Reading Room

ศิลปะการแสดงโนรา ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์

บทที่ 3

โนราใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์จากอดีตสู่ปัจจุบัน


        พระมหากษัตริย์ของไทยทรงเป็นแบบอย่างของการอนุรักษ์มรดกศิลปะและวัฒนธรรมของไทยมาตลอดทุกยุคสมัย พร้อมกับพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงได้เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรหรือเสด็จแปรพระราชฐานเนื่องในโอกาสต่าง ๆ ทั่วประเทศของทุกปี โดยเฉพาะในภาคใต้ เมื่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงเสด็จจะโปรดให้ศิลปินโนราในจังหวัดสำคัญ ๆ ที่เสด็จพระราชดำเนินได้มีโอกาสถวายต้อนรับ เพื่อเทิดพระเกียรติพร้อมชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดนำมาซึ่งความปลาบปลื้มใจแก่ศิลปินโนราของภาคใต้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

        การปรากฏหลักฐานการได้มีโอกาสได้ร่ายรำโนราถวายในอดีตนั้นจะปรากฏในภาพถ่ายประวัติศาสตร์จากกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ที่มีการเก็บบันทึก ฟิล์ม ภาพเหล่านั้นไว้หลายภาพ เพราะในอดีตสามัญชนจะไม่มีความรู้ในการถ่ายภาพหรือมีโอกาสในการใช้กล้องบันทึกภาพได้น้อยมาก ต่อมาก็จะปรากฏภาพมาสู่หน่วยงานราชการที่สำคัญที่มีงบประมาณของจังหวัดในการซื้อกล้องถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ หรือเครื่องบันทึกภาพยนตร์ จึงทำให้มีภาพเหตุการณ์สำคัญที่น่าศึกษาเพิ่มมากขึ้นในยุคต่อมา

        1. การแสดงโนราในอดีต ช่วงที่ 1 พ.ศ. 2444-2467

            การแสดงโนราในยุคดังกล่าวมีเหตุการณ์สำคัญปรากฏในภาพ ดังต่อไปนี้

            1.1 โนราจังหวัดนครศรีธรรมราช


โนราจังหวัดนครศรีธรรมราช

ที่มา : กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร, 2538.


                  โนราจังหวัดนครศรีธรรมราชมีโอกาสแสดงโนราถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2444 เมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายังบริเวณวัดพระบรมธาตุวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ โดยมี โนรา คล้าย พรหมเมศรและคณะได้รำถวาย ณ บริเวณลานหน้า อุโบสถวัดพระบรมธาตุ มีนักดนตรีร่วมบรรเลงประกอบกระบวนการรำที่ปรากฏในภาพเป็นการรำท่าขี้หนอนร่อนรำ (กินนรร่อนรำ) ซึ่งใช้นักแสดงเป็นผู้ชายทั้งหมดคือ นายโรง นางรำ และเด็กผู้ชายร่วมรำประกอบด้วยกัน ซึ่งถือกันว่าเป็นภาพที่มีคุณค่าและมีความสวยงามโดยเฉพาะพระราชโอรสพระองค์น้อยของรัชกาลที่ 5 ที่ตามเสด็จทอดพระเนตรอย่างใกล้ชิด นำความปลาบปลื้มให้กับศิลปินและชาวภาคใต้ทุกคน


โนราแสดงหน้าบริเวณลานวัดพระบรมธาตุ

ที่มา : กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร, 2538.


                  การแสดงโนราของคณะโนราคล้าย ขี้หนอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สำคัญอีกภาพหนึ่งจะเห็นโนรานายโรงสวมเทริดขนาดใหญ่รำท่าเทวดาและและโนราอีกหนึ่งคนมีท่ารำคล้ายกับท่ารำเกี้ยว พร้อมกับนางรำเป็นเด็กผู้ชายรำประกอบโดยรอบอีก 3 คน ซึ่งสวมปิ้งคอ ลูกปัดและหางครบชุด แต่อีกคนไม่ได้มีหางแต่มีผ้ายันต์โพกศีรษะและมีผ้าพาดบ่า โนราเด็กทั้งสองคนสวมสนับเพลา นั่งผ้าจีบโจงกระเบน แต่ไม่ม้วนชายผ้าแนบสนิทหางเหมือนในปัจจุบัน บริเวณรำจะปูด้วยเสื่อกระจูดวางเรียงประกอบกัน มีนักดนตรีตีกลองและแตระนั่งอยู่บริเวณขวามือ พร้อมกับผู้ชมนั่งดูรายรอบไปจนถึงลานต้นโพธิ์ซึ่งอยู่กลางบริเวณลานวัดพระบรมธาตุวรวิหาร เช่นเดียวกัน

            1.2 โนราจังหวัดปัตตานี



                  โนราจังหวัดปัตตานีได้มีโอกาสแสดงการรำโนราถวายการต้อนรับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน อดีตเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสมาลายู ผ่านมณฑลภาคใต้เมื่อ พ.ศ. 2460 ณ บ้านนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานีในปัจจุบันคณะโนรายก (ไม่ทราบนามสกุล) จากบ้านนาใน ตำบลมะกรูด อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งพื้นเพเดิมจะอาศัยอยู่ตำบลบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยศิษย์จำนวน 2 คน โนรายก บ้านนาใน นอกจากมีความรู้ด้านโนราแล้วสามารถแสดงหนังตะลุง แสดงโต๊ะครึม ได้อีกด้วยจึง (อนุพล ส่งสกุล : ผู้ให้สัมภาษณ์, ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ : ผู้สัมภาษณ์ ณ วัดหาดทรายขาว ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564) เป็นโนราที่มีความรู้หลากหลาย มาร่ายรำอยู่บริเวณด้านหน้าทับ ซึ่งเป็นที่สำหรับรอรับเสด็จโดยมีนักดนตรีนั่งบรรเลงอยู่ภายในบริเวณทับ แสดงท่ารำรูปเขียนและผาลา โดยการยกเข่าตั้งขึ้นมาระดับสูงมาก แสดงถึงความอ่อนช้อยและแข็งแรง มีการสวมเทริด ครอบเกือบปิดบริเวณใบหน้า สวมเล็บและเครื่องแต่งกายลูกปัดเป็นสร้อยสังวาลย์ ประกอบทับทรวงและปีกนกแอ่น ลูกศิษย์ผู้ชายที่รำประกอบด้วยกันมิได้สวมเทริดและเล็บ คนด้านขวาสุดมีการไว้จุกปรากฏชัดเจน ส่วนเครื่องประดับทั้งสองคนเป็นสร้อยลูกปัดมีทับทรวงและปีกนกแอ่น แต่ไม่ครบองค์ประกอบเหมือนโนราใหญ่ นอกจากนี้จะสังเกตได้ว่า สนับเพลาทุกคนจะยาวกรอมเท้าและมีผ้าห้อยขนาดใหญ่ ซึ่งแสดงเอกลักษณ์ของโนรา จังหวัดปัตตานีได้อย่างชัดเจน

            1.3 โนราจังหวัดสงขลา


โนราสงขลา รำท่ากินนรร่อนรำ

ที่มา : กองจดหมายเหตุแห่งชาติ, 2538.


                  การแสดงโนราจังหวัดสงขลามีปรากฏหลักฐานจากภาพกองจดหมายเหตุแห่งชาติกรุงเทพมหานคร เป็นการแสดงโนราถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 หลังจากเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนรถไฟสายเชื่อมต่อของสหรัฐมาลายูแล้วเสด็จโดยประทับรถไฟพระที่นั่งจากสถานีบูกิตมะตา เสด็จพระราชดำเนินกลับสู่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2467 โดยเสด็จลงประทับแรมที่จังหวัดสงขลา หนึ่งราตรี แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร โดยขบวนรถไฟพระที่นั่งถึงสถานีบางกอกน้อยในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2467 (วรชาติ มีชูบท, 2561 : 148) ซึ่งการแสดงโนราจังหวัดสงขลาที่รับเสด็จนั้น เป็นเวลากลางวันโดยการปลูกโรงรำโนราแบบโบราณรำถวายการต้อนรับอยู่บริเวณลานหญ้าด้านหน้าโรงซึ่งมีพุ่มต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง บริเวณด้านข้างโรงโนราด้านซ้ายและขวาจะมีประชาชนแต่งกายเรียบร้อยนั่งชมโนราและรอรับเสด็จอย่างหนาแน่น โนราทั้ง 3 คนรำท่าขี้หนอนร่อนรำ (กินนรร่อน) โดยโนราผู้ชายคนกลางจะสวมชุดโนราเต็มรูปแบบมีการสวมเทริดสังวาลย์และสร้อยมีปีกนกแอ่นทับทรวงผ้าห้อยหน้าและห้อยข้างขนาดใหญ่ประดับสวยงาม โนราผู้ชายด้านซ้ายมือมิได้โพกศีรษะมองเห็นการไว้จุกของโนราเด็กในยุคนั่นได้อย่างชัดเจน สำหรับโนราด้านขวามือมีผ้าโพกศีรษะขณะรำท่าขี้หนอนได้ระดับเดียวกันกับโนราใหญ่ซึ่งร่ายรำอยู่ตรงกลาง

 

โนราจังหวัดสงขลา

ที่มา : กองจดหมายเหตุแห่งชาติ, 2538.


                  ภาพโนราจังหวัดสงขลาที่ปรากฏอีกภาพหนึ่งนั่นมิใช่เป็นการรำโนราแต่เป็นการยืนแสดงความเคารพอาจจะเป็นผู้ใดคนหนึ่งผ่านมาหรืออาจจะเป็นการแสดงความเคารพตอนจบการแสดง แต่เอกลักษณ์ที่สำคัญคือการยืนน้อมไหว้อย่างสุภาพนอบน้อมจะไม่ค่อยปรากฏให้เห็นในภาพการแสดงโนรา ซึ่งสะท้อนให้เห็นบุคลิกลักษณะนิสัยของครูโนราและโนราเด็กทั้งสองคนในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี สิ่งสำคัญที่สามารถศึกษาได้จากภาพนี้คือโนราเด็กผู้ชายทางขวามือมีการแต่งหน้าด้วยการทาแป้งสีขาวนวลเห็นเด่นชัด ทำให้ทราบว่าศิลปะการแสดงโนรายุคสมัยนี้นิยมแต่งหน้าทาแป้งสีขาวสวยงามเพิ่มความน่าสนใจในการแสดงทำให้มีบุคลิกโดดเด่นไปจากบุคคลทั่วไป เพิ่มสีสันความสวยงามให้กับผู้นำในวัยเด็กที่ยังไม่ได้สวมเทริดอย่างสวยงามแต่มีใบหน้างดงามอ่อนหวานน่าชม

        2. การแสดงโนราในอดีตช่วงที่ 2 พ.ศ. 2502-2520

            การแสดงโนราได้มีโอกาสถวายอีกต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรทั่วทุกจังหวัดในภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรจนถึงจังหวัดนราธิวาส โดยเสด็จทางรถไฟและรถยนต์พระที่นั่งตามเสด็จ ซึ่งมีกำหนดการที่จะต้องประทับพักแรม ณ ที่ประทับชั่วคราวโดยแต่ละจังหวัดจัดถวายตามความพร้อมในการถวายการต้อนรับในการเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรตามที่ต่าง ๆ นั้น พระองค์ได้บันทึกเหตุการณ์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปะและวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ไว้อย่างละเอียด ปรากฏเป็นภาพยนตร์หนังสือและภาพถ่ายส่วนพระองค์ได้เผยแพร่ให้ประชาชนได้ศึกษาความเป็นมาในอดีตได้อย่างน่าประทับใจ


ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินีเสด็จเยี่ยมราษฎรทรงตรวจแถวข้าราชการซึ่งมายืนรอรับเสด็จ

ที่มา : สมุดภาพที่ระลึกเสด็จประพาสภาคใต้, 2502.


            ช่วงระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎร อยู่ในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2502 ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีการเตรียมพื้นที่ในการถวายการต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมกับการเฝ้ารอคอยชื่นชมพระบารมีของพระองค์จากราษฎรทั่วทั้งภาคใต้ นอกเหนือจากการถวายการต้อนรับแล้วราษฎรแต่ละจังหวัดจะมีการนำสิ่งของผลผลิต สิ่งมีค่าและหายากจึงไม่ปรากฏโดยทั่วไป นำมาถวายขณะเฝ้ารับเสด็จ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ กิจกรรมด้านการแสดงพื้นบ้านที่ราษฎรแต่ละจังหวัดพยายามนำมาแสดงถวายการต้อนรับพระองค์ พระองค์ทรงสนพระทัย ศึกษาทอดพระเนตรการแสดงอย่างใกล้ชิดทุกครั้ง ศิลปินหรือนักแสดงพื้นบ้านในสมัยนั้นคงจะปลาบปลื้มและภาคภูมิใจในชีวิตที่ได้แสดงถวายการต้อนรับแด่พระมหากษัตริย์ไทย สำหรับศิลปะการแสดงซึ่งแต่ละจังหวัดถวายนั้นมีหลายประเภท เช่น การเต้นซาไก จังหวัดยะลา, การแห่นกสิละและรำกริช จังหวัดปัตตานี, การรำถวายพระพร จังหวัดนครศรีธรรมราช, การรำโนรา จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง การรำโนรา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ของสองจังหวัดดังกล่าว มีรายละเอียดในการแสดงและมีความน่าสนใจสำหรับการนำมาแสดงเพื่อถวายการต้อนรับในการเสด็จพระราชดำเนินและทอดพระเนตรการแสดง ดังต่อไปนี้

            2.1 การแสดงโนราจังหวัดพัทลุง


โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) ท่าพระจันทร์ทรงกลด

ที่มา : เสด็จฯเยี่ยมราษฎร ภาคใต้, 2539.


                  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จถึงจังหวัดพัทลุงเมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2502 เวลา ประมาณ 11.00 น. หลังจากทรงมีพระราชดำรัสกับประชาชนหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงและเยี่ยมเยียนราษฎรที่มา รอเฝ้ารับเสด็จเรียบร้อยแล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินเสวยพระกระยาหารกลางวันบนศาลากลาง ขณะเดียวกันบริเวณด้านล่างจะมีการแสดงโนราถวายทอดพระเนตร


โนราขุนอุปถัมภ์นรากร รำท่าแขกเต้าเข้ารัง

ที่มา : เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ภาคใต้, 2539.


                  คณะโนราและนักดนตรีที่ได้แสดงและบรรเลงดนตรีถวายการต้อนรับนั้น เป็นคณะโนราของโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) พร้อมลูกศิษย์จากอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้แก่ โนราพรหม ปานมา โนราสวัสดิ์ ช่วยพูนชู โนรากลับ แก้วหล่อ และโนราหีด บุญหนูกลับ ครูโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และลูกศิษย์ได้รำบทประถม เป็นส่วนหนึ่งการถวายการรับเสด็จและปรากฏการรำในท่าพระจันทร์ทรงกลด ที่มีความสวยงามและแตกต่างจากปัจจุบันโดยมีนักดนตรีร่วมบรรเลงจำนวน 5 คน ทุกคนจะนั่งบรรเลงอยู่บนเสื่อปูลาดกับพื้น นักดนตรีจะนั่งแยกกัน 2 กลุ่มคือ บริเวณด้านซ้ายและบริเวณด้านขวา นักดนตรีแต่งกายสุภาพเรียบร้อยด้วยเสื้อแขนยาวสีขาว สวมใส่ไว้ในกางเกงขายาว ติดกระดุมปลายแขนและคาดเข็มขัด นักดนตรีนายทับจะนั่งมุมซ้ายด้านหน้า นายกลองจะนั่งมุมขวาด้านหน้า นายปี และนายซอนั่งด้านหลังซ้ายและนายโหม่งนั่งด้านหลังขวา ซึ่งเป็นกระบวนการนั่งบรรเลงที่แปลกมาก คือ นั่งกระจายไปคนละมุมของพื้นที่การแสดงและจะสังเกตได้ว่า คนที่ตีทับจะใช้ทับเพียง 1 ใบ


โนราขุนอุปถัมภ์นรากรและคณะ ท่าซัดขึ้นให้เป็นวง

ที่มา : สมุดภาพที่ระลึกเสด็จประพาสภาคใต้, 2502.


                  โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) นั่งรำบนเก้าอี้ตรงกลางของเวทีการแสดงการนั่งบรรเลงดนตรีโนราที่หลากหลายนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและโอกาสที่แสดง โดยเฉพาะครั้งนี้จะใช้ทับเพียง 1 ใบ ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก เมื่อตีทับเสียงคงจะดังนุ่มนวลก้องกังวานไปทั่วสนามเพราะนักดนตรีทั้งหมดนั่งโอบล้อมนักแสดงโนราและขณะที่ฝนตกลงมาปรอย ๆ จึงใช้เวลาในการรำเพียงเล็กน้อย

            2.2 การแสดงโนราจังหวัดสงขลา

                  สําหรับจังหวัดสงขลานั้น มีคณะโนราร่วมบรรเลงถวายการต้อนรับถึง 2 ครั้ง ณ พลับพลาที่ประทับ บริเวณสโมสรข้าราชการสวนเสรีและบริเวณลานหน้าพระตำหนักเขาน้อย อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2502 เวลา 09.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมา ณ สโมสรจังหวัดสงขลา มีการแสดงโนราถวายการต้อนรับจากนักเรียนโรงเรียนวรนารีเฉลิม จำนวน 164 คน


นักเรียนโรงเรียนวรนารีเฉลิมจังหวัดสงขลา รำท่าครู

ที่มา : เสด็จฯเยี่ยมราษฎร ภาคใต้, 2539.


                  สำหรับการบรรเลงดนตรีประกอบการรำโนรา ซึ่งเป็นการบรรเลงของคณะ โนราตุ้ม-เติม จังหวัดตรัง ที่ทางโรงเรียนวรนารีเฉลิม ได้เชิญมาเป็นครูสอนโนราและบรรเลงดนตรีเป็นกรณีพิเศษ สำหรับการแต่งกายในการรำโนราถวายนั้น นักเรียนทุกคนจะสวมมงกุฎเงินสีขาวแวววาวงดงาม สวมชุดโนราเครื่องบัว แขวนทับทรวงกำมะลอ


ลูกคู่คณะโนราตุ้ง-เติม

ที่มา : สมุดภาพที่ระลึกเสด็จประพาสภาคใต้, 2502.


                  คณะนักดนตรีโนราซึ่งมาบรรเลงดนตรีประกอบการนั้น มีจำนวน 7 คน เป็นนักดนตรีผู้ชายล้วนคือ นายนัด (ไม่ทราบนามสกุล) ทับ 1 คน นายพร้อม (ไม่ทราบนามสกุล) กลอง 1 คน นายซอ 2 คน นายโหม่ง-ฉิ่ง 1 คน นายปี่ 1 คน และนายแตระ 1 คน นักดนตรีทั้งหมดจะนั่งบรรเลงบนพื้นซึ่งใช้เสื่อปูไว้ หันหน้าเข้าหากันเป็นรูปวงกลม บริเวณด้านข้างซึ่งบรรเลงห่างจากผู้ที่อยู่บริเวณกลางสนาม นักดนตรีแต่ละคนแต่งกายสุภาพ ซึ่งการบรรเลงดนตรีจากการสังเกตุทางการบรรเลงของนักดนตรีแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์และความชำนาญในการบรรเลงเป็นอย่างดี การวางมือตีกลอง โหม่ง ฉิ่ง หรือทับ จะวางได้ระดับของการตี และการใช้ชอบรรเลงประกอบปี่จำนวน 2 คัน คงจะช่วยสร้างความอ่อนหวาน ความนุ่มนวลในการบรรเลงถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในตอนเช้าของวันนั้น


นักเรียนโรงเรียนวรนารีเฉลิมจังหวัดสงขลา

ที่มา : เสด็จฯเยี่ยมราษฎร ภาคใต้, 2539.


                  สำหรับการรำนั้นเป็นการบรรเลงประกอบท่าครู ซึ่งเป็นการรำพื้นฐาน ไม่มีบทร้องประกอบ การจัดกระบวนการรำเป็นแถวตอน โดยมีการแสดงท่ารำและเปลี่ยนท่ารำพร้อมกันอยู่กับที่ไม่มีการแปรแถวเป็นรูปแบบอื่น ลีลาการดำเนินการทรงตัว โดยการยืนย่อเข่า ยกขาไปด้านหน้าสลับซ้ายขวาพร้อมเปลี่ยนท่ารำแต่ละท่า มีความพร้อมเพรียงสวยงามและผู้เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งดูน่ารักน่าเอ็นดูและทุกคนผ่านการฝึกซ้อมในตอนเช้าและตอนเย็นของวันเวลาเปิดเรียนในแต่ละวัน

                  การแสดงและบรรเลงดนตรีโนราของจังหวัดสงขลา ได้มีขึ้นอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2502 เวลา ประมาณ 10.00 น. การแสดงโนราในครั้งนี้เป็นการแสดงถวายบริเวณสนามหน้าพระตำหนักเขาน้อย ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงเสด็จมาทอดพระเนตรและฉายพระรูปด้วยพระองค์เอง โนราที่แสดงมีจำนวน 2 คณะ คือ คณะโนราแจ้ง ศรีไชย บ้านทรายขาว ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และโนราคล้าย เจริญมาก หรือโนราคล้าย ขี้หนอน บ้านทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา การแสดงโนรามีนักแสดงจำนวน 3 คน และสถานที่ของดนตรีที่จัดสำหรับแสดงนั้น คือ บริเวณสนามหญ้ากลางแจ้ง และบริเวณสนามใต้ร่มไม้ลานพระตำหนักเขาน้อย


โนราจับ ศรีไชย จังหวัดสงขลา รำท่าโคมเวียน

ที่มา : เสด็จฯเยี่ยมราษฎร ภาคใต้, 2539.


                  สำหรับขั้นตอนการแสดงนั้น โนราจับ ศรีไชย ซึ่งเป็นลูกสาวและศิษย์ของโนราแจ้ง ศรีไชย รำในท่าโคมเวียน เป็นคนแรกและโนราประพันธ์ แก้วเกาะสะบ้า ศิษย์รุ่นเดียวกันรำถวายเป็นคนที่สอง การแต่งกายโนราผู้หญิงและโนราผู้ชายนั้นจะแต่งกายด้วยชุดบัวคนละสี ชุดบัวคือชุดโนราที่ตัดผ้าเป็นรูปกลมหรือรูปวงรีคล้ายกรองคอชุดพระนางของนาฏศิลป์ไทย แต่มีขนาดใหญ่กว่า ใช้ลูกปัดแก้วเคลือบสีปักเป็นลวดลายต่าง ๆ บนผ้า บริเวณคอจะมีผ้าสีบาง 1 ชิ้น ผูกคล้องคอชายผ้าห้อยมาด้านหน้า ผู้รำทั้งสองคนไม่สวมเทริด มีการแต่งหน้าและผมให้ดูเรียบร้อย สวยงาม กระบวนการของโนราผู้หญิงจะเห็นเอกลักษณ์วงมือ การย่อเข่าตามรูปแบบของโนราอย่างชัดเจน

                  โนราที่แสดงต่อมานี้คือโนราคล้าย เจริญมากหรือโนราคล้าย ขี้หนอน เป็นโนราที่มีชื่อเสียงของอำเภอหาดใหญ่ การรำถวายนั้น โนราคล้าย เจริญมาก สวมชุดโนราซึ่งเรียกว่าเครื่องต้นคือชุดโนราที่แต่งกายด้วยลูกปัดพร้อมเครื่องประดับทุกชิ้น เช่น สวมเทริด ปั้นเหน่ง สังวาลย์ กำไล เล็บ ต้นแขน ปลายแขน ในท่าขี้หนอนร่อนรำ ซึ่งได้สัดส่วนและมีความงดงาม สำหรับนักดนตรีนั้นมีจำนวนหลายคน ได้แก่ แตระ 2 คน ปี่ 1 คน ทับ 1 คน กลอง 1 คน และโหม่ง 1 คน นักดนตรีทุกคนจะนั่งบรรเลงดนตรีเรียงหน้ากระดานอยู่ด้านหลังของโนรา ทำให้มองเห็นบทบาทและหน้าที่ในการบรรเลงของแต่ละคนอย่างชัดเจน


โนราคล้าย เจริญมาก หรือโนราคล้าย ขี้หนอน ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ที่มา : เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ภาคใต้, 2539.


                  สถานที่ต่อมาสำหรับการแสดงบริเวณสนามใต้ต้นไม้ จะมีพนักไว้สำหรับโนรานั่งรำพร้อมนักดนตรีนั่งเป็นรูปครึ่งวงกลม โนรารามเกียรติ์ ตอนบุษมาสีชมสวน (จากหลักฐาน คำอธิบายใต้ภาพหนังสือ เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรภาคใต้ เล่มที่ 2) ซึ่งการแสดงเรื่องคงจะต้องใช้เวลาแสดงนานพอสมควร โนรามีการใช้ผ้าห้อยพาดเฉียงขึ้นมาบริเวณหน้าอก สอดปลายผ้าเฉียงขึ้นไปเก็บบริเวณปิ้งคอ ลักษณะดังกล่าวเป็นการสมมุติบทบาทตัวละครเป็นผู้หญิงในที่นี้คือ นางบุษมาลี ซึ่งเป็นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์


โนราคล้าย เจริญมาก แสดงเรื่องรามเกียรติ์ ตอนบุษมาลีชมสวน

ที่มา : เสด็จฯเยี่ยมราษฎร ภาคใต้, 2539.


                  จากเหตุการณ์ครั้งสำคัญดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าศิลปินโนราและนักดนตรีที่แสดงรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นั้น ต่างทุ่มเทฝีมือในการแสดงสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงพื้นบ้านอย่างเต็มที่ ทำให้เราทราบถึงพัฒนาการทางด้านการจัดรูปแบบวง ทักษะการใช้เครื่องดนตรี การประยุกต์และปรับใช้เครื่องดนตรีคือ ปี่จำนวน 2 เลา ถือว่าเป็นความแปลกใหม่และไพเราะมากยิ่งขึ้น ตลอดจนการใช้ท่ารำให้เหมาะสมกับการแสดงแต่ละโอกาส ศิลปินโนรามีความคิดสร้างสรรค์และพัฒนากันอย่างเต็มที่มาตั้งแต่อดีต ศิลปินโนราหรือครูโนราที่แสดงครั้งนั้น บางท่านได้เสียชีวิต บางท่านอาจชราภาพ แต่ยังคงปลาบปลื้มใจที่ครั้งหนึ่งได้แสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน อันเป็นมรดกภูมิปัญญาของชาติที่มีอยู่ในทุกท้องถิ่นให้ปรากฏเป็นศิลปะการแสดงที่มีรูปแบบงดงามให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ศึกษาแนวทางในการเรียนรู้ อนุรักษ์สืบสานการแสดงโนราและดนตรีพื้นบ้านให้คงอยู่ ทั้งนี้ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยการนำภาพยนตร์ ภาพถ่ายส่วนพระองค์ มาจัดพิมพ์จำหน่ายเผยแพร่ให้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นตนในอดีต ซึ่งเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรักและภาคภูมิใจในแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอน รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของตนที่ได้อนุรักษ์และสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

            2.3 โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) แสดงถวาย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน


โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) แสดงถวาย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ที่มา : ที่ระลึกเชิดชูเกียรติศิลปินภาคใต้ ขุนอุปถัมภ์นรากร, 2523.


                  โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และลูกศิษย์ได้มีโอกาสรำโนราถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอีกครั้ง ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2514 นำความปลาบปลื้มมาสู่ตัวท่านและศิษย์โนราที่ได้แสดงในครั้งนั้น แม้ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นความทรงจำที่ไม่รู้ลืม ซึ่งโนราสวัสดิ์ ช่วยพูลชู ครูโนราวิทยาลัยนาฏศิลป์นครศรีธรรมราช ถ่ายทอดถึงเหตุการณ์อันเป็นมงคลชีวิตแก่วงศ์ตระกูลของตนได้อย่างละเอียดดังต่อไปนี้ “หลังจากที่ขุนอุปถัมภ์นรากรได้แสดงโนราถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้เพียงเล็กน้อย ที่ศาลากลางจังหวัด พัทลุง เมื่อท่านขุนมีโอกาสเดินทางมากรุงเทพฯ ตามคำเชิญของสมาคมชาวปักษ์ใต้เพื่อแสดงโนราที่สังคีตศาลา กรมศิลปากร ในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2514 ท่านได้ใช้ช่วงเวลาก่อนวันดังกล่าว เข้าเยี่ยมเยียน พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งท่านขุนได้เคยรำโนราให้ชมที่โรงแรมสมิหลา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2514 การเข้าพบ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ในวันนั้นได้รับการต้อนรับอย่างดี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ถาม ท่านว่า “พ่อมากรุงเทพฯ ต้องการอะไร ผมจะหาให้” ท่านขุน ตอบกลับไปว่า “อายุป่านนี้แล้ว ไม่ต้องการอะไรแล้ว นอกจากต้องการเข้ารำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกครั้ง เพราะครั้งที่หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง ฝนตกหนัก ไม่สุดฝีมือ” ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ไม่ตอบว่าอย่างไร จนเมื่อท่านขุนอุปถัมภ์นรากร กลับมาที่พักที่คุรุสภา เย็นวันนั้นเอง เวลา 16.00 น. ได้มีคนมาขอพบท่านขุนอุปถัมภ์นรากรแล้วบอกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดให้เข้าเฝ้าฯ ถวายการแสดง ขอให้แต่งตัวให้เสร็จ พรุ่งนี้ (20 มีนาคม พ.ศ. 2514) เวลา 8.00 น. จะส่งคนมารับ หลังจากนั้นท่านขุนก็เรียกทุกคนในคณะโนรามาประชุมและบอกถึงการปฏิบัติตนที่ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ท่านเน้นให้ทุกคนมีความอดทนอดกลั้น ไม่ถึงเวลาพูดก็ไม่ควรพูด จะลุกนั่งต้องระวัง ให้ดูผู้ใหญ่เขาปฏิบัติ ซึ่งผู้ใหญ่ที่ท่านขุนหมายถึง ก็คือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นั่นเอง”

                  ในเช้าวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2514 เวลา 08.00 น. รถก็มารับคณะโนราไปที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อถึงพระตำหนักทุกคนต้องเดินเท้าเข้าไปและเซ็นชื่อถึง 2 ครั้ง จนถึงที่ประทับ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช บอกให้คณะโนราได้เดินนำหน้าคณะไป ไม่ว่าคุณชายปฏิบัติอย่างไรคณะก็ทำตาม แม้กระทั่งเรื่องการถอดรองเท้าไว้ที่ด้านใด เมื่อเดินเข้าไปยังที่ประทับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ปราโมช บอกให้คนนั่งด้านขวามือ ลูกคู่นั่งด้านซ้ายมือ แล้วทุกคนก็นั่งด้วยความสงบนิ่งอยู่ประมาณ 10 นาที มีผู้ชายยกแก้วน้ำดื่มเข้ามาให้ โดยส่งให้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ก่อน ท่านรับแล้ววางไว้ตรงหน้า ต่อไปเป็นท่านขุนอุปถัมภ์นรากรและทุกคนที่เข้าเฝ้าฯ ซึ่งเมื่อรับมาแล้วก็วางไว้ตรงหน้าเช่นเดียวกัน จนเมื่อคุณชายยกมือไหว้แก้วน้ำแล้วยกขึ้นดื่ม คณะโนราทุกคนก็ทำตามเหมือนท่าน ทุกคนนั่งรอประมาณ 10 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เสด็จมาถึง ทุกคนถวายบังคมด้วยความเคารพ พระองค์ทรงประทับนั่ง ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้หันมองนายจร เพ็ญจำรัส ซึ่งเป็นคนเป่าปี่เหมือนจะเตือนว่าให้เริ่มเลย แล้วเสียงปี่ก็เริ่มดังขึ้น ติดตามมาด้วยเสียง กลอง ทับ โหม่ง จากนั้นท่านขุนอุปถัมภ์นรากร ก็ลุกขึ้นรำเดี่ยวอยู่ ประมาณ 7 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโทรศัพท์ไปหาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เสด็จมาร่วมทอดพระเนตรการรำโนราด้วย เมื่อท่านขุนอุปถัมภ์นรากรรำเดี่ยวจนจบแล้ว ได้รำบทประถมต่อ โดยมี โนราหีด บุญหนูกลับ โนราพรหม ปานมา และโนราสวัสดิ์ ช่วยพูลชู ลุกขึ้น “ท่าประถม (ปฐม) พรหมสี่หน้า” ไปจนถึงบทที่ร้องว่า “ชูชายนาดกรายเข้าวัง แล้วเข้ามานั่งหมอบเฝ้าเจ้านครินทร์” เป็นการจบท่ารำ ใช้เวลา 40 นาที พอจบ โนราทุกคนก็กราบลงอีกครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสกับท่านขุนอุปถัมภ์นรากร ว่า “ท่านขุนคงเหนื่อยมากสินะ” ท่านขุนอุปถัมภ์นรากร ตอบว่า “ถ้าจะโปรดให้ต่อก็ได้” พระองค์ท่านจึงตรัสว่า “ดีแล้ว สวยมาก....น่าดูจริง ๆ” แล้วทอดพระเนตรไปยัง นายสวัสดิ์ ช่วยพูลชู พร้อมกับตรัสถามท่านขุนว่า “คนอายุยังน้อยอยู่เป็นลูกหรือหลาน” ท่านขุนตอบว่า “เป็นหลานในอุทร” พระองค์จึงรับสั่งว่า “ให้ช่วยรักษาเอกลักษณ์ของศิลปะพื้นบ้านภาคใต้เอาไว้” และพระองค์ก็ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับคณะโนราทุกคน ทั้งยังพระราชทานเลี้ยงอาหารแก่คณะโนราด้วย จากนั้นทั้งสองพระองค์ได้เสด็จกลับ (สวัสดิ์ ช่วยพูลซู, 2555 : 35)


โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และคณะกราบบังคมทูล ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ที่มา : ที่ระลึกเชิดชูเกียรติศิลปินภาคใต้ ขุนอุปถัมภ์นรากร, 2523.


                  ในช่วงการกราบบังคมทูลรายงานนั้น ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้กล่าวถึงท่านขุนอุปถัมภ์นรากรว่า “พ่อแกเป็นคนโบราณ พูดจาเพ็ดทูลได้คล่องแคล่ว แต่คนในคณะของพ่อซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาสามัญจากท้องที่ห่างไกลนั้น เขาพูดจาเพ็ดทูลได้คล่องแคล่วเหมือนกัน แต่ด้วยภาษาพื้นบ้านธรรมดา ไม่ใช้ราชาศัพท์” และด้วยความเคารพที่ออกมาจากใจ ปรากฏว่าไม่มีอะไรมากีดกั้นระหว่างเจ้าชีวิตกับชาวบ้านเมืองพัทลุงได้ จากการได้เข้าเฝ้าฯ และรำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แสดงให้เห็นถึงพระเมตตาของพระองค์ที่ทรงมีต่อคณะโนรา อีกทั้งยังได้เรียนรู้ระเบียบวินัยในการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในที่ประทับส่วนพระองค์ การน้อมนำพระราชดำรัสมาปฏิบัติ สั่งสอน และถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์ของท่านขุนอุปถัมภ์นรากร ตลอดจนโนราคณะอื่น ๆ ในปัจจุบัน ให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงรักษา ศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้ให้ดำรงอยู่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาค ตามพระราชกระแสที่ได้พระราชทานไว้ (คึกฤทธิ์ ปราโมช.2523 : 13-15.)

            2.4 การแสดงโนราจังหวัดปัตตานี


โนราเฉลิม แก้วพิมพ์ จังหวัดปัตตานี

ที่มา : เฉลิม แก้วพิมพ์, 2520.


                  การแสดงโนราจังหวัดปัตตานี ศิลปินโนราที่ได้มีโอกาสรำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2520 เนื่องจากกรรมการวัดช้างให้ ตำบลควนโนรี จังหวัดปัตตานี ได้จัดงานสมโภชยกช่อฟ้าอุโบสถช่วงเวลาวันเดียวกันเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดช้างให้ ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ตามคำกราบทูลเชิญของผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีและกรรมการวัด ทำให้ประชาชนและคณะโนราทุกคนมีความปลาบปลื้มใจและรอรับเสด็จอย่างเนืองแน่น เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินบำเพ็ญพระราชกุศลสมโภชยกช่อฟ้าตามพระราชกำหนดเป็นที่เรียบร้อยได้เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรและคณะกรรมการวัดได้ทรงขอพระราชทานให้ศิลปินโนราได้รำถวายเมื่อเสด็จพระราชดำเนินผ่านพระองค์ทรงประทับยืนชมการแสดงโนรารำถวายในระยะเวลาสั้น เมื่อแสดงเสร็จคณะโนราได้เข้ามาถวายบังคมและกราบทูลตามพระราชดำรัส โนราที่ปรากฏในภาพซึ่งนั่งหมอบกราบอยู่นั่งจากริมนอกสุด 1.) โนราเฉลิม แก้วพิมพ์ 2.) โนราเมี่ยง พุฒยอด 3.) นายสาย นิ่มนวล (นักดนตรี)

                  พระอริยบทของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงประทับนั่งที่พื้นอย่างใกล้ชิดกับศิลปินโนราและประชาชนอย่างไม่ถือพระองค์จึงเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวปัตตานีอย่างหาที่สุดมิได้ ในขณะเดียวกันทรงมีพระราชปฏิสันถาร ทำงานที่ไหน สอนโนราด้วยไหมยังความปลาบปลื้มในพระเมตตากรุณาต่อศิลปินโนราและชาวไทยทุก ๆ คน ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมรับเสด็จอย่างใกล้ชิดในวันนั้น

        3. การแสดงโนราในอดีต ช่วงที่ 3 จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2523 - 2564

            การแสดงโนราในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ จะมีรูปแบบของการแสดงที่แตกต่างกันจากอดีต ด้วยปรากฏหลักฐานการบันทึกข้อมูลที่ชัดเจน หน่วยงานและศิลปินผู้เก็บรวบรวมข้อมูลยังปรากฏการยืนยัน และเล่าเรื่องราวเหตุการณ์เพิ่มเติม จึงนับว่ามีประโยชน์และคุณค่าจากภาพ ดังต่อไปนี้

            3.1 การแสดงโนราของจังหวัดพัทลุง


โนราสาโรช นาคะวิโรจน์ จังหวัดพัทลุง

ที่มา : บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์, 2523.


                  การแสดงโนราของจังหวัดพัทลุงมีภาพเหตุการณ์สำคัญอีกครั้งในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2523 เมื่อสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีการจัดงานเชิดชูเกียรติศิลปินพื้นบ้าน ที่สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะการแสดงพื้นบ้านแต่โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) ณ บริเวณสนาม หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง โดยมีสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จมาพระราชทานโล่รางวัล ให้กับโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และเมื่อพระราชทานรางวัลเป็นที่เรียบร้อยผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลขออนุญาตเชิญศิษย์ของโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) รำถวายจำนวน 7 คนได้แก่

                  1.) โนรากลับ แก้วทองหล่อ

                  2.) โนราพรม ปานมา

                  3.) โนราสาโรช นาคะวิโรจน์

                  4.) โนราจิตร ฉิมพงษ์

                  5.) โนราประเสริฐ คงนวล

                  6.) โนราสวัสดิ์ ช่วยพูลชู

                  7.) โนราหีด บุญหนูกลับ

  

การรำบทประถม

ที่มา : ปรีชา นุ่นสุข, 2537.


                  คณะศิษย์ในราทั้งหมดรำในบทประถมบริเวณหน้าลานพลับพลาที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อแสดงโนราถวายทอดพระเนตรจนจบก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับศิษย์โนราท่านขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และทรงมีพระราชดำรัสกับลูกศิษย์คือ โนราสาโรช นาคะวิโรจน์ “ว่าโนราใช้ปี่เป่าเพลงอะไร และจากสังเกตการฟังทำไมเป่าไม่จบเพลง โนราสาโรช นาคะวิโรจน์ ทูลว่า ปี่โนราจะเป่าเพลงให้สอดคล้องกับจังหวะ เมื่อจังหวะเปลี่ยนก็จะต้องเปลี่ยนเพลงให้สอดคล้องกับจังหวะใหม่” ซึ่งพระราชดำรัสดังกล่าวนำความปลาบปลื้มให้กับโนราซึ่งเป็นศิษย์ของโนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) ทุก ๆ คน


            3.2 การแสดงโนราจังหวัดสงขลา


ผศ.ดร นิวัติ กลิ่นงาม ถวายรายงาน

ที่มา : ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ, 2540.


                  การรำโนราถวายการต้อนรับอย่างใกล้ชิดของศิลปินโนราภาคใต้ที่ผ่านมามีโนราหลายท่านได้มีโอกาสในการแสดงโนราถวายการต้อนรับแต่ที่สำคัญและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งของศิลปินโนราภาคใต้ คือ โนราสาโรช นาคะวิโรจน์ ซึ่งเป็นครูโนราที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ ได้เล่าถึงประสบการณ์การรำโนราถวายการต้อนรับในโอกาสต่าง ๆ ในรอบ 30 ปี ที่ผ่านมา ด้วยพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อศิลปินโนราอย่างหาที่สุดมิได้ทำให้ศิลปินโนรามีโอกาสการแสดงโนราถวายต่อหน้าพระพักตร์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์อย่างใกล้ชิดในรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับโนราสาโรช นาคะวิโรจน์ ณ หาดละเวง จังหวัดปัตตานี

ที่มา : วินัส ทองรัตน์, 2540.


                  วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ผมมีกิจธุระต้องไปที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏสงขลา และได้รับโทรศัพท์จาก พ.อ. พินิจ อนุกูล รองผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4 ซึ่งท่านให้แจ้งได้ทราบว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรโนราชั้นครู ให้เวลา 30 นาที ในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2538 พ.อ.พินิจ อนุกูล ได้เล่าว่า ท่านได้ติดต่อไปทางจังหวัดพัทลุงแล้ว มีแต่โนรารุ่นหนุ่ม ซึ่งเป็นโนราสมัยใหม่และได้มีผู้แนะนำมาที่ผม ท่านถามผมว่าได้หรือเปล่าการไปครั้งนี้ กองทัพภาค 4 จัดรถรับส่งให้และมีรถตำรวจทางหลวงนำทั้งไปและกลับที่สถาบันราชภัฏสงขลา ผมได้เรียนถามไปว่า รู้จักอธิการบดีนิวัต กลิ่นงาม หรือเปล่า ให้ติดต่อกับอธิการบดีด้วย ซึ่งปรากฏว่าท่านรู้จักสนิทสนมกันดี

  

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานทุนทรัพย์เพื่อสนับสนุนศิลปะการแสดงโนรา

ที่มา : ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ, 2540.


                  วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ผมได้ไปเตรียมตัวที่ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. คณะโนราไปประมาณ 11 คน อธิการบดีมีหน้าที่กราบบังคมทูลเบิกตัวนักแสดง วันนั้นผมรำถวายที่ระเบียงหน้าพระตำหนักนับเป็นการรำถวายส่วนพระองค์ ซึ่งพระองค์ฯ ได้เสด็จประทับทอดพระเนตรการรำห่างไม่เกิน 4 เมตร ผมเริ่มรำเพลงโค เพลงเดิน และรำทำบทผันหน้า เพลงทับเพลงโทน จบด้วยการรำคล้องหงส์ ราชเลขาธิการแจ้งให้ผมเข้ารับพระราชทานรางวัล สิ่งที่พระองค์ได้ทรงซักถามในตอนนั้น คือได้ฝึกลูกศิษย์ไว้ที่ไหนบ้าง มีปัญหาอะไรบ้าง ผมได้กราบบังคมทูลไปเพื่อทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ต่อมาพระองค์ได้เสด็จมาทรงประทับนั่งคุกเข่าพูดคุยกับนักดนตรี ซึ่งนับเป็นภาพที่พวกเรารู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่จะหาที่สุดไม่ได้อีกแล้ว และก่อนที่จะเสด็จขึ้นได้ทรงมีพระกระแสรับสั่งกับผมว่า “ปีหน้าฉันมา คงได้ดูอีกนะ” ผมได้แต่ยกมือลูบศีรษะด้วยระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและตระหนักว่าเป็นบุญของผม เพราะท่านขุนอุปถัมภ์นรากรแท้ ๆ

                  เมื่อเสร็จภารกิจคืนนั้นกองทัพภาค 4 จัดที่พักและอาหารไว้เรียบร้อย แต่คณะต้องกลับสงขลา เพราะมีภาระกิจด่วน ระหว่างทางคณะของเราจึงทราบว่ารางวัลที่พระราชทานมานั้นมีจํานวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ต่อมาอีกประมาณเดือนกว่าจึงได้พระราชทานเงินมาอีก 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) รวมเงินทั้งหมด 400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) ผมกราบเรียนท่านอธิการบดีว่าให้นำเงินนี้เพื่อใช้จ่ายในการฝึกรำโนราตามพระราชประสงค์ ซึ่งท่านอธิการบดีมอบให้ผมกับ ผศ.ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ จึงได้กำหนดเกณฑ์ ดังนี้

                  1. ฝึกรำโนราให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยผมกำหนดเกณฑ์ คือ

                      1.1 ผู้บริหารสูงสุดของโรงเรียนนั้นสนับสนุนอย่างจริงจัง

                      1.2 ผู้ปกครองสนับสนุน

                      1.3 มีครูสอนโนราเป็นผู้ดูแล

                      ซึ่งทางสถาบันราชภัฏสงขลาได้ริเริ่มฝึกโนราตามพระราชเสาวนีย์ที่ตรัสกับโบราณสาโรช นาคะวิโรจน์ ขึ้นที่โรงเรียนเขาแดงกุศลวิทยา อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นครั้งแรก

                  2. จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านโนราครูระดับประถมศึกษากำหนดให้โรงเรียนละ 1 คน เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 5 วัน มีผู้ร่วมเข้าอบรมทั้งหมด 42 คน

                  ซึ่งทั้งสองโครงการได้รับความร่วมมือและประสบผลสำเร็จในการจัดกิจกรรมเป็นอย่างดี โดยการควบคุมดูแลเป็นอย่างดีของสถาบันราชภัฏสงขลาและประกอบกับในเดือนกันยายน พ.ศ. 2539 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จแปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ทรงมีพระกระแสรับสั่งราชเลขามายังอธิการบดีสถาบันราชภัฏสงขลาให้นำโนราไปรำถวายในวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2539 วันนั้นผมติดภารกิจอยู่กรุงเทพมหานคร ท่านอธิการบดีสถาบันราชภัฏสงขลาจึงได้นำโนรานักเรียนโรงเรียนเขาแดงกุศลวิทยา จำนวน 42 คน ไปรำถวาย ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า อธิการบดีสถาบันราชภัฏสงขลาที่ควบคุมการแสดงไปครั้งนั้นว่า “สามารถขยายการรำโนราไปสู่โรงเรียนและอำเภออื่น ๆ ได้หรือเปล่า” ซึ่งผมระลึกเสมอว่านี่คือพระราชประสงค์ของพระองค์ท่านที่สำคัญ เป็นสิริมงคลแก่ตัวผมสำหรับการรำถวายต่อหน้าพระพักตร์ที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2539 ผมไปรำถวายที่หาดละเวง จ.ปัตตานี คณะโนรารอรับเสด็จ เมื่อเสด็จผ่านทรงมีพระกระแสรับสั่งถามว่า “วันนี้รำอะไร” ผมได้กราบบังคมทูลว่า รำทำบทเพลงทับเพลงโทน ซึ่งไม่ซ้ำกับครั้งก่อน ๆ วันนั้นฝนตกตลอดทั้งวัน ผมรำถวายท่ามกลางสายฝนตกพรำ ๆ รำถวายเสร็จเตรียมจะขึ้นรถกลับ ราชเลขาธิการท่านหนึ่งให้ผมเข้าเฝ้าคนเดียวแล้วนำไปพบท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ซึ่งท่านแจ้งให้ผมทราบว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ บรมราชินีนาถ พระราชทานเงินให้ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ผมได้กราบเรียนท่านว่า จะนำเงินนี้ไปสร้างเครื่องแต่งกายโนราที่ใช้ในการฝึกอบรมให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ก่อน ขณะเราเดินทางกลับเลขาธิการอีกท่านหนึ่งได้กล่าวทำนองเดียวกัน แต่ผมเห็นว่าพวกเรา 3 คน ขอรับไปเท่าที่จำเป็น ซึ่งจำได้ว่าไม่ถึง 20,000 บาท (สองหมื่นบาท) ที่เหลือมอบให้กับอธิการบดีและได้กราบเรียนท่านว่า เงินนี้สร้างเครื่องแต่งกายโนราวันนั้น ก่อนกราบลาได้กราบเรียนว่า ปีหน้าจะฝึกนักเรียนและสามารถนำมารำถวายให้ได้อย่างน้อย 100 คน (สาโรช นาคะวิโรจน์, 2539 : 1-4)

            3.3 การรำโนราของจังหวัดสงขลา


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์

ผศ.ดร. ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ กราบทูลรายงานการแสดงโนรา ณ สนามบินบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส

ที่มา : ประสิทธิ์ ฤทธาภิรมย์, 2545.


                  การรำโนราถวายการต้อนรับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์เมื่อเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรและติดตามโครงการศิลปาชีพของจังหวัดชายแดนใต้เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2545 เป็นการแสดงโนราจากนักศึกษาและนักเรียนของสถาบันการศึกษาในจังหวัดสงขลาที่เข้าร่วมฝึกอบรมโนราในกองทุนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อส่งเสริมการแสดงโนรา ณ สนามบินบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส จำนวน 194 คนเพื่อเป็นการถวายรายงานการดำเนินโครงการและสืบสานศิลปะการแสดงโนราตามพระราชดำริ โดยนักเรียนและนักศึกษาดังกล่าวมาร่วมฝึกหัดรำโนรากันตามกิจกรรมดำเนินการแต่ละโรงเรียน พร้อมกับการฝึกซ้อมใหญ่เตรียมความพร้อมเพื่อร่ารับเสด็จโดยใช้เวลา 10 นาที ในระหว่างเครื่องบินพระที่นั่งลงเทียบสนามบินบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินตามลาดพระบาท จากเครื่องบินมายังรถพระที่นั่งเพื่อเสด็จไปยังพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ระยะทางรับเสด็จดังกล่าวขบวนโนรา 194 คน พร้อมกันในรูปแบบการประสมท่าและจบลงด้วยท่าพระจันทร์ทรงกลดและถวายบังคมพร้อมก้มลงหมอบกราบถวายความเคารพ ต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย ณ สนามบินบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส

ที่มา : ประสิทธิ์ ฤทธาภิรมย์, 2545.


นักศึกษาและนักเรียนรำโนราถวายการต้อนรับ ณ สนามบินบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส

ที่มา : ประสิทธิ์ ฤทธาภิรมย์, 2545.


                  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนักแสดง คือนางสาวอริสา จะราและนางสาวจิรายุ ชูสุวรรณ พร้อมกับตรัสว่าชุดโนราทำเองด้วยไหม ทูลว่าทำเองค่ะ โดยไม่ทันได้ใช้ราชาศัพท์เพราะด้วยความตื่นเต้นและเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พระองค์ทรงให้ความสนพระทัยในด้านการอนุรักษ์มรดกศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านภาคใต้และศิลปะการแสดงทุกแขนงอย่างแท้จริง

            3.4 การแสดงโนราเพื่อถวายงานสายสัมพันธ์สองแผ่นดินไทยจีนครั้งที่ 6 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน


การแสดงสายสัมพันธ์สองแผ่นดินไทยจีนครั้งที่ 6 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2556.


                  การแสดงโนราครั้งนี้เป็นการแสดงโนราในงานสายสัมพันธ์ สองแผ่นดินไทยจีนครั้งที่ 6 ณ เมืองหังโจว ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ของประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 ถึง 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีในรัชกาลที่ 9 และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์สนับสนุนงบประมาณสวัสดิการและเป็นผู้คัดเลือกการแสดง พร้อมนำการแสดงไปเผยแพร่ในงานมหกรรมวัฒนธรรมดนตรีและการแสดงสายสัมพันธ์สองแผ่นดินไทยจีน ครั้งที่ 6 ดังกล่าวศิลปินโนราที่มีโอกาสรับใช้ถวายงานนั้นมีจำนวน 3 คนคือ โนราธรรมนิตย์ สงวนศิลป์ ศ.สาโรช นักดนตรี คือนายวีระเดช ทองคำและนายกิตติภพ ประแก้ว ศิลปินนักดนตรีจากจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดปัตตานี


ศิลปินโนราและนักดนตรีจากภาคใต้

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2556.


นักดนตรีแสดงร่วมกับศิลปะการแสดงโนรา

ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2556.


                  การรำโนราเพื่อถวายงานดังกล่าวนั้นเป็นการรำโนราชุดสร้างสรรค์ ชื่อชุด ครู โดยแสดงกระบวนการร้องประกอบดนตรีโนราและดนตรีของประเทศจีน โดยใช้นักดนตรีของประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์มาร่วมแสดง การแสดงโนราในชุดครูที่นำไปเผยแพร่นั้น คุณภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้กำกับการแสดงใช้เวลาในการแสดง 5 นาที


การแสดงโนราประกอบดนตรีของจีน

ที่มา : ภัทราวดี มีชูธน, 2556.


                  โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นผู้อำนวยการการแสดงพิจารณาแนะนำปรับปรุงการแสดงให้ร่วมสมัยที่สามารถสื่อสารเอกลักษณ์ความสวยงามให้ประชาชนทั่วโลกชื่นชมได้อย่างเข้าใจและมีความสุข การที่ศิลปินโนราและคณะได้ติดตามโดยเสด็จไปร่วมแสดงโนราเพื่อถวายงานดังกล่าวเพราะบารมีและความเมตตากรุณาต่อตัวแทนศิลปินโนราได้ทําหน้าที่เผยแพร่ศิลปะการแสดงพื้นบ้านไปพร้อมกับการแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยไปพร้อมกัน และในการแสดงงานมหกรรมวัฒนธรรมดนตรีและการแสดงสายสัมพันธ์สองแผ่นดินไทยจีนครั้งที่ 6 จึงเป็นการเปิดมิติใหม่ของศิลปินโนรา นำไปสู่โลกความทันสมัยของศิลปะการแสดงทุกแขนงที่สามารถสร้างสรรค์ร่วมกันได้ พระองค์จึงทรงเป็นผู้นำทางที่จะพัฒนากว้างไกลให้กับศิลปินโนราและศิลปินแขนงอื่น ๆ ได้ศึกษาเรียนรู้ นำไปปฏิบัติและพัฒนาเป็นตัวอย่างต่อไป หลังจากการแสดงทั้ง 3 เมืองเสร็จสิ้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงโปรดให้ศิลปินโนราเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ฉายพระรูปอย่างใกล้ชิดและมีพระราชดำรัสชื่นชมศิลปะการแสดงโนราว่ามีความสวยงามให้ช่วยอนุรักษ์สืบทอดต่อไป


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ทรงตรัสกับ โนราธรรมนิตย์ สงวนศิลป์ ศ.สาโรช เกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงโนราให้ยั่งยืน

ที่มา : ภัทราวดี มีชูธน, 2556.


            3.5 การแสดงโนราจังหวัดนราธิวาส

                  การแสดงโนราที่มีความสำคัญและแตกต่างไปจากศิลปินโนราในอดีตและที่ผ่านมา คือ การแสดงโนราเยาวชนโรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส โรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์เป็นโรงเรียนที่อยู่ในอำเภอที่ไกลที่สุดจากจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีระยะห่างประมาณ 90 กิโลเมต รและเป็นโรงเรียนที่อยู่ในโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีคุณครูรัตนา การัยภูมิ เป็นผู้ดูแลฝึกสอนการรำโนราให้กับนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งมีทักษะในการทำประมาณ 7-10 คน มีโอกาสในการรับเสด็จและถวายงานจำนวน 4 ครั้ง ใน พ.ศ. 2556 - 2559 ของรายละเอียดดังนี้

  

โนราเยาวชนโรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ รำท่าขี้หนอนน้อย

ที่มา : รัตนา การัยภูมิ, 2556.


                  ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556 ซึ่งถือกันว่าเป็นวันครู สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎร์และติดตามงานโครงการพระราชดำริจังหวัดนราธิวาสทรงตรวจเยี่ยมกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ คือโรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ซึ่งในวันดังกล่าวที่ทรงเสด็จมีการแสดงโนราของนักเรียนในชุดการรำสิบสองท่า ซึ่งเป็นการรำประกอบแผ่นซีดีประกอบเพลงโดยใช้นักเรียนจำนวน 10 คน แสดงถวายบนแท่นกลางสนาม ทรงยืนทอดพระเนตรการแสดงโนราพร้อมกับทรงบันทึกภาพการแสดงของนักเรียน เมื่อแสดงจบทรงตรัสว่า “ใครสอน ฝึกนานแล้วหรือยัง เด็กเก่งมาก”


เยาวชนจังหวัดนราธิวาสร้องบทโนราถวายสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปี พ.ศ. 2557

ที่มา : รัตนา การัยภูมิ, 2557.


                  ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีโอกาสเยี่ยมเยียนราษฎร์ภาคใต้เพื่อติดตามโครงการพระราชดำริและโครงการศิลปาชีพของศูนย์ต่าง ๆ ในช่วงเดือนกันยายน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งในสี่ของจังหวัดชายแดนใต้ที่ทรงปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการฟื้นฟูอาชีพ ผลิตผลทางเกษตรและโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ ซึ่งด้วยระยะเวลาดังกล่าว จังหวัดนราธิวาส ได้จัดงานวันลองกองนราธิวาส สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานและเยี่ยมกิจกรรมภายในงาน ในซุ้มของโรงเรียนโครงการพระราชดำริ คือ โรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ได้มีการแสดงโนราถวายการต้อนรับโดยนักเรียนจำนวน 3 คน คือ เด็กหญิงณัฐนิดา นาคพันธ์ เด็กชายนันธพงศ์ อยู่หลง และเด็กหญิงพรหมพร น้อยนาศ นักเรียนทั้ง 3 คนได้ขับร้องกลอนสี่ประกอบการแสดงถวายการต้อนรับโดยมีคุณครูนางสาวรัตนา การัยภูมิ เป็นผู้ควบคุมการแสดง และนายวิสุทธิ์ สิทธิรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งบทกลอนที่ขับร้องมีดังต่อไปนี้


                                    คีรีราษฎร์รังสฤษดิ์       ประดิษฐ์ท่ารำ

                         นักเรียนงามขำ                      มารำโนรา

                         อำเภอศรีสาคร                      ก่อนถึงบันนังสตา

                         รักษ์ศิลป์โนรา                       สืบสานชาตรี

                         สัมพันธ์พี่น้อง                       พวกพ้องน้องพี่

                         รักโนราชาตรี                        ฉันนี้มาฝึกรำ

            3.6 การแสดงโนรากรุงเทพมหานคร


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ

ที่มา : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, 2558.


                  การแสดงโนรากรุงเทพมหานครมีขึ้นเนื่องจากศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร องค์กรมหาชนกรุงเทพมหานคร ได้มีการประชุมวิชาการนานาชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุห้ารอบ 2 เมษายน พ.ศ. 2558 การแสดงพื้นบ้านอาเซียน ในวันที่ 4 - 6 กันยายน พ.ศ. 2558 ซึ่งการสัมมนาวิชาการดังกล่าว ได้มีการแสดงพิธีเปิดโดยการแสดงพื้นบ้านอาเซียนของประเทศอินโดนีเซีย และการแสดงพื้นบ้านของประเทศไทย โดยคณะกรรมการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติได้มอบหมายให้ โนราธรรมนิตย์ สงวนศิลป์ ศ.สาโรช และคณะจังหวัดสงขลานำทีมงานมาร่วมแสดงในราในงานดังกล่าวจำนวน 11 คน โดยได้แสดงโนราชุดซัดท่าตามภาษาดนตรี ถวายหน้าพระที่นั่งของสมเด็จพระเทพพระราชราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นประธาน พร้อมทอดพระเนตรการแสดงและฉายพระรูปของการแสดงโนราและศิลปะการแสดงของประเทศอินโดนีเซียด้วยความสนพระทัย

                  การแสดงโนราที่นำไปแสดงนั้นมีการออกแบบกระบวนการแสดงใหม่ โดยให้นักดนตรี จำนวน 4 คน ได้แก่ นายนิวัต แซ่ลิ่ม เป่าปี่ นายกิตติศักดิ์ สะอาดจินดา ตีทับ นายวีระเดช ทองคำ ตีกลอง และนายณรงฤทธิ์ อินทรัตน์ ตีใหม่ นั่งบรรเลงดนตรีในจังหวะอิสระต่าง ๆ


การแสดงโนรา ชุดซัดท่าตามประสาดนตรี

ที่มา : ศูนย์มนุษย์วิทยาสิรินธร, 2558.


นักดนตรีโนรา

ที่มา : ศูนย์มนุษย์วิทยาสิรินธร, 2558.


                  สำหรับในบริเวณกลางเวที มีโนราธรรมนิตย์ สงวนศิลป์ ศ.สาโรช และลูกศิษย์ ได้แก่ นายตะวัน วงพลธรา นายณัฐพล หวานนวล นางสาวสายทิพย์ ห้างเต๊ก นางสาวขวัญชนก เครือแก้ว และนายทิเบต ภักดี ร่ายรำในท่าต่าง ๆ ประกอบจังหวะดนตรี โดยแต่ละคนสามารถออกแบบท่ารำตามทักษะและความรู้ของตนเอง นอกจากนี้มีการแต่งบทประพันธ์เทิดพระเกียรติในรูปแบบกลอนสี่และร้องบทกลอนทอย เป็นภาษาอังกฤษพร้อมการรำท่าตัวอ่อนเพื่อใช้การม้วนลำตัวเพื่อคาบป้ายเพื่อเทิดพระเกียรติทรงพระเจริญ


โนราคาบป้ายทรงพระเจริญ

ที่มา : ศูนย์มนุษย์วิทยาสิรินธร, 2558.


                  บทประพันธ์เทิดพระเกียรติ บทร้องที่ใช้ประกอบการแสดงโนรา

                  กลอนสี่

                                    ยอกรวันทา        สยามนารีรัตน์

                         บรมราชกุมารี                ศรีเศวตฉัตร

                         พระเทพรัตน                 เลิศขัตติยา

                         ศิลป์ศาสตร์ทั่วธานี         พระทัยมีเมตตา

                         อาเซียนสัมมนา             เสด็จมาในพิธี


                  กลอนหก

                                    บรรลุสองสุรทินเมษามาส       น้อมกราบบาทพระเทพรัตน์จำรัสศรี

                         องค์วิศิษฏศิลปินปิ่นกวี                      พระบารมีเกรียงไกรก้องไกวัล

                         ครบหกสิบพรรษาฝ่าพระบาท              ถวายราชกุศลมงคลขวัญ

                         องค์เมธีชี้ทางสว่างวรรณ                   นิจนิรันต์ของพระองค์ทรงพระเจริญ


                  บทร้องภาษาอังกฤษ

                         You're welcome to see Nora, We're from Thaksin Songkhla Thailand Thailand

                         Thailand People are lovely, We are happy for Asian Asian

                         If you like performance, you can dance Nora Nora.


                  โดยใช้เวลาในการแสดง 20 นาทีเมื่อแสดงพิธีเปิดเป็นที่เรียบร้อย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินไปเปิดนิทรรศการ ณ บริเวณห้องนิทรรศการพระองค์ทรงวาดภาพ นายโนรากำลังเป่าปี่ให้โนราซึ่งสวมชุดลูกปัดสีม่วงร่ายรำ ซึ่งภาพฝีพระหัตถ์ดังกล่าว นำความปลาบปลื้มให้กับศิลปินโนราและผู้ร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติทุกคน

            3.7 การแสดงโนราจังหวัดนราธิวาส


เยาวชนจังหวัดนราธิวาสร้องบทโนราถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปี พ.ศ. 2559

ที่มา : รัตนา การัยภูมิ, 2559.


                  การแสดงโนราในปี พ.ศ. 2559 นี้จะมีโนราเยาวชนแสดงถวายการต้อนรับจำนวน 2 ครั้ง ในจังหวัดนราธิวาส เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเสด็จเยี่ยมชมงานวันลองกองของจังหวัดนราธิวาส เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 ในงานดังกล่าว มีการแสดงผลงานทางวิชาการของโรงเรียนในโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งโรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ได้มีโอกาสร่วมจัดนิทรรศการและแสดงผลงานทางวิชาการด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้านแก่ผู้ร่วมงานและแสดงโนราถวายการต้อนรับเสด็จอย่างเช่นเคย ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมซุ้มวิชาการต่าง ๆ ในครั้งนี้มีนักเรียนจำนวน 2 คน ได้ขับกลอนโนราถวาย คือ เด็กหญิงแพรวพิชชา นิลวิจิตร และเด็กหญิงรัตนากร เมธา ซึ่งบทกลอนที่ขับร้องถวายมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

                                    คีรีราษฎร์รังสฤษดิ์          น้อมจิตบูชา

                         ราษฎรัตน์บางนรา                     บูชาพระเทพรัตน์

                         ปิ่นเกศเวศฉัตร                         น้อมมนัสเกล้าสยาม

                         องค์วิศิษฏศิลปิน                      ทั่วธานินทร์ลือนาม

                         คีตศิลป์สยาม                          สนั่นเขตบ้านไทย

                         โครงการพระราชดำริ                 ทรงดำริก้าวไกล

                         ทั่วแคว้นแดนไทย                     เผื่อแผ่ไกลโลกา

                         เหล่าปวงข้าพเจ้า                      เถิดใส่เกล้าเหนือเกศา

                         พสกนิกรชาวนรา                       ขอพระองค์ทรงพระเจริญ



การแสดงโนราของนักเรียนโรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ และโรงเรียนบ้านมะรือโบตก ในงานถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ

ที่มา : รัตนา การัยภูมิ, 2559.


                  การแสดงโนราของเยาวชนนราธิวาสที่สำคัญอีกครั้งก็คือการแสดงโนรา ณ ศูนย์การศึกษาพัฒนาวัดพิกุลทอง ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เนื่องด้วยในช่วงวันที่ 18-22 กันยายน พ.ศ. 2559 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมงานในโครงการพระราชดำริของจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ประกอบกับวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559 ศูนย์การศึกษาพิกุลทองได้ขอพระราชทานถวายจัดเลี้ยงพระกระยาหารค่ำแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกับขอความอนุเคราะห์การแสดงโนราของนักเรียนบ้านมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และโนราของนักเรียนโรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส มาแสดงร่วมกัน การแสดงร่วมกันของนักเรียนทั้งสองโรงเรียน เนื่องจากการเป็นเครือข่ายสมาชิกโนราที่มีการติดต่อประสานพึ่งพาอาศัยกันในโรงเรียน นักแสดง เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และนักดนตรี ดังนั้น การแสดงครั้งนี้จะใช้นักดนตรีซึ่งเป็นนักเรียนไทยมุสลิมของโรงเรียนบ้านมะรือโบตกและนักเรียนรำโนราไทยพุทธแสดงการรำประสมท่าโดยมีอาจารย์วาสนา วงศ์จีน และอาจารย์รัตนา การัยภูมิ เป็นผู้ฝึกซ้อม ซึ่งมีนักแสดงโนรา 7 คน นักดนตรี 5 คน มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เด็กหญิงณัฐนิตา นาคพันธ์ เด็กชายนันธพงศ์ อยู่หลง เด็กหญิงพรหมพร น้อยนาศ เด็กชายทศพร สี่ส่วน เด็กหญิงรัตนากร เมธา เด็กหญิงแพรวพิชชา นิลวิจิตร์ เด็กหญิงนิรินธร คงขวัญ นักดนตรี คือ เด็กชายอับดุลฮาซัน เขียวขาว (กลอง) เด็กชายอับดุลคอเบ บือราเฮง (โหม่ง) เด็กชายอับดุลเล๊าะห์ สาและ (แตระ) เด็กชายมูหมัดอารีฟ เจ๊ะเซ็ง (ทับ) และนายอาวุธ สรรพพันธุ์ (ปี่) มีการร่วมกันฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างดีเพื่อแสดงถวายการต้อนรับในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำโดยใช้เวลาแสดง 15 นาที หลังจากแสดงเสร็จมีการฉายพระรูปร่วมกับนักเรียนที่มาร่วมแสดงและทรงตรัสกับครูผู้สอนว่า “นักเรียนที่มารำตรงกลางเป็นผู้ชายนะ” ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของนักเรียนและครูทุกคนที่พระองค์ทรงจำนักเรียนที่รำถวายการต้อนรับทุกครั้ง

                  นักเรียนโรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถือว่าเป็นนักเรียนที่มีโอกาสแสดงโนราถวายการต้อนรับอย่างใกล้ชิดและได้รับพระราชดำรัสที่สร้างขวัญและกำลังใจในการสืบทอดศิลปะการแสดงโนรา ตลอดจนพระราชทุนทรัพย์สนับสนุนส่งเสริมศิลปะการแสดงโนราให้เป็นกิจกรรมเสริมทักษะพิเศษให้กับนักเรียนในถิ่นห่างไกลจากชนบท ซึ่งถือได้ว่าเป็นการแสดงโนราถวายการต้อนรับพระบรมวงศานุวงศ์ที่สำคัญและแตกต่างจากการแสดงโนราของศิลปินโนราครูอาวุโสในอดีตหรือครู อาจารย์ นิสิต นักศึกษาและนักเรียนในสถาบันการศึกษาที่อยู่ในตัวเมือง แต่นักเรียนของโรงเรียนบ้านคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่พึ่งได้รับการสืบทอดและถ่ายทอดศิลปะการแสดงโนราแม้เพียงองค์ความรู้เพียงน้อยนิดแต่สามารถสืบทอดรักษาพัฒนานำมาใช้สำหรับการเรียนการสอนและแสดงถวายในโอกาสสำคัญได้อย่างสม่ำเสมอ จึงถือได้ว่ามีเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจในศิลปะการแสดงโนราแก่นักเรียน ครู ผู้อำนวยการและผู้ปกครองทุก ๆ คน

            3.8 การแสดงโนราจังหวัดนครศรีธรรมราช

  

โนราเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราชรำโนราถวายการต้อนรับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ที่มา : สุพัฒน์ นาคเสน, 2560.


                  การแสดงโนราเทิดพระเกียรติเพื่อถวายการต้อนรับพระบรมวงศานุวงศ์ที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช พระองค์ได้เสด็จมายังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราชได้มอบหมายให้อาจารย์สุพัฒน์ นาคเสน นำคณะโนราวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช จำนวน 5 คน มาร่วมแสดงโนราถวายการต้อนรับ ได้แก่ นายอธิบดี นิคมรัตน์ นายบุญญฤทธิ์ น้ำบุตร นายปิยโชค กิจแก้ว นายสมาพล ไชยสมบูรณ์ และนายสหัสวรรษ มีบุญ ซึ่งในการรำถวายดังกล่าวเป็นการรำทำบทชมพระธาตุนครศรีธรรมราช ซึ่งนักแสดงโนราทั้งหมดเป็นนักเรียนผู้ชายล้วน บริเวณลานกลางแจ้งหน้าอุโบสถวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมื่อแสดงเสร็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนักแสดงที่มารับเสด็จดังกล่าวนำความปลาบปลื้มให้กับนักแสดงทุกคนที่ทรงพระเมตตาซักถามด้วยความห่วงใยและชื่นชมการแสดง


            3.9 การแสดงโนราจังหวัดสงขลา


พิธีเปิดการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ.2563

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์สงขลา, 2563.


                  โนราที่มีการแสดงถวายการต้อนรับเฉพาะพระพักตร์ที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งคือการแสดงโนราของนักเรียน โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีนักแสดง 10 คน นักดนตรี 8 คน รวม 18 คน แสดงถวายการต้อนรับสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

  

บริเวณที่ประทับและการแสดงโบรา

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์สงขลา, 2563.


                  ในการเสด็จมาทรงเปิดการแข่งขันทักษะทางภูมิศาสตร์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ซึ่งผู้รำเป็นนักเรียนที่มีการคัดเลือกเข้ามาเรียนด้วยทักษะการแสดงโนราและดนตรีโดยเฉพาะจำนวน 18 คน โดยมี อาจารย์รัภภัสสรณ์ จะรา เป็นผู้ควบคุมและฝึกสอน ซึ่งการรำถวายการต้อนรับในครั้งนี้จะเป็นการรำทำบทเพลงทับเพลงโทนซึ่งเป็นการรำที่อาศัยทักษะพิเศษและการใช้บทร้องประกอบที่มีการประพันธ์บทเทิดพระเกียรติและส่งเสริมด้านภูมิศาสตร์และพระปรีชาสามารถของพระองค์โดยสำหรับการแสดงจากภาพแสดงว่าทางโรงเรียนมีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี ตั้งแต่ที่ประทับเหมาะสมกับการชม บริเวณพื้นที่แสดงกว้างสะอาดและดูเหมาะกับการใช้พื้นที่การรำได้อย่างกว้างขวางเต็มที่ บริเวณนักดนตรีบรรเลงอยู่ใกล้นักแสดงและนั่งบรรเลงได้อย่างภูมิฐาน ดูโอ่อ่า ไม่แออัด ถึงแม้มีนักดนตรีพิเศษถึง 8 คน และจากรูปภาพการปฏิบัติท่าต่าง ๆ นักเรียนทำได้เต็มที่สวยงามตระการตาซึ่งเวลาที่ใช้แสดงประมาณ 7 นาที แต่สามารถเห็นความสวยงามสมบูรณ์ของการแสดงทุก ๆ ด้าน เช่น ด้านรูปร่างหน้าตา ท่ารำ และเสื้อผ้านักแสดงนักดนตรีมีความสวยงามสมบูรณ์มีมาตรฐานยกระดับความเป็นพื้นบ้านให้สู่สากลได้เป็นอย่างดี และจากจำนวนผู้รำทั้งหมด 10 คน ซึ่งเป็นนักเรียนผู้หญิงทั้งหมด ได้ขับร้องบทโนราจังหวะเพลงทับเพลงโทน ซึ่งมีเนื้อร้อง ดังนี้

                                    กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา        ดุจแผ่นฟ้าปกเกล้าชาวนักศิลป์

                         ทรงส่งเสริมภูมิศาสตร์ทุกแดนดิน                  ศูนย์โอลิมปิกนักถิ่นขจรไกล

                         เยาวชนพัฒนาวิชาการ                               ภูมิศาสตร์ทุก ทุกด้านล้ำสมัย

                         โอลิมปิกวิชาการงานของไทย                      พัฒนาก้าวไกลสู่สากล


  

ความสวยงามสมบูรณ์และความพร้อม ในการรำถวายการต้อนรับ

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์สงขลา, 2563.


                  เมื่อพระองค์เสด็จมาถึงทรงประทับพักผ่อนก่อนเปิดงานและให้โอวาทผู้เข้าแข่งขันทักษะทางภูมิศาสตร์โอลิมปิกทั่วประเทศ พระองค์ทรงประทับชมการแสดงโนราของนักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ด้วยความสนพระทัยในการแสดงและขับร้องบรรเลงด้วยเยาวชนทั้งหมด ทรงฉายพระรูปการแสดงขณะทรงทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง จึงนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นความปลื้มปิติของนักเรียนและคณะครูทุกคนในวันนั้น

  


นักแสดง ผู้ควบคุมและกระบวนการรำ

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์สงขลา, 2563.


            3.10 การแสดงโนราจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดนครศรีธรรมราช

                    การรำโนราถวายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 10 เมื่อทั้งสองพระองค์ผู้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติและทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญเกี่ยวกับบ้านเมืองทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดไม่ถือพระองค์ การแสดงความจงรักภักดีโดยการเข้าเฝ้ารับเสด็จขณะทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนถวายสิ่งของต่าง ๆ หรือถ่ายรูปพระองค์อย่างใกล้ชิดไม่ถือพระองค์และให้มีการแสดงถวายการต้อนรับตามประเพณีท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดของศิลปินและประชาชนที่มารอคอยรับเสด็จเพื่อชื่นชมพระบารมีและแสดงออกถึงความจงรักภักดีเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยแม้มีเวลาการแสดงเพียงน้อยนิด ดังเช่น ในวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหารดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง

                    ต่อมาเวลา 18.04 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงศาลหลักเมืองพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุง ในครั้งนั้นมีเหล่าศิลปินโนราร่วมรำถวายการต้อนรับ 5 คน ซึ่งกำลังร่ายรำจากซ้ายมือ คนที่ 1 โนรามอส ยอดระบำ จังหวัดนครศรีธรรมราช คนที่ 2 โนราเอก ตะวัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี คนที่ 3 โนรา ดักดูด จังหวัดนครศรีธรรมราช คนที่ 4 โนราภูมินทร์ ดาวรุ่ง จังหวัดนครศรีธรรมราช คนที่ 5 โนราพรรนุรักษ์ ศ.มณฑาศิลป์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำการแสดงถวายต่อเบื้องหน้าพระพักตร์ขณะเสด็จพระราชดำเนินผ่าน

  

โนราเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดนครศรีธรรมราชแสดงโนราถวายการต้อนรับ ณ ศาลหลักเมืองจังหวัดพัทลุง พ.ศ. 2563

ที่มา : ตะวัน จันทราศิลป์, 2563.


                    ซึ่งโนราทั้ง 5 คนแสดงท่าร่ายรำการน้อมคารวะเพื่อถวายความเคารพในรูปกระบวนการรำโนรา คือ การคลานเข่าโน้มศีรษะพร้อมวาดมือรำออกไปด้านซ้ายและด้านขวา ด้านละ 1 จังหวะ และพนมมือจรดหน้าผากเพื่อถวายบังคม สังเกตได้ว่าเสื้อผ้าการแต่งกายโนราที่ร้อยด้วยลูกปัดแต่ละคนที่สวมใส่มีสีสันสดใส ลวดลายละเอียด เทริดสีทองสวยสะดุดตา สร้างความประทับใจในความสวยงามของเอกลักษณ์การร้อยชุดลูกปัดโนราอันประณีตสวมใส่เพื่อมารำถวายการต้อนรับ จากภาพคณะโนราแสดงตามลาดพระบาทที่ทรงเสด็จผ่านและทรงประทับชมการแสดงอย่างใกล้ชิด เวลาในการแสดงประมาณ 5 นาที สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชเสาวนีย์ว่า “สวยงามมาก” นำความปลาบปลื้มใจให้กับเยาวชนที่มาแสดงโนราดังกล่าว

            3.11 การแสดงโนราจังหวัดยะลา

                    โนราเยาวชนในจังหวัดยะลาได้รับพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 10 ที่ได้ทรงพระราชทานเทริดโนราให้กับโนราเยาวชนวัดยะลาธรรมมาราม จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ เนื่องจากนางสาวสุนันทา นวลนิล ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลสมาชิกโนรา ซึ่งเป็นเยาวชนอายุประมาณ 6 -12 ปี ได้รวมกลุ่มกันฝึกหัดโนรา เพื่อเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แล้วสร้างความสุขในวิถีชีวิตของเยาวชนที่มีความสนุกสนาน บันเทิงควบคู่กันไปโดยใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมเรียนรู้ จากวิทยากรเยาวชนในท้องถิ่น คือ นางสาวสุมิตรา ภิญโญ เป็นอาสาสมัครมาสอนประจําจนมีทักษะในการแสดงโนรา เพื่อความบันเทิงของชุมชนในโอกาสต่าง ๆ แต่เนื่องจากเยาวชนมีจำนวนมากและเสื้อผ้าอุปกรณ์ในการแต่งกายไม่เพียงพอ ได้แก่ เทริดและชุดลูกปัด ดังนั้น ผู้ปกครองจึงต้องมีหน้าที่ในการหยิบยืมเทริดและชุดลูกปัดจากกลุ่มสมาคมหรือหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งก็จะได้รับความอนุเคราะห์และอาจจะได้รับการปฏิเสธเนื่องด้วยเทริดและชุดลูกปัดจะต้องได้รับการรักษาดูแลเป็นอย่างดีและมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งเยาวชนจากวัดยะลาธรรมมาราม ก็จะประสบปัญหาในเรื่องการขาดแคลนเทริดและชุดโนราในการแสดงแต่ละครั้งอยู่เป็นประจำ แต่ยังมีความมุ่งมั่นไม่ท้อถอยและฝึกหัดการแสดงโนราอยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเด็กหญิงกัญญาณัฐ สังข์แก้ว อายุ 9 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนอนุบาลยะลา จังหวัดยะลา ได้มีโอกาสติดตามผู้ปกครอง คือ นางสาวสุนันทา นวลนิล ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนร่วมกับชาวยะลารับเสด็จในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จ ฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2563 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิฉัยในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ได้มีโอกาสสนทนากับทหารมหาดเล็กที่รักษาความปลอดภัยให้กับในหลวงรัชกาลที่ 10 และประชาชนที่รอรับเสด็จจึงเขียนจดหมายถวายฎีกาเกี่ยวกับความเดือดร้อนของเยาวชนจังหวัดยะลาที่ต้องการพระเมตตากรุณาจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ในการสนับสนุนส่งเสริมการขาดแคลนเทริดสำหรับการแสดงโนราของเยาวชนจังหวัดยะลาที่ยากจนและขาดแคลนทุนทรัพย์โดยฝากจดหมายถวายฎีกาซึ่งเขียนด้วยลายมือของเด็กหญิงกัญญาณัฐ สังข์แก้ว ลงบนกระดาษที่หาได้ขณะนั้น มอบผ่านทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ เหตุการณ์สำคัญในวันดังกล่าวซึ่งบางครั้งจะเป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ จนถึงเยาวชนจังหวัดยะลา ได้มีเหตุการณ์สำคัญคือ

            วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ห้องโถงด้านหน้า ห้องประชุมศรียะลา อาคาร 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญ “เทริดมโนราห์” พระราชทาน จำนวน 6 ยอด มอบแก่เด็กหญิงกัญญาณัฐ สังข์แก้ว อายุ 9 ปี กำลังศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ที่ได้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาในนามตัวแทนเพื่อน ๆ เยาวชนโนราจังหวัดยะลา ขอพระราชทาน “เทริด”


เทริดที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา ฯ พระบรมราชินี จำนวน 6 ยอด

ที่มา : สำนักงานประสัมพันธ์จังหวัดยะลา, 2564.


นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ทำพิธีรับมอบเพริดพระราชทานณ บริเวณห้องโถงห้องประชุมศรียะลา อาคาร 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ที่มา : สำนักงานประสัมพันธ์จังหวัดยะลา, 2564.


เด็กหญิงกัญญาณัฐ สังข์แก้ว (ยืนคนที่ 1 จากด้านขวามือ) พร้อมกับเยาวชนโบราจังหวัดยะลารับมอบเทริดพระราชทาน ตัวแทนจากผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

ที่มา : สำนักงานประสัมพันธ์จังหวัดยะลา, 2564.


ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้ปกครอง และเยาวชนโนราจังหวัดยะลาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่ได้รับมอบเทริดพระราชทาน

ที่มา : สำนักงานประสัมพันธ์จังหวัดยะลา, 2564


            จากเหตุการณ์ของโนราเยาวชนจังหวัดยะลา ที่มีความแตกต่างกับกลุ่มศิลปินโนราที่ได้มีโอกาสร้าถวายเป็นการต้อนรับในอดีต แสดงให้เห็นว่าพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีต่อศิลปินโนรา เยาวชนโนรา มีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับสถานการณ์เหตุการณ์ ความเดือนร้อนหรือการแสดงความจงรักภักดีในแต่ละโอกาส ตั้งแต่โนราระดับเยาวชนจนถึงศิลปินโนราอาวุโส ซึ่งพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้นี้ คือ พลังอันสำคัญที่ทำให้ศิลปินโนราภาคใต้มีจิตใจและพลังที่เข้มแข็งในการร่วมอนุรักษ์สืบสานศิลปะการแสดงโนราให้ยั่งยืนสืบไปด้วยร่มพระบารมี

            จากภาพประวัติศาสตร์และโอกาสในการรำถวายการต้อนรับของโนราในแต่ละยุคสมัยจะสังเกตได้ว่านอกจากจะเป็นการรำในสถานที่สำคัญ เช่น วัด พลับพลาที่ประทับ สนามหน้าศาลากลาง หอประชุม ตลอดจนถึงตำหนักที่ประทับ ซึ่งกระบวนการรำถวายการต้อนรับหรือรำถวายหน้าพระที่นั่งอย่างใกล้ชิดนั้นจะต้องมีการวางแผนและกำหนดการแสดงอย่างชัดเจน ซึ่งทุก ๆ ครั้งจะแสดงถึงความตั้งใจ อดทน และความพร้อมทุก ๆ ฝ่ายที่จะทำให้การรำถวายการต้อนรับสมพระเกียรติและจัดการแสดงให้ดีที่สุดในช่วงระยะต่าง ๆ จะปรากฏการแสดงของโนราเยาวชน นักศึกษา นักเรียนและครูในสถาบันการศึกษา มีโอกาสเข้าร่วมรำถวายหลายครั้งและได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยในการทรงแนะนำให้เป็นผู้อนุรักษ์เผยแพร่และสืบสานให้กับเยาวชน นักเรียนในสถาบันการศึกษาและในบางโอกาสนักเรียนที่มีทักษะการแสดงโนราดีเยี่ยม จากการสนับสนุนส่งเสริมของครูในสถาบันการศึกษาได้แสดงโนราถวายการต้อนรับอย่างใกล้ชิดในโอกาสสำคัญเช่นเดียวกัน ซึ่งการจัดการเรียนโนราในสถาบันการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีความสำคัญต่อบทบาทในการส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปะการแสดงโนราที่จะได้กล่าวต่อไป