่อโนราสวมใส่ประกอบการรำ การพัฒนายุคแรกก็คือการทำให้มีจำนวนมากเพียงพอกับโนราในคณะทุกคนเฉพาะผู้ใหญ่ มิได้คำนึงถึงโนราเด็ก ๆ ในคณะด้วยกฎเกณฑ์การผ่านการทำพิธีครอบเทริดของโนราจากครูอาวุโส ต่อมาเมื่อวัสดุ กระบวนการทำ และผู้ช่วยผู้ประกอบการทำเทริดมีจำนวนมากขึ้น ก็มีการทำให้กับโนราที่เป็นเยาวชนปรากฏขึ้นประกอบการมีงบประมาณสนับสนุนในการจัดซื้อและจัดทำมีมากขึ้น ทำให้การส่งเสริมการทำเทริด มีการพัฒนาแตกต่างขึ้นจากอดีตและการอนุญาตให้เยาวชนทุกคนที่รำโนราสวมเทริดประกอบการร่ายรำได้จากครูโนราและช่างทำเทริดโนรามีการพัฒนาการทำเทริดให้เหมาะสมกับศีรษะของเด็ก เพื่อความสมบูรณ์สวยงามของเครื่องแต่งกายที่ครบสมบูรณ์ถูกต้องในการแสดงแต่ละครั้ง โดยในปัจจุบันการพัฒนาส่งเสริมการทำเทริดเปลี่ยนแปลงประยุกต์และปรับเปลี่ยนหลายรูปแบบ เช่น การทำเทริดให้มีขนาดใหญ่เพื่อใช้ในงานสำคัญ การทำเทริดขนาดเล็กเพื่อเป็นวัตถุมงคล การทำเทริดเพื่อเป็นของที่ระลึกของชุมชนและหน่วยงานด้านวัฒนธรรม ดังนั้น ในปัจจุบันจะมีชุมชน หน่วยงานศิลปินโนราและช่างพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงหลายคนประดิษฐ์เทริดขึ้นมา โดยใช้วัสดุดั้งเดิมและวัสดุแบบใหม่ที่ใช้ทดแทนแต่ยังคงมีความสำคัญและสร้างความสวยงามขลังศักดิ์สิทธิ์และเกิดประโยชน์แก่ผู้นำไปใช้ทุกคน ช่างทำเทริดที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน ได้แก่ นายช่างจตุรงค์ จันทระ จังหวัดสงขลา นายช่างโทน สมพงษ์น้อยดาวรุ่ง จังหวัดพัทลุง นายช่างตะวัน จันทราศิลป์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายช่างประเทือง สัจจบุตร จังหวัดตรัง และนายช่างพจน์ พรเทวา จังหวัดพัทลุง เป็นต้น โดยนายช่างแต่ละช่างจะมีรูปแบบและกระบวนการทำเทริดที่สวยงามแตกต่างกัน มีการนำวัสดุที่สวยงามและทันสมัยเข้ามาใช้ทดแทน เช่น ใช้เพชรแทนกระจกติดลวดลาย ใช้ทองวิทยาศาสตร์แทนทองติดพระ ใช้ถังพลาสติกแทนหนังวัวตัดลวดลายกระจัง นอกจากนี้มีการใช้วัสดุสำคัญ เมื่อประดิษฐ์เป็นวัตถุมงคล เช่น บรอนซ์ ทองเหลือง ตะกั่ว เพื่อความคงทนเมื่อประดิษฐ์ขนาดจิ๋วและผ่านความร้อน พร้อมกับการคงความสวยงามของลวดลายรูปทรงเมื่อไปติดตั้งบูชา คุณลักษณะรายละเอียดเหล่านี้ ทำให้เทริดที่ประดิษฐ์ขึ้นสร้างรายได้อีกรูปแบบหนึ่ง นอกเหนือจากการสร้างเพื่อใช้เป็นเครื่องแต่งกาย ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไม่หยุดยั้งในยุคปัจจุบัน

  

นายตะวัน วงศพลธรา  นายจตุรงค์ จันทระ

  

นายประเทือง สัจจบุตร (เสื้อขาว)  นายนริศ เพชรมณี

  

เทริดประดับฝาผนัง เทริดของที่ระลึก

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2564


            2.2 การส่งเสริมการร้อยชุดลูกปัดโนรา

                  เครื่องแต่งกายชุดลูกปัดของโนรามีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของงานหัตถกรรมการประดิษฐ์จากลูกปัดโนราในรูปแบบลวดลายต่าง ๆ ผู้ที่รำโนราในอดีตจนถึงปัจจุบันจะนิยมสวมชุดโนราที่ร้อยด้วยลูกปัดสีต่าง ๆ ประกอบกับเส้นด้ายทีละเม็ดเป็นลวดลายต่าง ๆ เช่น ลายลูกแก้ว ลายกระจัง และลายดอกบัว เป็นต้น ซึ่งในอดีตช่างฝีมือการร้อยชุดลูกปัดมักจะเป็นศิลปินโนรา ที่ได้รับการถ่ายทอดวิธีการร้อยจากครูโนราในอดีตสืบทอดต่อ ๆ กันมาเมื่อมีเวลาว่างเว้นจากการแสดงโนราก็จะเดินทางไปหาซื้อลูกปัดจากที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งในอดีตการร้อยลูกปัดเพื่อจะสวมใส่จะมีขนาดเล็กและใช้ประกอบเพียงบางส่วน เช่น สร้อยคอ สังวาล ปัจจุบันมีการร้อยด้วยลูกปัดหลากสีและสวมใส่ลำตัวผู้รำทุกคนได้สวยงามเต็มที่และมีสีสันสดใสสวยงามและผู้ที่รำโนราสามารถมีชุดลูกปัดสวมใส่ได้ทุกคน เนื่องจากลูกปัดมีการส่งมาจำหน่ายจากประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ทำให้ช่างฝีมือในภาคใต้ที่ร้อยชุดลูกปัดโนราสวมใส่สามารถประดิษฐ์ได้อย่างมากมาย และมีกลุ่มศิลปินและช่างอิสระซึ่งเป็นประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ รวมตัวเพื่อตั้งเป็นกลุ่มร้อยชุดลูกปัดจำหน่ายโดยตรง ซึ่งจะมีศิลปินโนราที่มีชื่อเสียงเป็นผู้ประสานงานในการวางจำหน่ายไปยังคณะโนรากลุ่มโรงเรียนและเยาวชนประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ เช่น กลุ่มโนราเอก ลายลูกปัด จังหวัดสงขลา กลุ่มโนราบรรหาร ดาวรุ่ง นครศรีธรรมราช กลุ่มโนราสำเนาว์ เสน่ห์ศิลป์ จังหวัดพัทลุง กลุ่มโนราวิเชียรศิลป์ จังหวัดนราธิวาส กลุ่มเนติพงษ์ ไล่สาม จังหวัดสงขลา ช่างที่รวมกลุ่มเพื่อประดิษฐ์ชุดลูกปัดโนราเหล่านี้ล้วนมีทักษะ ความสามารถในการร้อยและออกแบบลวดลายลูกปัดได้รวดเร็วและมีชื่อเสียงในการร้อยชุด สามารถจัดจำหน่ายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วภาคใต้ด้วย ขนาดของชุดที่สวยงามสมบูรณ์ได้สัดส่วน มีลวดลาย สีสันของลูกปัดที่ทันสมัยและในปัจจุบันนี้มีการนำวัสดุอย่างอื่นมาร้อยผสมกับลูกปัดเพื่อเพิ่มความสวยงามของชุด ได้แก่ คริสตัล มุก ลูกปัดแก้วใส และเพชรแบบต่าง ๆ นอกจากนี้แล้วกระบวนการร้อยลูกปัดนี้ ได้มีการออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีความสวยงามแตกต่างกัน ได้แก่ การประดิษฐ์พวงกุญแจ สร้อยคอ กระเป๋า โคมไฟ สร้อยคอแมสก์ หรือม่านประดับตกแต่งบ้านเรือน พวงมาลัย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการต่อยอดศิลปะหัตถกรรมจากวิธีการร้อยชุดลูกปัดโนรามาเป็นเครื่องประดับของใช้ประเภทอื่น ๆ สร้างรายได้ที่ดีให้เกิดขึ้นนอกเหนือจากการร้อยชุดลูกปัดโนรา จึงนับได้ว่าเป็นการส่งเสริมและออกแบบสร้างสรรค์ ทำให้เกิดรายได้อีกด้านหนึ่งจากศิลปะการประดิษฐ์เครื่องแต่งกายโนราและสิ่งสำคัญปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นงานเสริมทักษะรายได้ของศิลปินและเยาวชนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ดังเช่น การร้อยพวงกุญแจของนายวีรศักดิ์ ยัคพันธ์ นักดนตรีโนรา ผู้มีความสนใจและประดิษฐ์พวงกุญแจลูกปัดโนราเป็นของที่ระลึกจำหน่ายโดยทั่วไปในจังหวัดสงขลา และนายอธิบดี นิคมรัตน์ ศิลปินโนราเยาวชนที่นำคริสตัลมาออกแบบรวมกับลูกปัดโนราสีต่าง ๆ ร้อยเป็นสร้อยและพวงกุญแจจำหน่ายทางสื่อออนไลน์และบุคคลทั่วไปของจังหวัดสงขลา

  

นายวีระศักดิ์ ยัคพันธ์  นายอธิบดี นิคมรัตน์

  

  

  

ศิลปหัตถกรรมที่พัฒนามาจากลูกปัดโบรา

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 25642.


            2.3 การส่งเสริมและสร้างสรรค์จากเล็บโนรา เล็บโนราเป็นเครื่องแต่งกายที่สำคัญประเภทหนึ่ง สามารถนำเอกลักษณ์ของเล็บโนราไปพัฒนาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นการแสดงโนราร่วมสมัยที่น่าสนใจ ดังการแสดงต่อไปนี้

                  2.3.1 การแสดงร่วมสมัย ชุด นขาโนราชาตรี

                           ความนำ ศิลปะการแสดงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนถึงศิลปะการแสดงของหลวงและการแสดงพื้นบ้านไทยทั้ง 4 ภูมิภาค ปรากฏการแสดงหลายประเภทที่มีวัฒนธรรมการสวมเล็บในรูปแบบต่าง ๆ ปรากฏอยู่ในการแสดง เช่น การแสดงของชนเผ่า ประเทศฟิลิปปินส์ การแสดงโนราแขก ประเทศมาเลเซีย การแสดงละครหลวงของไทย การแสดงฟ้อนเล็บภาคเหนือ การแสดงฟ้อนกลองตุ้ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การรำซัดชาตรี ภาคกลาง และการแสดงโนราของภาคใต้ ศิลปะการแสดงดังกล่าวมีการสวมเล็บปลอมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประกอบพิธีกรรมและเพื่อความสวยงาม ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการประดิษฐ์เล็บปลอมนั้นมีความแตกต่างกัน เช่น ทำจากหวายทำจากไม้ ทำจากทองเหลือง ทำจากเงินและทำจากไหมพรหมหลากสี เป็นต้น


เล็บโนรา  

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2561.


เล็บฟ้อนกลองตุ้ม

ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2559.

  

เล็บละครไทย  เล็บฟ้อนเล็บ

ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2559.


                           สุจิตต์ วงษ์เทศ (2561 : 187) กล่าวว่าละครสมัยอยุธยาและก่อนหน้านั้นล้วนใส่เล็บปลอม เพราะเป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ของทุกชาติพันธุ์อุษาคเนย์ไม่น้อย 2,500 ปีมาแล้ว ยังมีร่องรอยเหลืออยู่กับคนพื้นเมืองในหมู่เกาะของอุษาคเนย์

                           โนราเป็นการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ที่มีทั้งการรำ การร้อง การแสดงเป็นเรื่องและการประกอบพิธีกรรม การรำเป็นองค์ประกอบการแสดงของโนราที่ต้องใช้ทักษะของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในการสื่อสารความหมายของท่ารำ เช่น การใช้มือ แขน ขา ใบหน้า นิ้วมือ มาประกอบกันโดยเฉพาะการใช้นิ้วมือ ผู้รำโนราจะมีการสวมเล็บที่นิ้วมือจำนวน 8 นิ้ว เพื่อประกอบการรำในท่าทางหรือเล่าเรื่องราวสื่อความหมายแบบต่าง ๆ เล็บจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของการแต่งกายโนราที่มีเอกลักษณ์ควบคู่กับศิลปะการแสดงโนราพร้อมกับมีการพัฒนาการใช้เล็บรูปแบบที่สวยงามเหมาะสมกับผู้รำใช้รำมาเป็นเวลานาน ดังนั้น เพื่อให้เกิดคุณค่าของความงดงามของศิลปะการรำที่ใช้เล็บเป็นองค์ประกอบสำคัญของการแสดงโนราภาคใต้ นักแสดงโนราหรือศิลปินโนราทุกคนนิยมสวมเล็บโนราที่มีการทำเป็นรูปกรวยต่อปลายให้เรียวแหลมยาวด้วยหวายเป็นเส้นสวยงามร้อยด้วยลูกปัดสีสันหลากสี เพื่อร่ายรำประกอบบทร้องตามขนบนิยมที่สืบทอดกันมา


เล็บโนราในอดีต

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2540.


เล็บโนราในปัจจุบัน

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2564.


                           เล็บโนราปรากฏในวัฒนธรรมการสวมใส่ประกอบการแสดงโนรามาเป็นเวลานานตามวัฒนธรรมการสวมเล็บของการแสดงพื้นบ้าน ที่ปรากฏการนำไปใช้ในการแสดงประกอบพิธีกรรมและความบันเทิง เล็บโนราในภาคให้ใช้ควบคู่กับศิลปะการแสดงโนรามานั้นมีการพัฒนาการแตกต่างจากอดีต ที่มีการทํากรวยเล็บด้วยแผ่นเงินและปลายเส้นเงินพัฒนามาเป็นแผ่นเหล็กบาง ๆ หรือสแตนเลสและเส้นหวายร้อยด้วยลูกปัด ต่อมามีการใช้แผ่นเหล็กอลูมิเนียม เส้นเอ็นสีแบบเล็กและแข็งแรง ร้อยด้วยลูกปัดคริสตันหรืออาจใช้เพียงกรวยเหล็กกับเส้นหวายเพียงอย่างเดียวขึ้นอยู่กับความนิยมและความสะดวกในการนำวัสดุมาใช้ อย่างไรก็ตาม โนรายังคงใช้เล็บเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบพิธีกรรมในการแสดง เช่น ในตอนเบิกโรงมีการนำเล็บ จำนวน 3 เล็บ ไปเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ประกอบพิธีกรรมกับกำไลและหมากพลู หรือการจัดบริเวณพื้นที่กราบครูบนสาดหมอนของบรรพบุรุษโนราจะใช้เล็บจำนวน 9 เล็บ ประกอบ เทียนราว กำไลอย่างละ 9 อัน


เล็บโนราวางบนเสื่อหมอนครู

ที่มา : สุมิตรา ภิญโญ, 2564.


เล็บโนราเบิกโรง

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2564.


                           เล็บของโนราที่ใช้ประกอบการร่ายรำทุกบทของโนรานำมาใช้แสดง สามารถประกอบท่ารำให้เกิดความสวยงาม สื่อความหมายสร้างบุคลิกของผู้รำทำให้เกิดความสวยสง่า สร้างความชื่นชอบในการชมการแสดงแต่ละครั้ง โดยเฉพาะมีการกรีดกรายเล็บ พลิ้วเล็บ ให้เกิดความสวยงามของการจัดท่าแต่ละท่าและเสียงกระทบของกรวยเล็บแต่ละนิ้วสร้างความมีเสน่ห์ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรวยเล็บที่สีเงินขาวแวววาว เมื่อมีการเคลื่อนไหวของการกรีดนิ้วและซัดท่ากระทบแสงไฟในการแสดงบนเวทีหรือโรงโนรา ยิ่งทำให้เอกลักษณ์ของการใช้เล็บของโนราโดดเด่นชัดเจนมากยิ่งขึ้น กระบวนการรำของโนรามีการตีท่ารำประกอบบทอย่างหลากหลายของบทของโนราจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้โนรานำกระบวนการรำที่มีการสวมเล็บประกอบไปตีท่ารำให้เกิดความสวยงามสื่อสารความหมายออกมาชัดเจน เช่น การรำในบทครูสอน ท่าพวงมาลัย การรำบทสอนรำ ท่าวาดไว้ฝ่ายอก การรำบทผันหน้าและเพลงทับเพลงโทน ซึ่งเป็นศิลปะของการตีท่ารำที่ต้องอาศัยทักษะความเชี่ยวชาญของร้องและการรำที่มีการใช้ลีลามือเป็นพิเศษ ยิ่งทำให้ศิลปะการใช้เล็บของโนราโดดเด่นมากยิ่งขึ้น การตีท่ารำโดยใช้ลีลามือที่รวดเร็วแพรวพราว โดยเฉพาะการปฏิบัติซ้ำหรือท่ารำลีลามือหลายครั้งจะเห็นความเป็นเอกลักษณ์ความงดงามของเล็บซึ่งสวยงามน่าชมเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น บทผันหน้า “บังแสงพระอาทิตย์ หมอกปิดทิวขวาง” หรือ “ทิวขวางบรรพต สูงจรดอัคนิตถ์” และบทเพลงทับเพลงโทน “แผ่นผาง่างับระยับยาบ แวบวาบแวววาวสีขาวเผิน” หรือ “ข้างเหวมีห้องเป็นช่องลอด น้ำไหลตลอดลงถ้ำลำละหาน” เป็นต้น

                           การที่ศิลปะการแสดงโนรา มีองค์ประกอบความรู้ของความสวยงามจากเล็บอย่างมากมาย เมื่อนำเอกลักษณ์เหล่านี้มาสร้างความสำคัญโดยการใช้หลักการออกแบบแสง ฉากที่มีสีดำและเล็บที่มีสีขาวโดยเฉพาะ พร้อมกับมีการสร้างเรื่องราวให้สอดคล้องกลมกลืนที่แสดงความงดงามของเล็บโดยเฉพาะจะทำให้เล็บโนรามีแนวทางในการนำไปใช้ร่วมกับศิลปะการแสดงประเภทอื่น ๆ ได้อย่างกว้างขวาง

                           วัตถุประสงค์

                           1. เพื่อศึกษาศิลปะการใช้เล็บประกอบการรำโนรา

                           2. เพื่อสร้างสรรค์ การแสดงร่วมสมัยชุด นขาโนราชาตรี

                           วิธีดำเนินงานการวิจัย

                           การศึกษาครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติและนำมาพรรณนาวิเคราะห์กระบวนการรำแบบดั้งเดิมและสร้างสรรค์โนรามาพัฒนากับการเล่าเรื่องประกอบการออกแบบแสงสำหรับการแสดงละครโดยมีวิธีการดังนี้

                           การเลือกพื้นที่ศึกษา

                           สำรวจข้อมูลเบื้องต้นและเลือกหัวข้อศึกษาโดยวิธีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้

                           การเก็บรวบรวมข้อมูล

                           1) รวบรวมข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและศิลปะการแสดงโนราจากเอกสาร หนังสือจากห้องสมุดใส่สถาบันการศึกษาต่าง ๆ

                           2) ศึกษาการออกแบบแสงจากวิดีทัศน์ รายการร้องรำทำเพลง ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 กรุงเทพมหานคร โดยคุณ ภัทรวดี มีชูธน

                           การจัดกระทำข้อมูล ผู้ศึกษาได้นำทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์มาเป็นแนวทางสร้างงานซึ่งนำหลักนาฏยประดิษฐ์ 8 ขั้นตอน ได้แก่ (สุรพล วิรุฬห์รักษ์, 2547 :85)

                           1. การศึกษาหาข้อมูล

                           2. แรงบันดาลใจ

                           3. นวัตกรรมออกแบบและประกอบกาสร้างสรรค์

                           4. การกำหนดแนวคิดของเนื้อหาและรูปแบบ

                           5. การพัฒนาการออกแบบท่าทาง การเคลื่อนไหว

                           6. การวิเคราะห์ดนตรี

                           7. ความสัมพันธ์ของการแสดงกับฉาก

                           8. เครื่องแต่งกาย แสง เสียง อุปกรณ์การแสดง

                           ซึ่งรายละเอียดแต่ละขั้นตอนจะได้อธิบายดังต่อไปนี้

                           1. ศึกษาข้อมูลท่ารำเบื้องต้น บทครูสอน บทสอนรำ บทประถมและกระบวนท่ารำเพลงโคพร้อมด้วยการคัดเลือกท่ารำจากการทำบทผันหน้าและเพลงทับเพลงโทน ชมธรรมชาติที่มีบทร้องสามารถแสดงท่ารำของเล็บชัดเจนมาฝึกปฏิบัติและศึกษารูปทรงของเล็บที่ใช้ในพิธีกรรม เบิกโรง มาวางโครงสร้างภาพของเล็บที่เน้น ความโค้งและเน้นความเรียวของกรวยเล็บรูปทรงเล็บ

  

ที่มา : วีระเดช ทองคำ, 2563

                           2. สร้างแรงบันดาลใจ

                               ในความงดงามของเล็บโนราที่นำมาใช้ประกอบพิธีกรรมและใช้ประกอบการรำได้อย่างสวยงามพร้อมสื่อความหมายของท่ารำตามขนบนิยมการรำได้ชัดเจนและสร้างความสวยงามสนุกสนานจากภาษามือที่มีการใช้เล็บร่วมกันในการตีท่ารำ ที่จะให้มองเห็นลีลาของเล็บโนราเพียงอย่างเดียว

                           3. นวัตกรรมการออกแบบและการประกอบสร้างสรรค์ มีวิธีทำดังนี้

                               3.1 นักแสดงผู้หญิงจำนวน 6 คน ที่มีทักษะการรำโนราเป็นอย่างดีทั้งทักษะการร้อง รำการตีบท มีประสบการณ์การรำสม่ำเสมอ

                               3.2 นักดนตรีโนราจำนวน 6 คน จะใช้ทับ 1 คู่ กลอง 3 ใบ แตระ 1 พวงโหม่ง - ฉิ่ง 1 ราง ปี่ 1 เลา และระฆังราว 1 อัน บรรเลงในจังหวะพื้นฐานโนรา ซึ่งจะต้องบรรเลงพร้อมกันและบรรเลงเดี่ยวและบรรเลงคู่ในแต่ละชนิด ได้แก่ ปี่กับโหม่ง กลองกับทับ ระฆังราวกับฉิ่ง


นักดนตรีและเครื่องประกอบการบรรเลง

ที่มา : วีระเดช ทองคำ 2563

                               3.3 ให้การออกแบบแสงโดยการส่องไฟมาจากด้านหลังของฉากซึ่งใช้ผ้าสีดำเป็นฉากหลังเล่นเงาและใช้หลืบของเวทีสีดำด้านซ้ายและขวา ในการกำหนดทางเข้าออกและบดบังนักแสดงใช้กล่องสีดำเป็นพื้นที่สำหรับนั่งของนักแสดงและพื้นเวทียกระดับมีสีดำเป็นที่สำหรับบรรเลงเครื่องดนตรีซึ่งนักดนตรีสวมชุดสีดำ เสื้อลายดอกไม้ขาวและใช้การออกแบบแสงให้สีขาวส่องสว่างเฉพาะพื้นที่ที่มีการใช้เล็บและออกแบบไฟให้สว่างทั้งหมด เมื่อนักแสดงเปิดใบหน้าตนเองในขณะแสดงช่วงสุดท้ายของการแสดง

                               3.4 การแต่งกาย

                                     เป็นสิ่งสำคัญของการแสดงชุดนี้เนื่องจากเป็นการออกแบบชุดการแสดงสีดำคลุมร่างกายของนักแสดงนี้เป็นผู้หญิงทั้งหมดจำนวน 6 คน สวมเสื้อยืดแขนยาวและกางเกงยืดยาวสีดำ นุ่งผ้าจีบโจงทางแบบแบบโนรากับกางเกงสวมผ้าคลุมศีรษะและปิดหน้าด้วยรูปสามเหลี่ยมผ้าปิดหน้าสามารถมองทะลุผ่านผ้าและเปิดหน้าได้อย่างรวดเร็วนักแสดงทุกคนจะสวมเล็บแสตนเลสและหวายที่ทาด้วยสีขาวเข้มยึดติดด้วยสก๊อตเทปใสป้องกันมิให้เล็บตกและหัก ซึ่งเล็บจะแข็งแรงและมีความยาวกว่าปกติของการสวมใส่เล็บโดยทั่วไปและไม่ใช้ลูกปัดประดับบริเวณหวาย เพื่อให้เห็นโครงสร้างเล็บโค้งงามและเกิดความเบาตัวและสร้างท่ารำได้สะดวกและสวยงาม

  
  

การแต่งกายนักแสดงด้วยชุดสีดำ

ที่มา : : วิระเดช ทองคำ, 2563.

  

เล็บขาวและการสวมใส่ประกอบการร่ายรำ สื่อถึงนก

ที่มา : วีระเดช ทองคำ, 2563.

                           4. การกำหนดแนวคิดและเนื้อหาการแสดงได้กำหนดรูปแบบของการแสดงออกเป็น 3 ช่วง คือ

                               ช่วงที่ 1 : การแสดงในช่วงที่ 1 สื่อให้เห็นถึงความสวยงามของเล็บในกระบวนการรำที่ปรากฏในการใช้มือและนิ้วประกอบท่ารำเพื่อสื่อให้เห็นถึงความสวยงามของการใช้เล็บ โดยแสงและเงา เพื่อให้รูปทรงความงดงามของเล็บและพิธีกรรมการใช้เล็บเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ในการแสดงการใช้เล็บประกอบฉากพิธีกรรม

  

  

ที่มา : วีระเดช ทองคำ, 2563

                               ช่วงที่ 2 : การแสดงในช่วงที่ 2 สื่อให้เห็นถึงท่ารำที่เป็นความงดงามของเล็บมาร่ายรำหมู่ ประกอบร่วมกันแสดงถึงความพริ้วไหวอ่อนหวานของเล็บที่เคลื่อนไหวเป็นโค้งขาวไปในทิศทางพร้อมกับเรื่องราวที่กล่าวถึง นก หมู่ บินพริ้วไหวในป่า

  

  

การตีท่ารำาเกี่ยวกับสัตว์ชนิดต่าง ๆ

ที่มา : วีระเดช ทองคำ, 2563.

                               ช่วงที่ 3 : การแสดงในช่วงที่ 3 สื่อให้เห็นถึงการสื่อสารทางภาษามือที่ใช้เล็บประกอบการขับร้องและตีท่ารำที่มีการนำบทร้องโนรามาตีท่ารำประกอบบทร้องอย่างรวดเร็ว เพื่อสื่อถึงพลังความเข้มแข็งของการใช้เล็บในการแสดงการรำโนรา

  

  

การตีท่ารำในจังหวะเร็วจากบทร้องกลอนผันหน้าและบทเพลงทับเพลงโทน

ที่มา : วีระเดช ทองคำ, 2563.

                           5. การพัฒนาและออกแบบท่าทางการเคลื่อนไหวการแสดงชุดนี้เป็นการแสดงโนราร่วมสมัยที่นำเอกลักษณ์ของเล็บโนรามาพัฒนาและออกแบบใหม่แต่ยังคงเห็นทักษะของความเชี่ยวชาญในการรำโนรา ซึ่งมีการออกแบบผู้รำทุกคนให้อยู่ในพื้นที่การแสดงที่มืดซึ่งจะมีไฟสีขาวและเหลืองปรากฏเป็นแสงส่องที่รูปทรงของเล็บ ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของความสว่างทั้งหมด โดยออกแบบการแสดงรูปทรงของเล็บท่านิ่งประกอบฉากเมื่อแสดงเกี่ยวกับพิธีกรรมและมีการออกแบบท่ารำเคลื่อนไหวโดยวิธีการดังนี้

                               5.1 การใช้ท่ารำโนรามาประสมท่ารำร่วมกันที่แสดงถึงความสวยงาม แต่ไม่สื่อสารถึงความหมาย เช่น ท่าเขาควายต่างระดับ การจีบมือไขว้ระดับเดียวกันและการตั้งวงข้างระดับสะเอว การออกแบบท่ารำซึ่งนำท่ารำที่มีเนื้อร้องจากบทประถมมาเรียงร้อยให้เป็นกลอน

                               5.2 การออกแบบท่ารำซึ่งนำท่ารำที่มีเนื้อร้องจากบทประถมมาเรียงร้อยให้เป็นกระบวนการทำร่วมกัน ได้แก่ ท่านกแขกเต้าเข้ารัง ท่าหงส์ทอง ท่ากระต่ายชมจันทร์ (ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2561: 83.)

                               5.3 การออกแบบที่นำท่ารำจากบทร้องของการรำทำบทผันหน้าและเพลงทับเพลงโทนคัดเลือกมาตีท่ารำให้ต่อเนื่องกัน ได้แก่

                                     - ท่าทิวกันบรรพต ขั้นช่องถัดถัดมา

                                     - ท่าพิสมัยร่วมเรียง เส้นสายปลายเนิน

                                     - ท่าแผ่นผ่าง่างบระยับยาบ แวบวาบแวววาวสีขาวเผิน

                                     - ท่าข้างเหวมีห้องเป็นช่องลอด น้ำไหลหลอดลงถ้ำลำละหาน

                               5.4 การออกแบบที่มีการสร้างสรรค์ นำบทผันหน้าและเพลงทับเพลงโทนในบทดังกล่าวของข้อ 5.3 มาตีท่ารำซ้ำและเพิ่มความเร็ว เพื่อสื่อสารการพูดจาและสนทนาร่วมกันอย่างต่อเนื่องโดยใช้การเคลื่อนไหวไปในทิศทางต่าง ๆ รูปวงกลม เส้นตรง เส้นเฉียงและทะแยงมุม ฟันปลาและแถวตอน โดยเน้นพลังของการเคลื่อนไหวร่างกายสะท้อนถึงสมรรถภาพความแข็งแรงของร่างกาย ที่ส่งผลการสื่อสารอารมณ์ทางการแสดงของตัวละครขณะดำเนินเรื่องได้เป็น อย่างที่สร้างจุดสนใจและน่าตื่นเต้น (ศิริมงคล นายกูล, 2551 : 105)

                           6. การวิเคราะห์ดนตรี

                               การแสดงโนราร่วมสมัย ชุดนขาโนราชาตรีเป็นการแสดงที่ใช้ดนตรี โนราประสมกันทั้งวงร่วมกับการใช้เสียงระฆังราวของดนตรีสากล จึงมีการออกแบบดนตรีและวิเคราะห์เสียงดนตรีที่จะนํามาใช้ทุกรูปแบบ โดยใช้หลักการบรรเลงเดี่ยว เครื่องดนตรีแต่ละชนิดของโนรามาเป็นเสียงดนตรีประกอบการแสดงแต่ละช่วงและใช้การบรรเลงการร่วมประสมวง ได้แก่ การตีข้างกลองไม้เดียว การตีข้างกลองสองไม้ (วีระเดช ทองคำ, 2564 : 93) และการให้นักดนตรีตีบทจากเครื่องดนตรีออกมาด้วยน้ำเสียงและการสร้างเสียงใหม่จากเครื่องคนตรีเดิม เพื่อส่งเสริมความรู้สึกของบทและบรรยากาศนั้น ๆ เพื่อเชื่อมบทเพลงหรือต่อบทเพลง (สินภา สารสาส, 2562: 1 28) ได้แก่ การใช้ปี่แสดงความโศกเศร้า โหยหวน การตีกลอง 3 ใบในจังหวะสูงต่ำแตกต่างกันแสดงความสนุกสนาน การตีข้างกลองไม้เดียวและสองไม้แสดงความดุดัน เข้มแข็ง

                           7. ความสัมพันธ์ของการแสดงกับฉาก การแสดงโนราร่วมสมัย ชุดนขาโนราชาตรีจะให้ความสำคัญของการแสดงกับฉากเป็นอย่างยิ่งเพราะโครงสร้างของฉากทั้งหมดจะมี 3 ส่วน ได้แก่

                               1) การแสดงเงาหลังฉากซึ่งจะต้องใช้ผ้ากันเป็นฉากด้านหลังที่สามารถส่งแสงผ่านผ้าเห็นเงาเล็บบนจอผ้าได้

                               2) การใช้หลับด้านซ้ายและขวาทึบสีดำขนาดใหญ่ ที่สอดคล้องกับพื้นที่เวทีที่สามารถเป็นฉากบังให้นักแสดงซ่อนตัวและเป็นจากด้านซ้ายและขวา เมื่อเงาเก็บปรากฏบนหลับได้อย่างชัดเจน

                               3) การใช้เก้าอี้ซึ่งเป็นแท่นสีดำกลมกลืนกับเสื้อผ้านักแสดงและฉากที่วางอยู่บริเวณหน้าเวทีตรงกลางด้านหลังที่เป็นองค์ประกอบฉากให้นักแสดงได้แสดงอย่างสะดวกและเคลื่อนไหวโดยไม่สะดุดในเงามืด สำหรับวิธีการแสดงนั้นจะออกแบบให้นักแสดงร้องบทให้เสียงดังชัดเจน เมื่อเคลื่อนมาด้านหน้าเวทีและรวมกลุ่มเพื่อให้เสียงก้องกังวานเนื่องจากมิได้ใช้ไมโครโฟน ดังนั้น นักแสดงและผู้ชมจะมีระยะในการชมที่ใกล้ชิดกันสามารถได้ยินเสียงและการมองเห็นการแสดงได้สะดวกและชัดเจน

                           การวิเคราะห์ข้อมูล

                               การแสดงโนราร่วมสมัยชุดนขาโนราชาตรีเป็นการแสดงสร้างสรรค์ ที่จะนำเสนอถึงความงดงามและคุณค่าของเล็บโนราที่เป็นเอกลักษณ์ การสวมใส่ตลอดระยะเวลาในการรำ ดังนั้น จึงต้องมีการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นที่จะทำให้ผู้ชมการแสดงเข้าใจธรรมชาติ โครงสร้างประโยชน์การใช้เล็บของโนรา โดยปกติทั่วไปในการแสดงโนราและศึกษาท่ารำ กระบวนการรำที่เป็นมาตรฐาน ในการใช้ท่ารำจากเล็บโนราได้อย่างสวยงาม คัดเลือกมาสื่อสารได้อย่างชัดเจนและนำกระบวนการรำที่เห็นความเชี่ยวชาญของการมีทักษะในการใช้เล็บ ในการตีท่ารำมาสื่อสารความหมายและสร้างความแข็งแรงตื่นเต้นและแปลกตา ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลาการแสดง ซึ่งผู้สร้างสรรค์งานจะไม่นำความสวยงามผู้โนรามาเป็นองค์ประกอบให้รบกวนสายตาของผู้ชมเล็บ จึงมิได้สวมเครื่องแต่งกายโนราแต่ให้สวมชุดดำเพื่ออำพรางร่างกายทั้งหมดและส่งให้เล็บสีขาวทั้ง 8 เล็บ ที่สวมใส่สามารถสร้างความงดงามแปลกตาให้เกิดแก่ผู้ชมที่เห็นกระบวนการรำจากการใช้เล็บจากพื้นฐานสู่ความเชี่ยวชาญ ซึ่งผู้รำจะต้องมีทักษะ ในการรำโนราและร้องบทที่ท่ารำเป็นอย่างดีและใช้นักแสดงผู้หญิงล้วน เนื่องจากต้องการสื่อสารถึงผู้หญิงที่แข็งแรงมีสมรรถภาพร่างกายที่ดีในการแสดงโนรา สร้างความแปลกใจและท้าทายผู้ชม ซึ่งจะได้เห็นใบหน้าของนักแสดงในช่วงเวลาการรำช่วงที่ 3 ก่อนจะจบการแสดง ซึ่งการแสดงชุดนขาโนราชาตรี ใช้ดนตรีโนราบรรเลง นักดนตรีจะต้องมีทักษะพิเศษ มีการตีบทดนตรีให้ออกมาในสำเนียงดนตรีที่สร้างขึ้นตามกระบวนลีลาและเพิ่มเสียงดนตรีให้แปลกใหม่ดังก้องกังวาน หนักเบาตามลีลาของกระบวนการรำที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วง ซึ่งอาศัยฉากเวทีที่สอดคล้องกลมกลืนกับเสื้อผ้านักดนตรีที่เป็นสีดำอีกเช่นกัน ทำให้เสียงดนตรีส่งผ่านออกมาจากเงามืด ซึ่งผู้ชมจะมีโอกาสได้ฟังทักษะของนักดนตรีและได้ชมนักดนตรีปรากฏตัวพร้อมกับผู้รำ เมื่อฝ่ายเทคนิคเปิดไฟสว่างช่วงสุดท้ายของการแสดง ซึ่งนักดนตรีและนักแสดง สื่อสารอารมณ์ออกมาทางการแสดงสัมพันธ์ต่อกัน

                               การแสดงดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างงานสร้างสรรค์ที่มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งพัฒนาการมาจากศิลปะการแสดงโนราที่สามารถสร้างสรรค์รูปแบบขึ้นมาใหม่ อาศัยองค์ประกอบและเทคนิคจากศิลปะการแสดงประเภทอื่น ๆ มาใช้ร่วมกัน

                  2.3.2 การแสดงร่วมสมัย ชุด โนราชดท่าร่วมสมัย

                           ความนำ ศิลปะการแสดงพื้นบ้านทุกประเภทของไทย ซึ่งได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตและยังคงสืบทอดการแสดงมาจนถึงปัจจุบัน ย่อมแสดงให้เห็นว่าการแสดงพื้นบ้านประเภทนั้นมีความสำคัญและมีบทบาทต่อสังคม ที่สะท้อนถึงความเข้มแข็งของการแสดง ซึ่งต้องพัฒนา ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการแสดง แต่ยังคงเอกลักษณ์ที่จะต้องอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นการแสดงศิลปะพื้นบ้านประจำท้องถิ่น ที่ตอบสนองความต้องการของสังคมได้ในยุคปัจจุบัน ได้แก่ ศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สำคัญ ดังต่อไปนี้ หมอลำ ลิเก ลำตัด โนรา ลิเกฮูลู ฟ้อน เซิ้ง เป็นต้น โดยเฉพาะศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนราของภาคใต้ที่มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนการแสดงเรื่อยมา แต่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรศึกษารูปแบบการแสดงที่พัฒนาและปรากฏในปัจจุบัน

                           ความหมาย การแสดงพื้นบ้านแต่ละประเภทมีเอกลักษณ์ของการแสดงแตกต่างกันตามภูมิภาคของแต่ละท้องถิ่น มีชื่อ ความหมาย องค์ประกอบและวิธีการแสดงแตกต่างกันดังตัวอย่างของการแสดงโนราต่อไปนี้ เช่น

                           โนรา หมายถึง ศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้ ที่มีการรำ การร้อง การแสดงเป็นเรื่องและการประกอบพิธีกรรม (ปรีชา นุ่นสุข, 2537 : 15)

                           ซัดท่า หมายถึง การวาดมือและแขนออกไปอย่างรวดเร็ว ใช้ในการแสดงโนราและละครชาตรี เช่น ซัดท่าเขาควาย ซัดท่าครู เป็นต้น (พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน, 2542 : 378)

                           ดังนั้น โนราซัดท่า หมายถึง การรำท่าโนราในรูปแบบต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการรำที่รวดเร็ว กระฉับกระเฉง แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความแข็งแรงแฝงไปด้วยความอ่อนช้อย

                           ร่วมสมัย หมายถึง การจัดการแสดงที่สามารถเล่าเรื่องราวในปัจจุบันได้โดยมีการประยุกต์ออกแบบและสร้างสรรค์วิธีการแสดงในรูปแบบต่าง ๆ ที่ทำให้นักแสดงทุกคนมีบทบาทในการสื่อสารการแสดงบนเวทีร่วมกัน

                           การแสดงโนราซัดท่าร่วมสมัย จึงเป็นการแสดงที่เกิดจากกระบวนการสร้างสรรค์เพื่อที่จะทำให้การแสดงโนราสามารถสื่อสารเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับคนในยุคปัจจุบัน มีองค์ประกอบของกระบวนการสร้างงานดังนี้ คือ

                           1. แนวคิดของการสร้างงาน

                           2. กระบวนการสร้างงาน

                           3. วิธีการสร้างงาน

                           4. การนำเสนอผลงาน

                           5. การสรุปและเสนอแนะ

                           ซึ่งในแต่ละขั้นตอนจะมีองค์ประกอบของความรู้ที่สำคัญในการนำมาพิจารณาคัดเลือกสร้างผลงาน ดังรายละเอียดสังเขปต่อไปนี้

                           1. แนวคิดการสร้างงาน ศิลปะการแสดงโนราเป็นการแสดงที่มีองค์ความรู้กว้างขวาง สามารถพัฒนานำไปสร้างสรรค์เป็นศิลปะการแสดงหรืองานศิลปะได้หลากหลาย เช่น แต่งเพลงพื้นบ้านเพลงลูกทุ่งที่เกี่ยวกับจังหวะเรื่องราวของโนรา ประดิษฐ์หุ่นเชิดเป็นรูปโนรา ประดิษฐ์ตัวหนังตะลุงรูปโนรา สร้างงานวาดภาพโนรา เมื่อโนรามีพื้นที่ในการสร้างงานได้หลากหลาย ควรจะเอาความงดงามและมีคุณค่าของศิลปะที่พัฒนามาจากการแสดงโนรามาแสดงร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักและความภาคภูมิในคุณค่าของโนราที่สามารถรับใช้สังคมได้ในปัจจุบัน

                           2. กระบวนการสร้างงาน การสร้างงานโนราซัดท่าร่วมสมัยนั้น จะเป็นการนำองค์ความรู้ของงานศิลปะที่เกิดจากการสร้างงานของศิลปินแขนงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

                               2.1 การแสดงโนรา ใช้ท่าและจังหวะบรรเลงประกอบการรำบทประถมสายขุนอุปถัมภ์นรากร จังหวัดพัทลุง ถ่ายทอดโดยโนราผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช นาคะวิโรจน์ ศิลปินดีเด่นของกระทรวงกีฬาและการท่องเที่ยว ประจำปี 2559 มาแสดงท่ารำที่สวยงามแบบดั้งเดิม

                               2.2 งานจิตรกรรมเป็นการใช้งานเขียนสีน้ำและสีน้ำมันรูปโนราและรูปเถาวัลย์ โดย นางสาวปรีดาภรณ์ สิทธิ์มาก ศิลปินเยาวชนจังหวัดพัทลุง และนายอดุลย์ มูดอ ศิลปินวาดภาพจังหวัดปัตตานี มาเป็นองค์ประกอบฉากการแสดง

                               2.3 เพลงประกอบการแสดงใช้เพลงดนตรีพื้นบ้านโนราประยุกต์และดนตรีสากลประเภทเพลงแร็ป มีเนื้อร้องประกอบโดย นายกิตติชัย รัตนพันธ์ อาจารย์ดนตรีพื้นบ้านประจำวิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง และเพลงแร็ปปักษ์ใต้ โดยศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ได้จัดทำขึ้นมาบรรเลงประกอบการเชิดหุ่นและรำโนรา

                               2.4 หุ่นกระบอกและหุ่นละครเล็กโนราและพรานที่ได้มีการสร้างสรรค์ขึ้นโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนภรณ์ แสนอ้าย และผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ สาขาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา มาเป็นองค์ประกอบหลักการเล่าเรื่องราว

                               2.5 การเชิดหนังตะลุงโดยมีการแกะหนังตะลุงเป็นรูปตัวสำคัญ ๆ เช่น ปรายหน้าบท มเหสี ตัวตลก และรูปโนรา โดยหนังสง ศรีทวีกูล อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา

                               ซึ่งศิลปะการแสดงแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันแต่จะต้องมาร่วมการสร้างสรรค์การแสดงเพื่อที่จะเล่าเรื่องเมืองสงขลาในยุคสมัยปัจจุบันโดยมีเนื้อเพลงแร็ปปักษ์ใต้เป็นโครงสร้างหลักในการสื่อสารความหมายของผลงานการแสดง

                           3. วิธีการสร้างงาน การแสดงชุดโนราซัดท่าร่วมสมัย เมื่อได้รวบรวมองค์ความรู้หลักที่สำคัญแต่ละประเภทแล้ว มีวิธีการสร้างงานเป็นช่วงระยะเวลาการแสดง 4 ช่วง ดังนี้

                               ช่วงที่ 1 การนำโนราแบบดั้งเดิม เพื่อสื่อสารถึงความมีคุณค่าของศิลปะการแสดง โดยการวาดภาพใช้พู่กันสีน้ำและสีพลาสติก วาดลงบนแผ่นผืนผ้าใบและร่มขนาดใหญ่


โนราพื้นฐาน

ที่มา : Songkhla City, 2559.

                               ช่วงที่ 2 การเชิดหนังตะลุงและหุ่นพราน เพื่อเล่าเรื่องความเจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปะและวัฒนธรรมแขนงต่าง ๆ ผ่านการขับร้องบทเพลงแร็ปปักษ์ใต้ที่มีการขับร้องประกอบการแสดง


ภาพโนรา หนังตะลุง พระอิศวรทรงโค

ที่มา : วีระเดช ทองคำ, 2559.

                               ช่วงที่ 3 การเชิดหุ่นกระบอกโนรา 7 ตัว หุ่นพราน 1 ตัว หุ่นโนราละครเล็ก 3 ตัว ประกอบการในจังหวะเพลงโค เพลงนาด เพื่อให้เห็นถึงการพัฒนาหุ่นมาจากโนราที่มาจากวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง สามารถปรับเปลี่ยนเปลี่ยนและสร้างสานศิลปะใหม่ขึ้นมาได้ และสามารถร่ายรำได้สวยงามใกล้เคียงกับการแสดงโนราดั้งเดิม


ที่มา : Songkhla City, 2559.

  

ที่มา : วีระเดช ทองคำ, 2559.

                               ช่วงที่ 4 การรำโนราคล้องหงส์ โดยศิลปินโนราและพราน เป็นการสื่อสารเมื่อเมืองสงขลามีวัฒนธรรมที่เข้มแข็งมาเป็นเวลายาวนาน ดังนั้น ศิลปะการแสดงโนราซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่า สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับศิลปะการแสดงใหม่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ พร้อมกับใช้องค์ประกอบจากฉากรูปโนราและหุ่นกระบอกโนราและหุ่นโนราละครเล็กแสดงร่วมกัน


ที่มา : Songkhla City, 2559.

                           4. การนำเสนอผลงาน การแสดงชุดโนราซัดท่าร่วมสมัย ได้มีการจัดการแสดงผลงานที่มีการออกแบบสร้างสรรค์วิธีการแสดง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายพร้อมองค์ประกอบต่าง ๆ ในการแสดงงานหลาดสองเล เก๋า เท่ ริมเลสาบของเทศบาลนครสงขลาร่วมกับภาคีคนรักสงขลามูลนิธิสวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรมติณสูลานนท์และห้างทองหยงเตียน บ้านนครในสงขลา เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2559 เวลา 18.30 น. เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยใช้เวลาในการแสดง 30 นาที นักแสดงจำนวน 35 คน

                           5. การสรุปและเสนอแนะผลงาน การแสดงชุดโนราซัดท่าร่วมสมัยดังกล่าวมีการดำเนินการสรุปผลงานของการแสดงโดยการประเมินจากความพึงพอใจของอาจารย์และนิสิตสาขาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา และผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะในจังหวัดสงขลาที่ได้ชมการแสดง ซึ่งผลของการดำเนินงานและข้อเสนอแนะสรุปได้ดังนี้

                               จากการชมการแสดงโนราซัดท่าร่วมสมัย มีผู้ชมที่สนใจได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแสดงสรุปได้ดังนี้

                               5.1 การแสดงชุดโนราซัดท่าร่วมสมัย เป็นการแสดงแปลกใหม่นำเสนอการแสดงโนราและหุ่นได้น่าสนใจ

                               5.2 การแสดงของหุ่นจะดึงดูดความสนใจผู้ชมมากกว่าการแสดงโนราหรือการวาดภาพ

                               5.3 การใช้จอแอลอีดี ผู้ชมสามารถชมหุ่นที่มีขนาดเล็กในระยะไกลที่ปรากฏที่จอด้านหลังขนาดใหญ่ได้อย่างชัดเจน

                               5.4 การใช้จอทำให้เกิดมิติภาพ หลายภาพการแสดงปรากฏอยู่บนพื้นที่เดียวกันเกิดความตื่นตาตื่นใจ เช่น ภาพโนรากำลังร่ายรำอยู่กลางเวทีและจอมีภาพหุ่น ภาพวาดปรากฏเป็นองค์ประกอบโดยรอบ มีศิลปะหลายรูปแบบเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

                               5.5 การจัดวางและแสดงบทบาทของนักดนตรี ซึ่งเป็นองค์ประกอบสําคัญของการแสดงบนจอและเวทีไม่ชัดเจน

                               5.6 พิธีกรมิได้อธิบายความเป็นมาของศิลปะการแสดงโนรา หุ่น เพลงการวาดภาพ ที่ได้แสดงให้ผู้ชมได้เข้าใจเบื้องต้น ความเข้าใจเรื่องราวของการแสดงที่สื่อสารออกมาในรูปของโนรา หุ่น เพลงและจิตรกรรม


        สรุป

        การแสดงโนราซึ่งมีการอนุรักษ์และสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน สามารถนำองค์ความรู้ไปสร้างสรรค์เป็นการแสดงประเภทต่าง ๆ ได้สอดคล้องกับความต้องการของศิลปินผู้สร้างสรรค์และมีพื้นที่ในการเผยแพร่ศิลปะการแสดงโนราแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ สามารถเล่าเรื่องราวและสื่อสารศิลปะต่าง ๆ ได้ชัดเจน การแสดงชุดโนราซัดท่าร่วมสมัย จึงเป็นการบูรณาการงานศิลปะที่เกิดขึ้นให้สามารถแสดงร่วมกันเพื่อรับใช้สังคมในยุคปัจจุบันที่มีรสนิยมในการชมปรับเปลี่ยนไปในงานศิลปะประเภทต่าง ๆ ศิลปินพื้นบ้านที่ชาญฉลาดที่มีประสบการณ์ด้านการแสดงและมีโอกาสศึกษาหาความรู้ศิลปะด้านอื่น ๆ จึงสามารถปรับตัวเอื้อเฟื้องานศิลป์ไปสู่งานแขนงต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว ทำให้มีผู้ที่ชมการแสดงนั้นได้เกิดความลึกซึ้ง ศิลปะการแสดงร่วมสมัยที่ปรากฏออกมาจึงเกิดความประทับใจและยอมรับผลงานที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นกลวิธีในการปรับการแสดงให้สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบัน