Reading Room

ศิลปะการแสดงโนรา ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์

ผลลัพธ์การค้นหา: "โนรา"

บทที่ 1

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโนรา


        โนราเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้ที่มีการสืบสานอย่างเหนียวแน่นมาเป็นเวลาช้านานในชุมชนของภาคใต้ของไทยทั้ง 14 จังหวัด ตลอดจนถึงตอนบนภาคใต้ คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และตอนใต้ ชุมชนไทยในรัฐกลันตันและเคดาห์ ชายแดนประเทศมาเลเซีย ความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ดังกล่าว ได้มีการศึกษาองค์ความรู้ ที่น่าสนใจในรายละเอียดดังต่อไปนี้


1. นิยามศัพท์

        1.1 โนรา เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดง มีชื่อเรียกว่า โนรา หรือ มโนราห์ ซึ่งเป็นมหรสพหรือศิลปะการแสดงของชาวภาคใต้ โดยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในจังหวัดต่าง ๆ ทั้งภาคใต้ นับตั้งแต่พื้นที่ส่วนหนึ่งในอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง ภูเก็ต กระบี่ พังงา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ซึ่งจำแนกออกได้ 2 ประเภท คือ โนราเพื่อความบันเทิง เป็นการร่ายรำเพื่อความสนุกสนาน และโนราเพื่อประกอบพิธีกรรม ที่เรียกว่า “โนราโรงครู” เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ แก้บน ครูหมอตายายโนราและประกอบพิธีกรรมอื่น ๆ เช่น พิธีครอบเทริด เหยียบเสน ตัดผมผีช่อ รักษาอาการป่วยไข้ ที่ส่งเสริมระบบความเชื่อเรื่องตายาย ซึ่งเป็นการนับถือบรรพบุรุษของชาวภาคใต้ สะท้อนให้เห็นสภาพแวดล้อมทางสังคมภาคใต้ ว่าเป็นสังคมที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับธรรมชาติ นับถือผีบรรพบุรุษ (Ancestor Worstin) โดยมีเพศหญิงเป็นศูนย์กลาง (Matrifocolity)เป็นสังคมอิสระห่างไกลจากกลไกของรัฐและการปกครอง จึงหยิบจับปรับใช้ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา ในทางท้องถิ่นนิยม (Locality) พิธีกรรมโนราโรงครูสามารถรักษาหมู่พวกท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เอื้อต่อการเข้ามาของผู้คนต่างวัฒนธรรม เพื่อยึดโยงให้ผู้คนสามารถปกป้องตนเองจากสภาพแวดล้อมทางสังคมที่มีคนกลุ่มอื่นสัญจรไปมาได้โดยง่าย และเป็นสังคมที่ห่างไกลจากกลไกของอำนาจรัฐ

        1.2 “กลุ่มชน” (Groups) คือกลุ่มคนและปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ประกอบด้วย 1) กลุ่มหลักได้แก่ ศิลปินโนรา นักแสดง ลูกคู่ นักดนตรี นักร้องประจำวง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแสดงโนรา และการประกอบพิธีกรรม (โนราโรงครู) เช่น คนทรงครูหมอโนรา หมอไสยศาสตร์ ช่างทำเครื่องดนตรี ช่างวาดฉากและม่าน ช่างทำเครื่องแต่งกาย ทำลูกปัด ช่างทำเทริด หน้าพราน และลูกหลานตายายโนราหรือผู้มีเชื้อสายโนรา 2) กลุ่มสนับสนุน ได้แก่ นักธุรกิจ (ผลิตซีดี วีซีดี ดีวีดี) เจ้าของเครื่องเสียงและอุปกรณ์ไฟฟ้า นักจัดรายการ 3) กลุ่มส่งเสริม ได้แก่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอ สถาบันการศึกษา วัด หอจดหมายเหตุ องค์การบริหารส่วนจังหวัดและตำบล เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล คณะกรรมการชมรมโนรา สมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทยในจังหวัดต่าง ๆ ประธานและกลุ่มเครือข่ายโนราในจังหวัดภาคใต้ ชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน นักวิชาการ และผู้รู้ท้องถิ่นในพื้นที่ที่เก็บรวบรวมข้อมูล

        1.3 “ปัจเจกชน” (Individual) คือผู้ที่อยู่ในชุมชนนั้นหรือข้ามชุมชน ที่มีทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ หรือลักษณะอื่น ๆ ที่โดดเด่น ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคตในการปฏิบัติ สร้างสรรค์ และ/หรือสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น เป็นผู้ดูแล ผู้ปฏิบัติหรือผู้ฝึกหัด

        1.4 “ชุมชน” (Community) คือ เครือข่ายของผู้คนที่มีความรู้สึกของความเป็นตัวตน หรือความเกี่ยวเนื่องกันที่มีมาจากการมีประวัติศาสตร์ร่วมกัน ซึ่งมีรากในการปฏิบัติและสืบ (ถ่าย)ทอด หรือมีส่วนร่วมในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของพวกเขาเหล่านั้น


2. การกระจายตัว

        โนราเป็นศิลปะการละเล่นและการแสดงพื้นบ้านหรือเป็นมหรสพพื้นบ้านที่แพร่กระจายสูงในภาคใต้ เช่นเดียวกับการแสดงหนังตะลุง จนกล่าวได้ว่า “โนราได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นนาฏศิลป์ที่เป็นตัวแทนของชาวภาคใต้ ซึ่งบอกถึงความแข็งกร้าว บึกบึน ฉับไว และเด็ดขาด เป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่ เป็นการสื่อสารที่ใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือและใช้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างมีจังหวะและมีความสัมพันธ์ระหว่างความคิดกับจิตวิญญาณของผู้แสดง ซึ่งเมื่อผสมกับลีลาดนตรีที่ประโคมควบคู่กับท่ารำแล้ว จะบอกลักษณะถึงความหนักแน่น เฉียบขาด ฉับพลัน และอึกทึกเร้าใจเป็นอย่างยิ่ง โนราจึงเป็นการแสดงที่ไม่ใช่เพียงเพื่อความบันเทิงหรือเป็นเพียงกิจกรรมนันทนาการเพื่อผู้ชมเท่านั้น แต่มีความสำคัญต่อชีวิตชาวบ้านเกือบทั้งชีวิต” (ชวน เพชรแก้ว, 2540 : 87) กล่าวได้ว่า โนราและโนราโรงครูแพร่กระจายทั่วไปในภาคใต้ และส่วนหนึ่งในตำบลทรายทอง ตำบลไชยราช อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากการรวบรวมข้อมูลและจัดทำเนียบคณะนักแสดงศิลปินพื้นบ้านทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ ซอ หมอลำ โนรา ลิเก และอุปรากรจีน (งิ้ว) ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ในปี พ.ศ.2558 (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2558) พบว่า มีโนราถึง 3 คณะ ในอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร มีคณะโนรา 8 คณะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 35 คณะ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก จังหวัดพังงา 1 คณะ จังหวัดระนอง 3 คณะ จังหวัดกระบี่ 15 คณะ จังหวัดภูเก็ต 1 คณะ จังหวัดตรัง 32 คณะ ภาคใต้ตอนกลางโดยเฉพาะพื้นที่ที่เรียกว่า “บริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” นั้น ได้แก่ พื้นที่บางส่วนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุงทั้งหมด กล่าวได้ว่าโนราและโนราโรงครูมีความหนาแน่นและแพร่กระจายสูง โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชมีโนราจำนวน 44 คณะ จังหวัดสงขลา จำนวน 57 คณะ จังหวัดพัทลุง 49 คณะ ส่วนภาคใต้ตอนล่างคือ จังหวัดสตูล จำนวน 4 คณะ จังหวัดปัตตานี จำนวน 9 คณะ จังหวัดยะลา จำนวน 2 คณะ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 14 คณะ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส แม้ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทยมุสลิม แต่ก็มีการแพร่กระจายของศิลปะการแสดงพื้นบ้านและโนราค่อนข้างสูง

        นอกจากนั้นในการลงเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนในพื้นที่ที่เป็นเป้าหมาย อันได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง และสงขลา ยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจำนวนคณะโนรา ปัจจุบันในแต่ละพื้นที่ว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช มีโนรา จำนวน 115 คณะ จังหวัดตรัง จำนวน 32 คณะ จังหวัดพัทลุง จำนวน 49 คณะ และจังหวัดสงขลา จำนวน ๗๙ คณะ ส่วนข้อมูลที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมของโนราในงาน “มหกรรมโนราปักษ์ใต้” ในวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ณ สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช และการให้สัมภาษณ์ของสมปอง ภักดีกิจ (29 กรกฎาคม 2559) นายกสมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทย ที่ควรนำมากล่าวเอาไว้ คือ มีคณะโนราที่ปรากฏในทำเนียบของสมาคม คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 6 คณะ จังหวัดชุมพร จำนวน 12 คณะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 38 คณะ จังหวัดกระบี่ จำนวน 17 คณะ จังหวัดพังงา จำนวน 2 คณะ จังหวัดระนอง จำนวน 3 คณะ จังหวัดภูเก็ต จำนวน 1 คณะ จังหวัดตรัง จำนวน 35 คณะ รวมทั้งภาคใต้ตอนกลางที่มีการกระจายตัวของโนราค่อนข้างสูง คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 115 คณะ จังหวัดพัทลุง จำนวน 49 คณะ จังหวัดสงขลา จำนวน 79 คณะ ส่วนจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดสตูล จำนวน 6 คณะ จังหวัดปัตตานี จำนวน 9 คณะ จังหวัดยะลา จำนวน 2 คณะ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 15 คณะ และมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าในพิธีเปิดงาน “มหกรรมโนราปักษ์ใต้” มีเยาวชนจากจังหวัดต่างๆ ร่วมรำโนรา จำนวน 329 คน ร่วมรำโนราสาธิตบนเวทีกลางจังหวัดละ 25 - 80 คน อันสะท้อนให้เห็นถึงการสืบทอดและการแพร่กระจายของโนราในกลุ่มเยาวชนหรือคนรุ่นใหม่ของภาคใต้ในปัจจุบัน

        จากการศึกษาการแพร่กระจายของโนราในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้พบว่า โนรามีการแพร่กระจายตัวอยู่ในทุกจังหวัดของภาคใต้ ซึ่งมีทั้งโนราที่แสดงเพื่อความบันเทิงและการประกอบพิธีกรรมโดยเฉพาะการส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และฝึกหัดการรำโนรา ทั้งโดยผู้มีเชื้อสายโนรา ครูโนรา วัด สถาบันการศึกษา และชุมชน อันเป็นการสืบทอดความเป็นโนราตามรูปแบบประเพณีและการสืบทอดรูปแบบใหม่ดังที่ ประเสริฐ รักษ์วงศ์ ผู้ดำเนินการกิจกรรมฟื้นฟูศิลปะการแสดงโนรา กรณีวัดคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (24 มิถุนายน 2559) กล่าวว่า “การสืบทอดในวัดนั้นเกิดจากเห็นว่าโนรากำลังจะหายไป เด็กวัยรุ่นและชาวบ้านหันไปนิยมละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ จึงแสวงหาหนทางในการฟื้นฟู นำโนราเข้าวัดเช่นในอดีต รวมทั้งการเชิญชวนชาวบ้านเข้าวัด โดยเริ่มจัดโครงการ “วัฒนธรรมพื้นบ้านประสานวัด” วัดคลองแหมีคลองอยู่ด้วย หลังจากทำให้น้ำในลำคลองใสสะอาดแล้ว ก็จัดให้มีการแข่งเรือยาว มวยทะเล ทำสวนสมุนไพร จัดมหกรรมโนราโรงครู โดยเอาโนราโรงครูจากสิบหกอำเภอในจังหวัดมาร่วมแสดง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสวงหาแนวทางในการส่งเสริมและการสืบทอด โดยมีชาวบ้านให้การสนับสนุน หลังจากนั้นก็ได้จัดมหกรรมโนราโรงครู เล่นแบบโบราณ เล่นแบบสิบสองบท เล่นแทงเข้ คล้องหงส์ ตอนนี้ได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเห็นความสำคัญให้มาทุกปี เรากะได้โรงโนราเข้าวัดแล้วจัดมหกรรมโนรา เอาโนรามาเข้าค่าย เน้นเยาวชนก่อน แสดงประชันกัน ให้นายโรงรุ่นเก่ามาเป็นครูสอน เรียกว่าเข้าค่าย มีการเรียนตามฐาน เราจะตั้งฐานเรียนรู้ไว้ เช่น ฐานบทกลอน ฐานท่ารำ ฐานพิธีกรรม ให้เด็กได้ศึกษาตามฐาน ปรากฏว่ามีเด็กที่ว่าหันมาฝึกโนรากันมากมาย มาตามเพื่อนมาร่วมเข้าค่าย ได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ”

        นอกจากนั้นยังพบว่าปัจจุบันโนรามีการปฏิบัติอย่างสืบเนื่องและมีความเข้มข้นในบริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา มีคณะโนรากระจายอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ โนราโรงครู ที่โนรา ผู้มีเชื้อสายโนรา ลูกหลาน ตายายโนรา ชาวบ้านทั่วไป ได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมอย่างสืบเนื่องมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น โนราโรงครูวัดท่าแค ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง โนราวัดท่าคุระ ตำบลคลองรี อำเภอสทิงพระ ดังที่ สุพัฒน์ นาคเสน (21 มิถุนายน 2559) กล่าวว่า “โนราโรงครูเป็นพิธีกรรมในการนับถือบรรพบุรุษ ซึ่งยังมีการจัดพิธีและแนวปฏิบัติรองรับอย่างเข้มข้นในหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วไปในภาคใต้ทั้งที่เป็นโนราโรงครูประจำปี และโรงครูที่จัดขึ้นเพื่อแก้บน โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา ยังคงปรากฏอยู่อย่างเด่นชัด รวมทั้งโนราโรงครูในภาคใต้ตอนบน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร ภาคใต้ฝั่งตะวันตก เช่น จังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่ รวมทั้งภาคใต้ตอนล่าง เช่น จังหวัดปัตตานี เป็นต้น ซึ่งชาวบ้านที่มีบรรพบุรุษรุ่นใดรุ่นหนึ่งเป็นโนราจะต้องนับถือครูหมอตายายโนราและสืบทอดการทำพิธีโนราโรงครู ด้วยเหตุที่พิธีกรรมโนราโรงครูและการนับถือครูหมอตายายโนราเป็นวิธีการของชาวใต้ในการนับญาติ และการรวมกลุ่มรวมทั้งมีส่วนในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งของปัจเจกบุคคล และสังคมส่วนรวมที่เป็นปัญหาพื้นฐาน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่เกี่ยวกับทางเพศ ปากท้อง ความขัดแย้ง การศึกษา การเมือง เศรษฐกิจ และรวมถึงการอบรมสั่งสอนสมาชิกใหม่ ความลี้ลับและอำนาจเหนือธรรมชาติ ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ การติดต่อสื่อสาร การแสดงออกและการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น ซึ่งโนราโรงครู ทั้งด้านความเชื่อและพิธีกรรม จึงเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของผู้คนและชุมชนภาคใต้อย่างกว้างขวาง มีการสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ยังมีการแสดงอยู่และยังมีการสืบทอดพิธีกรรมเกี่ยวกับโนรา ดังนั้นหากมีการสืบทอดพิธีกรรมโนราดังกล่าว โนราก็คงจะไม่สูญหาย ยังคงอยู่ต่อไป”


การแพร่กระจายของโนราใน 14 จังหวัดของภาคใต้
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


การแพร่กระจายของโนราในจังหวัดรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


การแพร่กระจายของกลุ่มโนราในจังหวัดพัทลุง
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


การแพร่กระจายของโนราในจังหวัดสงขลา
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


การแพร่กระจายของโนราในจังหวัดนครศรีธรรมราช
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


การแพร่กระจายของโนราในจังหวัดตรัง
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


3. องค์ความรู้มิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา

3.1 ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของโนรา โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือ

        3.1.1 ประวัติความเป็นมาของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา

        โนราเป็นการร่ายรำสำหรับบูชาเทพเจ้า พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์ ในศาสนาพราหมณ์ เมื่อพราหมณ์เข้าสู่ปักษ์ใต้ จึงได้นำการละเล่นชนิดนี้เข้ามาด้วย โนราคงจะเจริญและพัฒนาขึ้นที่เมืองพัทลุงบางแก้ว (อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง) และเชื่อมโยงกับพัฒนาการชุมชนบริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (เทวสาโร, 2508) (ภิญโญ จิตต์ธรรม, 2508) ซึ่งสอดคล้องกับผาสุข อินทราวุธ (2529) ว่า ละครโนห์ราชาตรีได้ต้นแบบมาจากละครรำกถากสีของอินเดียใต้ โดยเข้ามาทางคาบสมุทร (ภาคใต้) ของประเทศไทยราวพุทธศตวรรษที่ 13 - 16 ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรศรีวิชัยเจริญรุ่งเรือง แต่นิยมเล่นเรื่องราวทางพุทธศาสนา คือ เรื่องพระสุธน - นางมโนห์รา จากตำนานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับโนรา การฝึกหัดร่ายรำโนราเกิดขึ้นในราชสำนักของพระยาสายฟ้าฟาดหรือท้าวโกสินทร์กับนางอินทรกรณีย์ หรือนางอินทิราณี หรือนางศรีมาลา ที่เป็นผู้ครองเมืองพัทลุง (บางแก้ว อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง) อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 – 19 ดังที่ปรากฏเป็นตำนานโนราที่มาจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ตำนานโนราที่ปรากฏในบทกาศครูและบทขับร้องกลอนของโนรา

        ตำนานโนราที่มาจากหลักฐานเอกสาร

        1) ตำนานโนราที่มาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านนั้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ที่เชื่อว่าการตั้งครรภ์ของนางนวลทองสำลี มีสาเหตุมาจากการเสวยเกสรดอกบัว และกลุ่มที่ 2 ที่เชื่อว่าการตั้งครรภ์ของแม่ศรีมาลา หรือนางนวลทองสำลีนั้นเกิดจากการลักลอบได้เสียกับพระม่วงทองหรือตาม่วงทอง ซึ่งเป็นมหาดเล็กคนสำคัญในราชวัง จากนั้นจึงไปเสวยเกสรดอกบัวที่เทพสิงหรแบ่งภาคจุติมาเพื่อถือกำเนิดในเมืองมนุษย์ เป็นขุนศรีศรัทธานั้น มีข้อน่าสังเกตว่าโนราและชาวบ้านบางกลุ่มเชื่อว่า เทพสิงหรกับขุนศรีศรัทธาเป็นคน ๆ เดียวกัน แต่คนละภาค (กัป) กล่าวคือ เทพสิงหรเป็นภาคสวรรค์และได้แบ่งภาคจุติลงมาเพื่อรำให้มนุษย์โลกดูในภาคของขุนศรีศรัทธาซึ่งเป็นภาคมนุษย์ และชาวบ้านบางกลุ่มเชื่อว่า เทพสิงหรคือ พระศิวะมหาเทพหรือพระอิศวรผู้เป็นต้นกำเนิดแห่งศิลปะการร่ายรำและการบันเทิงทั้งปวงและการกล่าวถึงนางนวลทองสำลีว่า กัปแรกคือแม่อุมาวาจาสิทธิ์ ก็คือ พระแม่อุมาชายาแห่งพระศิวะมหาเทพ อันเป็นการยืนยันคติความเชื่อเรื่องกำเนิดโนราที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพราหมณ์และวัฒนธรรมของอินเดีย

        2) ตำนานโนราที่ปรากฏในบทกาศครูและบทร้องกลอนของโนรา โดยเฉพาะบทกาศครูและบทร้องกลอนของคณะโนรา ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมโนราโรงครู บทร้องส่วนใหญ่จะเหมือนกัน ต่างกล่าวถึงประวัติของโนรา ครูต้นของโนรา เหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นกับครูโนรา ชื่อบุคคลและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโนรา เช่น การลอยแพนางนวลทองสำลี ขุนศรีศรัทธาท่าแค การถูกลงโทษของครูโนรา พระคุณของครูโนราและบิดามารดา การออกชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชุมชนบริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อขอความคุ้มครอง ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นระบบความสัมพันธ์ของโนรากับชุมชนค่อนข้างเด่นชัด ส่วนบทร้องกลอนของโนรา ที่จะนำมากล่าวไว้คือ บทร้องกลอนที่เรียกว่า “บทบาลีหน้าศาล" บทบาลีหน้าศาลเป็นบทร้องกลอนเพื่อบอกเล่าประวัติโนรา ขั้นตอนของการประกอบพิธีกรรมโนราโรงครู โดยกล่าวถึง “ชาตรี” (คำว่า ชาตรี หมายถึง โนรา คำนี้ปรากฏอยู่ในตำนาน วรรณกรรมท้องถิ่น วรรณคดีของภาคกลางที่กล่าวถึงการละเล่นพื้นเมือง เช่น บทพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาในรัชกาลที่ 2 แม้เมื่อชาตรีแพร่หลายเข้าสู่ภาคกลาง ชาวภาคกลางเห็นว่ามีลักษณะคล้ายละคร จึงเรียกกันว่า ละครชาตรี) ว่า มีมาแต่ครั้งปถมกัปโดยพระผู้เป็นเจ้า (พระอิศวร) เป็นผู้สร้างเพื่อให้เป็นเครื่องประโลมโลก กล่าวถึง ประวัติของแม่ศรีมาลา (หรือนางนวลทองสำลี) จนกระทั่งถูกลอยแพไปติดอยู่ที่ “เกาะกะซัง” มีเทพเจ้าคอยพิทักษ์รักษา มีพวกกินนรลงมารำฟ้อนถวายและเกิดเครื่องดนตรีประกอบการร่ายรำ คือ โหม่ง ฉิ่ง ทับ โทน ปี่ แล้วกล่าวถึงองค์ประกอบและขั้นตอนของพิธีกรรมโนราโรงครู ดังความตอนหนึ่งว่า “บอกบาลีขานเอ ว่าโนเน โนไน ลักเลงผู้ใด ถ้าพบในตำรา ถ้าแต่งชูเดิมได้ เหมือนพลายช้างงาชาติเชื้อโนรา เป็นเถรเมืองคนหนึ่ง ตั้งพระไตรโลกแล้ว พระแก้วรำพึง ยังขัดข้องขึง สิ่งหนึ่งไม่โถก ไม่ได้ตั้งชาตรีไว้เป็นที่ประโลมโลก ระงับดับโศกสนุกสบาย” 

        3) ตำนานโนราที่มาจากหลักฐานเอกสาร เดิมมีที่มาจากคำบอกเล่าของผู้รู้ ศิลปิน ต่อมาภายหลังได้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และจัดพิมพ์ออกเผยแพร่ในหนังสือต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น พุทธทาสภิขุ เขียนในหนังสือ “แนวสังเขปของโบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน ว่า มีสิ่งหนึ่งซึ่ง ดร.ควอริตซ์ เวลส์ (Quariych Wales) ถือว่าเป็นรอยซากของวัฒนธรรมอินเดียที่ยังเด่นชัดอยู่ทั่วไปในลุ่มน้ำตาปีนี้ ตลอดลงไปจนกระทั่งนครศรีธรรมราช สิ่งนั้นคือ มะโนรา ท่านผู้นี้กล่าวว่า “มโนราบริสุทธิ์” คือยังไม่ถูกดัดแปลงจากของเก่าจนเสียรูปนั้นยังคงหาได้แต่ที่รอบอ่าวบ้านดอน ท่ารำของโนรายังเป็นแบบเดิม (Primitive) ซึ่งเมื่อดูแล้วรู้สึกว่าเป็นแบบอินเดียยิ่งกว่าโขนละครซึ่งมีความเป็นอินเดียน้อยเกินไป ท่านผู้นี้ได้เขียนถึงเรื่องเรื่องมะโนรา ที่เผอิญได้ดูที่หมู่บ้านสกนี้เสียอย่างยืดยาว ข้าพเจ้าไม่สามารถจะทราบไว้เป็นมะโนรา “แบบเก่าแท้” เพียงไรที่ทำให้เกิดความสนใจแก่ท่านผู้นี้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังเห็นพ้องด้วยว่ามะโนรานี้แหละคือสื่อกลาง (Link) ระหว่างละครโขนของไทยกับละครอินเดียแท้ในประเทศอินเดีย” ตำนานโนราที่เล่าโดยขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) และคณะศิษย์ ภิญโญ จิตต์ธรรม ได้เรียบเรียงเป็นหนังสือเรื่องโนราออกจัดพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 และจัดพิมพ์เผยแพร่อีกหลายครั้งในโอกาสต่อมา หรือตำนานโนราที่เล่าโดยโนราวัดจันทร์เรือง บ้านกล้วย ตำบลพังงา อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ก็จัดพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือ มโนราห์นิบาตของวิทยาลัยวิชาการศึกษาสงขลามาแล้ว เป็นต้น ตำนานโนราที่มาจากหลักฐานเอกสาร นอกจากจะเกิดขึ้นโดยคนท้องถิ่นแล้ว ยังปรากฏในตำนานละครอิเหนาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (2508) ตำนานละครชาตรีของกรมศิลปากร และตำนานโนราที่เล่าโดยนายพูน เรืองนนท์ ดังปรากฏในหนังสือ การละเล่นของไทย ของมนตรี ตราโมท (2504)

        4) ตำนานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับโนราและข้อวินิจฉัยของผู้รู้ท้องถิ่น ตำนานสถานที่บางแห่งที่เกี่ยวข้องกับโนรา มีลักษณะเช่นเดียวกับนิทานหรือตำนานสถานที่อื่น ๆ ที่ชาวบ้านเชื่อว่า “เป็นเรื่องจริง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและบุคคลในเรื่องนั้นมีตัวจริง" (ปรานี วงษ์เทศ, 2531) เช่น เรื่อง “โคกขุนทา” ชาวบ้านเชื่อกันว่าบริเวณโคกแห่งนั้นเป็นสถานที่ที่ขุนศรัทธา ครูต้นของโนราใช้เป็นที่ฝึกหัดศิษย์ให้รำหรือเป็นโรงรำของขุนศรีศรัทธา ซึ่งเป็นเนินดินหรือโคกสูงกว้างประมาณ 1 ไร่เศษ ตั้งอยู่ใกล้วัดท่าแค หมู่ที่ 5 ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ต่อมาในปี พ.ศ. 2514 พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ทรงสร้างรูปปั้นขุนศรีศรัทธาและพรานบุญ แล้วสร้างศาลาบริเวณเขื่อนขุนทา นำรูปปั้นไปประดิษฐานไว้เป็นอนุสรณ์หรืออนุสาวรีย์ของขุนศรีศรัทธา และเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดประเพณีการรำโนราโรงครูใหญ่ในวัดท่าแคของชาวบ้าน ตำบลท่าแค และบริเวณใกล้เคียง ในช่วงวันพุธที่ 2 ของเดือน 6 เป็นประจำทุกปี เป็นต้น

        ส่วนตำนานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับโนราที่ปรากฏอยู่ ได้แก่ ตำนานนางเลือดขาวมีความสัมพันธ์กันอยู่ กับคณะโนรา คนทรงครูหมอโนรา และชาวบ้านส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นครูโนราองค์หนึ่งด้วย ในการรำโนราโรงครูใหญ่วัดท่าแค ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง จะมีร่างทรงของนางเลือดขาวอยู่ด้วย ตำนานแม่เจ้าอยู่หัวเป็นตำนานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับตำนานโนราอีกตำนานหนึ่ง ชาวบ้านท่าคุระ ตำบลคลองรี อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และตำบลใกล้เคียง เรียกว่า “เจ้าแม่อยู่หัว” และ “เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง มีความเกี่ยวข้องกับตำนานโนรา จึงเป็นที่มาของการรำโนราโรงครูวัดท่าคุระ หรือ “งานพิธีสมโภชและสรงน้ำเจ้าแม่อยู่หัว" หรือชาวบ้านเรียกว่า “งานตายายย่าน” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 นอกจากนั้น ตำนานทวดสำลีหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เจ้าแม่อยู่หัว” หรือ “ทวดหฺมฺลี” หมายถึงพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องปางอุ้มบาตร สมัยศิลปะอยุธยา อยู่ในวัดพะโคะ ตำบลชุมพล อำเภอสะทิงพระ จังหวัดสงขลา และยังมีที่วัดเขียนบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง อีก 1 องค์ ที่เชื่อว่าสร้างขึ้นเพื่อฉลองแทนองค์ “สมเด็จเจ้าแม่อยู่หัวเมือง” ส่วนศิลปะการแสดงโนราจะเกิดขึ้นเอง ภายในท้องถิ่นหรือในชุมชนบริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา หรือได้รับอิทธิพลมาจากภายนอกแล้วค่อยพัฒนาการเจริญขึ้นเป็นศิลปะชั้นสูง ของชุมชนต่าง ๆ ในบริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ดังกล่าวแล้ว

        ตำนานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับโนรา และความเชื่อที่เกี่ยวกับโนรา ทั้งความเชื่อเรื่อง ครูหมอตายายโนรา ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ การรักษาอาการป่วยไข้ การบนและการแก้บน ฯลฯ นั้นเป็นความเชื่อระดับชาวบ้านที่มีการผสมผสานระหว่างความเชื่อในพุทธศาสนากับลัทธิพราหมณ์ และความเชื่อดั้งเดิมหรือลัทธิผีสางเทวดา และได้มองเห็นบทบาทหน้าที่ของโนราโรงครูในการทําหน้าที่ในการสืบทอดความเป็นโนรา การบนบานขอความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ การรักษาอาการป่วยไข้ การควบคุมพฤติกรรมของบุคคลและสังคม การสร้างอาชีพ การสร้างเอกภาพและสัมพันธ์ภายในสังคม การสร้างเสริมความรู้และภูมิปัญญาในการดำเนินชีวิต เป็นต้น

        ดังที่กล่าวมาแม้โนราจะไม่ปรากฏเป็นหลักฐานเด่นชัดเพราะเป็นมุขปาฐะที่ชุมชนเล่าสืบต่อกันมา แต่อย่างไรก็ตามก็ยังพบหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องตามแหล่งต่าง ๆ เช่น

        1. ภาพจิตรกรรมโนราอันเก่าแก่ที่สุดปรากฏอยู่ที่ผนังอุโบสถ วัดเกาะแก้วสุทธาราม จังหวัดเพชรบุรี ภาพเขียนโนราเก่าแก่ที่สุดที่พบในปัจจุบันและสามารถใช้เป็นหลักฐานชี้ชัดว่าอย่างน้อยในสมัยอยุธยาตอนปลาย มหรสพโนราเคยแพร่หลายมาแล้วและโนราก็มิได้จำกัดวงอยู่แต่เฉพาะในภาคใต้ด้วยหากแพร่หลายไกลขึ้นมาอย่างน้อยถึงเมืองเพชรบุรี (นิพัทธพร เพ็งแก้ว, 2549)


ภาพจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถ วัดเกาะแก้วสุทธาราม จ.เพชรบุรี
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


        2. ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดคูเต่าเป็นภาพเขียนในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคใต้ เล่ม 8. 2542)


ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดคูเต่า จ.สงขลา
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


        3.1.2 พัฒนาการของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา

        โนรามีพัฒนาการมาจากศิลปะชั้นสูงจนกลายเป็นนาฏกรรมของราชสำนัก และของท้าวพระยามหากษัตริย์ในภาคใต้มาแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อย จุดที่ก่อเกิดการพัฒนาเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงอยู่ที่บริเวณเมืองพัทลุงโบราณ ได้แก่ บริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาฝั่งตะวันตก (อยู่ในเขตจังหวัดพัทลุงปัจจุบัน) และฝั่งตะวันออก (เมืองพัทลุงโบราณ คือ เขตอำเภอสทิงพระ อำาเภอระโนด และอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา)

        ดังนั้นพัฒนาการและการแพร่กระจายของโนราอาจแบ่งตามปรากฏการณ์ทางสังคมของชุมชนเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบ่งออกได้เป็น 6 ยุค ดังนี้

        1. ยุคสร้างบ้านแปลงเมือง พัฒนาการโนราในชุมชนบริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งโนราหรือชาตรีเกิดขึ้นครั้งแรกพร้อมกับการตั้งแผ่นดินหรือลงหลักฐานปักฐานเมืองพัทลุงในราชสำนักของพระสายฟ้าฟาดหรือท้าวโกสินทร์กับนางอินทรกรณีย์หรือนางศรีมาลา เมืองพัทลุงตั้งครั้งแรกที่บางแก้ว (อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง) มีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรณที่ 18 - 19 (ยงยุทธ ชูแว่น, 2529) ส่วนการแพร่กระจายของโนราในชุมชนบริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ตัวอย่างเช่น โนราคล้าย ขี้หนอน หรือ คล้าย พรหมเมศ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2396 ที่บ้านคลองเขเปล ตำบลชะมาย ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โนราคล้าย พรหมเมศ มีชื่อเสียงในการรำท่าโนราที่สวยงามโดยเฉพาะ “ท่าตัวอ่อน” และ “ท่ากินนร - เลียบถ้ำ” จนได้รับสมญานามต่อมาว่า “คล้ายขี้หนอน” ในปี พ.ศ. 2451 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “หมื่นระบำบันเทิงชาตรี” จากรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นต้น

        2. ยุดตะเกียงน้ำมันควายถึงตะเกียงเจ้าพายุ (ปี พ.ศ. 2437 – พ.ศ. 2484) เป็นช่วงการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงเวลาที่คณะโนรามีจำนวนผู้แสดงเริ่มพัฒนาการแสดงจากผู้แสดงเพียง 3 คนในคณะหนึ่ง ๆ เป็น 14 คน เป็นอย่างน้อย การแสดงเรื่องราวก็พัฒนามาจากการแสดงเรื่องสั้น ๆ ที่เรียกว่า “จับบทออกพราน” เพียงอย่างเดียวมาเป็นเทพนิยายและเรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ ปรับเปลี่ยนเครื่องดนตรีและองค์ประกอบในการแสดงอื่น ๆ เป็นช่วงสมัยของการเน้นพิธีกรรม ความเชื่อทางไสยศาสตร์ และคตินิยมต่าง ๆ คุณธรรม จริยธรรมเชื่อมโยงกับศาสนา โดยการดำรงอยู่ในเชิงรูปแบบอุปถัมภ์ ความเป็นเพื่อนเกลอ และการเดินโรงของโนรา “เดินโรง” คือเมื่อว่างจากทำนาก็ออกเดินโรงไปหาที่แสดงตามวัดตามหมู่บ้าน หากหมู่บ้านไหนรับก็อาจแสดงอยู่หลาย ๆ วัน โดยเฉพาะเพื่อนฝูงที่รู้จักสนิทสนมกัน ซึ่งโนราจะต้องรู้จักเพื่อนมาก โดยการเป็น “เกลอ” เพราะหากมีเพื่อนมากก็สามารถช่วยตัวเอง ช่วยครอบครัว ช่วยหมู่บ้านของตน เป็นช่วงสมัยที่เรียกว่า “ยุครำโนราหาอ้ายเกลอ” โดยเฉพาะการใช้อุปกรณ์ให้แสงสว่างในการแสดงใช้ไต้หรือแม่ไต้ ตะเกียงน้ำมันควายหรือตะเกียงไขมันควายจนพัฒนามาเป็นตะเกียงเจ้าพายุในการให้แสงสว่าง

        3. ยุคเครื่องไฟฉุด เป็นช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2485 - 2510 เป็นช่วงที่โนราได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงไปในอีกระดับหนึ่งรวมทั้งองค์ประกอบในการแสดงเริ่มนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการประกอบการแสดง เช่น การใช้เครื่องปั่นไฟให้แสงสว่าง การใช้เครื่องขยายเสียง เป็นช่วงของชุมชนนิยมโนราค่อนข้างชัดเจน เพราะนอกจากโนราจะสืบทอดโดยสายเลือดหรือสายตระกูลแล้ว โนราคณะใดมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ยอมรับของมหาชนก็จะมีผู้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ ครูโนราเป็นที่ยอมรับนับถือของชุมชน ชาวบ้าน เพราะนอกจากทำหน้าที่ให้ความบันเทิงแล้ว ครูโนรายังเป็นผู้ประกอบพิธีกรรมให้แก่ชาวบ้าน ทำให้ครูโนราเป็นผู้มีฐานะทางสังคมเป็นที่เกรงขามเป็นผู้ให้ความอุปถัมภ์ทั้งแก่ลูกคู่ ศิษย์ที่มาฝึกหัด จึงมีลักษณะเป็นกลุ่มพวก หรือระบบอุปถัมภ์ ในท้องถิ่น ชุมชน เพราะโนรานอกจากจะทำหน้าที่เป็นศิลปินแล้วก็ยังมีพลังหรืออำนาจในการผลิตของชุมชนด้วย ระหว่างมาฝากตัวเป็นศิษย์ฝึกโนราก็จะช่วยทำสวนทำนามีความผูกพันในลักษณะเครือญาติ

        4. ยุคไฟฟ้าดนตรีสากล หรือยุคแข่งขันประชันโรง (ปีพ.ศ. 2510 - พ.ศ. 2525) เป็นช่วงเวลาที่โนรามีบทบาทต่อสังคมแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มโนราที่ย่างเข้าสู่วัยชรา กลุ่มที่ 2 โนราวัยกลางคน เป็นกลุ่มนำของยุคสมัยที่ได้รับความนิยมจากประชาชนและชุมชนเป็นอย่างมาก กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มวัยหนุ่มสาว และเป็นช่วงเกิดโนราในสถาบันการศึกษา โดยสถานบันการศึกษาเริ่มฟื้นฟูและสอนรำโนราให้แก่นักเรียน, นักศึกษา เล็งเห็นความสำคัญของโนราได้มีการสร้างหลักสูตรโนราเพื่อเปิดเป็นวิชาเลือกในสถานศึกษา ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้และฝึกฝนโนรา ชุมชนมีความนิยมชมชอบโนราสูงมาก เป็นยุคของความรุ่งเรือง เป็นยุคของการแข่งขันประชันโรง

        5. ยุคดนตรี หนังฉาย ไร้เงาหนังโนรา จัดตั้งสมาพันธ์ : การเปลี่ยนแปลงของหนังตะลุงและโนราตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2526 - 2547 เป็นช่วงสมัยที่เป็นรอยต่อแห่งความรุ่งเรืองของโนรา โนราในฐานะสื่อบันเทิงของชาวบ้าน ที่เคยได้รับความนิยมอย่างสูงก็เริ่มเสื่อมความนิยมโดยมีสื่อบันเทิงใหม่เข้ามาเบียดแทรกพื้นที่ของโนราหนังตะลุงมากขึ้น โนรากลายเป็นสื่อบันเทิงประกอบรายการ ไม่มีความโดดเด่นหรือเป็นสื่อบันเทิงหลักอย่างในยุคก่อน โนราบางกลุ่มรวมตัวเพื่อแสวงหาแนวทางเพื่อความอยู่รอด โดยการจัดตั้งเป็นชมรม เพิ่มองค์ประกอบในการแสดงอย่างหลากหลาย ทั้งดนตรี นักร้อง นักเต้น หางเครื่อง เป็นต้น โนราหลายคณะเริ่มเข้าร่วมสังกัดกับบริษัท ในการสนับสนุนเงินทุนและค่าตอบแทนการแสดง นอกจากนั้นการดำรงอยู่ของโนรานอกจากทำหน้าที่ให้ความบันเทิงแล้วโนราอีกกลุ่มหนึ่งก็ยังทำหน้าที่ในการประกอบพิธีกรรมโนราโรงครู อีกทั้งพิธีกรรมในการสืบทอดความเป็นโนรา โดยเปิดสอนรำโนราแก่เยาวชน และยังมีโนราอีกกลุ่มหนึ่งปรับรูปแบบมีส่วนร่วมกับหน่วยงานราชการ เพื่อช่วยเหลือสังคม เช่น รณรงค์เรื่องประชาธิปไตย รณรงค์เรื่องการป้องกันยาเสพติด รณรงค์เรื่องป้องกันโรคเอดส์ เป็นต้น โนรามีการรวมกลุ่มสร้างเครือข่าย จัดตั้งชมรมร่วมมือกับนักวิชาการและสถานศึกษาในการแสวงหาแนวทางในการส่งเสริมและรักษาความเป็นโนราศิลปินโนราและหนังตะลุงได้รวมกลุ่มเครือข่ายเพื่อศึกษาและส่งเสริมศิลปะการแสดงพื้นบ้านโดยการสนับสนุนของสถาบัน นักวิชาการ ทั้งการประชุมสัมมนา การศึกษาวิจัย โดยเฉพาะกระแสจัดตั้งชมรม เช่น ชมรมหนังตะลุงและโนราในจังหวัดสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช แล้วรวมกลุ่มกับศิลปะการแสดงพื้นบ้านอื่น ๆ จนพัฒนามาเป็นสมาพันธ์ศิลปินพื้นบ้านศรีวิชัยและสมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน

        6. ยุคดิจิตอล ปี พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน : เป็นยุคที่ศิลปินโนราและชุมชนใช้ระบบการสื่อสารและสื่อสมัยใหม่ ในการส่งเสริมเผยแพร่การแสดงโนราการประกอบพิธีกรรม และองค์ความรู้ด้านการแสดงโนรา ผ่าน สื่อบันเทิง ไลน์ เฟสบุ๊ค ยูทูปและสื่อบันเทิง เรื่องเทริด ภาพยนตร์โดยเอกชัย ศรีวิชัย อำนวยการสร้าง แม่เรียงฟิล์ม และบริษัทภาคภูมิใจ จำกัด ผู้ควบคุมงานสร้าง คุณภาคภูมิ วงษ์จินดา คุณกมลวรรณ คณารักษ์สันติ ผู้ช่วยผู้ควบคุมงาน  ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ศาสตราจารย์อภินันท์ โปษยานนท์ และเรื่องโนรา ถ่ายผ่านช่อง 7 สี บทประพันธ์โดย ธม ชาตรี และวรพันธ์ รวี บทโทรทัศน์ จึงทำให้เรื่องราวของโนราแพร่กระจายออกไปในระดับประเทศและต่างประเทศ


ภาพเว็บไซต์โนรา
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


        จากองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ประเภทการแสดงโนราที่มีการรวบรวมสรุปเป็นองค์ความรู้สำคัญของนักวิชาการ อาจารย์ ศิลปินโนราภาคใต้จากสถาบันการศึกษาที่สำคัญ คือ นายพิทยา บุษรารัตน์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันทักษิณคดีศึกษาสงขลา นางสาวเบญวรรณ บัวขวัญ นักวิชาการด้านวัฒนธรรมวิทยาลัยภูมิปัญญาภาคใต้ นายรัชการ วิชชุรังสี นักวิชาการสถาบันทักษิณคดีศึกษา นางอรทัย กำบังภัย หัวหน้าฝ่ายวิชาการ โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิและนายธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินโนราและอาจารย์สาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้รวบรวมทำเสนอข้อมูลโนราผ่านคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จนกระทั่งถึงตัวแทนคณะกรรมการจัดทำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติเสนอผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้รัฐบาลอนุมัติเห็นชอบนำเสนอโนราขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของสหประชาชาติ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจที่ทำให้เห็นองค์ประกอบสำคัญของโนราเพื่อให้คนทั่วโลกเข้าใจศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนราอันมีคุณค่าของไทยนั้น จะต้องตอบคำถามในการกรอกข้อมูลสำคัญและในแต่ละข้อจะกำหนดจำนวนคำไว้อย่างชัดเจนและจะต้องมีภาพจำนวน 10 ภาพ ที่นำเสนอแล้วทุกคนจะเข้าใจศิลปะการแสดงโนราร่วมกันพร้อมกับวีดิทัศน์ที่ศึกษาแล้วสามารถเข้าใจเข้าถึงศิลปะการแสดงโนราได้อย่างชัดเจนดังเอกสารรายละเอียดที่น่าสนใจของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ด้านการแสดงโนรา ดังนี้

       

        3.1.3 เอกสารประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนโนรา

        เอกสารของรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นกำหนดขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ


 A. ประเทศ/องค์กร/หน่วยงาน

 The Kingdom of Thailand

 B. ชื่อเรื่องที่นำเสนอ

  B.1 ชื่อเรื่องในภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส

 “NORA”

  B.2 ชื่อเรื่องในภาษาและตัวเขียนของชุมชนที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

 โนรา

  B.3 ชื่ออื่น ๆ (ถ้ามี)

 มโนราห์, มโนห์รา, ชาตรี, ละครโนห์ราชาตรี


 C. ชื่อชุมชน/คณะ/กลุ่มบุคคลหรือปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง

        โนราเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพื่อการประกอบพิธีกรรมการแสดงเพื่อความบันเทิง และเป็นสื่อพื้นบ้านที่มีบทบาทหน้าที่ต่อชุมชน โดยมีผู้ปฏิบัติ ผู้สืบทอด ผู้ถือครอง/ผู้ปฏิบัติมรดกภูมิปัญญา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม (sectors) ดังนี้

        1. กลุ่มหลักหรือกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราโดยตรงประกอบด้วย ศิลปินโนรา นักแสดง ลูกคู่ นักดนตรี ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแสดงโนรา การประกอบพิธีกรรม (โนราโรงครู) เช่น คนทรงครูหมอโนรา หมอไสยศาสตร์ ช่างทำเครื่องดนตรี ช่างวาดฉากและม่าน ช่างทำเครื่องแต่งกายทำลูกปัด ช่างทำเทริด หน้าพราน และลูกหลานตายายโนราหรือผู้มีเชื้อสายโนรา

        2. กลุ่มสนับสนุนประกอบด้วยนักธุรกิจ นักจัดรายการ ผู้ผลิตสื่อกรรมการชมรมโนราสมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทยในจังหวัดต่าง ๆ กลุ่มเครือข่ายโนราในจังหวัดภาคใต้ ชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน นักวิชาการ เป็นต้น

        3. กลุ่มส่งเสริมประกอบด้วย

        3.1 สถาบันทางศาสนา (วัด)

        3.2 ภาครัฐ (State sector) ประกอบด้วยหน่วยงานทางราชการหลายหน่วยงาน ได้แก่

             1) กระทรวงวัฒนธรรม ประกอบด้วย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมศิลปากร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอ สภาวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมอำเภอ สภาวัฒนธรรมตำบล

             2) กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา วิทยาลัยนาฏศิลป์นครศรีธรรมราช วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง วิทยาลัยอาชีวศึกษาในภาคใต้ วิทยาลัยการอาชีพและวิทยาลัยชุมชนในภาคใต้ โรงเรียนมัธยม โรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนมัธยม โรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้สังกัดองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น โรงเรียนมัธยม โรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และศูนย์การเรียนรู้นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในภาคใต้ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

             3) กระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล

             4) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประกอบด้วย กรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนสํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้


 D. พื้นที่และขอบเขตอาณาบริเวณของเรื่องที่นำเสนอ

        โนราในฐานะที่เป็นสมบัติของสาธารณชน หรือชุมชนที่ไม่จำกัดขอบเขตของพื้นที่ทางภูมิศาสตร์หรือเขตการปกครอง แต่แพร่กระจายไปตามขอบเขตทางสังคมและวัฒนธรรมและพื้นที่ทั่วไปในจังหวัดภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด และพื้นที่บางส่วนในอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีคณะโนราและผู้ที่เกี่ยวข้องเฉพาะเท่าที่รวบรวมได้ จำนวน 387 คณะ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราชมีโนรา 115 คณะ จังหวัดสงขลา 79 คณะ จังหวัดพัทลุง 49 คณะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 38 คณะ จังหวัดตรัง 35 คณะ จังหวัดกระบี่ 17 คณะ จังหวัดนราธิวาส 15 คณะ จังหวัดชุมพร 12 คณะ จังหวัดปัตตานี 9 คณะ จังหวัดสตูล 6 คณะ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 6 คณะ จังหวัดระนอง 3 คณะ จังหวัดยะลา 2 คณะ จังหวัดภูเก็ต 1 คณะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เรียกว่า “บริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” ได้แก่ พื้นที่บางส่วนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง ถือเป็นศูนย์กลางที่มีการปฏิบัติ และการแพร่กระจายสูง ทั้งโนราเพื่อการประกอบพิธีกรรม และการแสดงเพื่อความบันเทิง


 E. บุคคลผู้ทำหน้าที่ติดต่อ

 E.1 บุคคลผู้ได้รับมอบหมาย

คํานําหน้าชื่อ (นาย/นาง/น.ส./อื่นๆ) :  นาง

                                  นามสกุล :  วัฒนวรางกูร

                                         ชื่อ :   พิมพ์รวี

                       สถาบัน/ตำแหน่ง  :  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม/อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

                                       ที่อยู่  :  14 ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310

                     หมายเลขโทรศัพท์  :  06622470013

 E.2 ชื่อบุคคลสำรอง (เฉพาะกรณีที่หลายประเทศเสนอร่วมกัน)

 -


 1. การระบุและนิยามของเรื่องที่นำเสนอ

¨  ธรรมเนียมและการแสดงออกทางมุขปาฐะ รวมทั้งภาษาที่ใช้สื่อในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

Q  ศิลปะการแสดง

Q  การปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม งานเทศกาล

¨  ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล

¨  งานช่างฝีมือดั้งเดิม

¨  อื่น ๆ (.............................................................................)


        โนราเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีองค์ประกอบและวิธีการแสดงแบบผสมผสานที่มีทั้งดนตรี กระบวนรำ กระบวนกลอน การขับร้อง การแสดงเป็นเรื่อง เพื่อการประกอบพิธีกรรมและการแสดงเพื่อความบันเทิง โดยเฉพาะการประกอบพิธีกรรมที่เรียกว่า “โนราโรงครู” เพื่อเซ่นไหว้ครูหมอโนราหรือบรรพบุรุษของโนรา เพื่อทำพิธีแก้บน พิธีครอบเทริดแก่โนรารุ่นใหม่ และทำพิธีอื่น ๆ เช่น การตัดจุก หมายถึงการทำพิธีตัดจุกเด็กเมื่ออายุครบเจ็ดปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เด็กโดยโนราใหญ่เป็นผู้ทำพิธีให้ การเหยียบเสน หมายถึง พิธีกรรมเพื่อรักษาอาการผิดปกติของร่างกายที่เป็นเนื้องอกนูนจากระดับผิวหนังเป็นแผ่นที่เชื่อว่า เป็นการทำเครื่องหมายของครูหมอโนราเพื่อต้องการให้เด็กคนนั้นเป็นผู้สืบทอดโนราหรือร่างทรงครูหมอโนรา เสนจะหายได้ต้องให้หัวหน้าคณะโนราเป็นผู้ทำพิธีในพิธีกรรมโนราโรงครูที่เรียกว่า “พิธีเหยียบเสน” และการรักษาอาการป่วยไข้บางอย่าง โนราจึงเกี่ยวข้องกับความเชื่อ การปลูกฝัง และบ่มเพาะทางศีลธรรมและวัฒนธรรม โดยมีผู้ปฏิบัติและสืบทอด ได้แก่ ศิลปินโนรา คนทรงครูหมอโนรา หมอไสยศาสตร์ ลูกหลานตายาย โนราหรือผู้มีเชื้อสายโนรา รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแสดงโนรา มีการสืบทอดความเป็นโนราทั้งในแบบประเพณี ในสถาบันครอบครัวโดยพ่อแม่ หรือครูโนรา สถาบันศาสนา (วัด) สถาบันชุมชน และสถาบันการศึกษาที่ปฏิบัติมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโดยมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีประวัติและพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อย โดยปรากฏหลักฐานเป็นตำนานทั้งคำบอกเล่า บทกาศครู บทร้องกลอนและหลักฐานเอกสารทั้งส่วนท้องถิ่นส่วนกลางในประเทศไทยและต่างประเทศ

        ผู้ถือครองและปฏิบัติมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราประกอบด้วย ศิลปินโนรา คนทรงครูหมอโนรา หมอไสยศาสตร์ ลูกหลานตายายโนราหรือผู้มีเชื้อสายโนรา รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแสดงโนรา โดยมีศิลปินโนราทำหน้าที่ในการร้อง การรำ เป็นผู้นำในการแสดงและการประกอบพิธีกรรม ที่เรียกว่า โนราโรงครู หมอไสยศาสตร์ทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธีกรรม โดยมีคนทรงครูหมอโนราทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างวิญญาณบรรพบุรุษหรือครูโนรากับลูกหลานตายายโนรา ส่วนนักดนตรี ทำหน้าที่ในการบรรเลงดนตรี ประกอบการแสดง นอกจากนั้นยังมีช่างทำเครื่องดนตรี เครื่องแต่งกายโนรา ที่เป็นองค์ประกอบหลักของศิลปะการแสดงโนรา


        ปัจจุบันการสืบทอดความเป็นโนรามี 4 ลักษณะคือ 1) การสืบทอดในรูปแบบประเพณี โดยพ่อแม่หรือ ครูอาจารย์ผู้เป็นโนราเป็นผู้ฝึกหัดหรือการสืบทอดโดยพ่อแม่นำบุตรหลานไปฝากตัวกับโนราที่ตนชื่นชอบ โดยการมอบตัวเป็นศิษย์และใช้ชีวิตกับครูโนรา คอยรับใช้และช่วยเหลือครูอาจารย์ในการยังชีพ ครูโนราจึงเป็นเสมือนปูชนียบุคคลที่สั่งสอนทั้งวิชาโนราและปลูกฝัง คุณธรรมจริยธรรม ในการใช้ชีวิต 2) การสืบทอดโดยชุมชน ที่เห็นความสำคัญของโนราโดยรวบรวมเยาวชนในหมู่บ้านแล้วให้ผู้เป็นโนราช่วยฝึกหัดที่เรียกว่า “โนราบ้าน” 3) การสืบทอดโดยสถาบันศาสนา (วัด) โดยเจ้าอาวาสเป็นผู้นำและสนับสนุนให้เยาวชนและผู้สนใจมาฝึกหัดรำโนราในวัดโดยมีครูโนราในท้องถิ่นมาเป็นผู้สอน เจ้าอาวาสจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งด้านเครื่องแต่งกาย ดนตรี และนำออกเผยแพร่สู่ชุมชน 4) การสืบทอดในสถาบันการศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ทั้งที่เป็นกลุ่มสนใจ ชมรม วิชาเลือก หลักสูตรท้องถิ่นและพัฒนามาเป็นวิชาเอกโนราในระดับปริญญาตรี จนสามารถสร้างโนราหนุ่มสาวให้กับชุมชน ท้องถิ่น และยึดเป็นอาชีพการแสดงโนรามาจนถึงปัจจุบัน

        โนราเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดกันมาในชุมชนภาคใต้ซึ่งมีหน้าที่ในการประกอบพิธีกรรมและการแสดงเพื่อความบันเทิง การประกอบพิธีกรรมเพื่อบูชา สรรเสริญครูบาอาจารย์และบรรพบุรุษโนราผู้ถ่ายทอดและสืบทอดความเป็นโนราและเชื้อสายโนราทำหน้าที่สื่อสารเพื่อบอกเรื่องราว ข่าวสาร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชนและท้องถิ่นนั้น ๆ สร้างสัมพันธภาพในชุมชนโดยระบบเครือญาติ เครือข่ายในชุมชน ระหว่างชุมชน โดยใช้ความเป็นเชื้อสายโนราเดียวกัน ถ่ายทอดวัฒนธรรมการอบรมคุณธรรมและจริยธรรมการเคารพนับถือผู้มีพระคุณ และบรรพบุรุษ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนในชุมชนผ่านระบบเครือญาติและเชื้อสายโนราส่วนหน้าที่ที่มีต่อกลุ่มคน โนรายังคงปลูกฝังคุณค่าของความรัก ความอบอุ่น และความสัมพันธ์ และการปฏิบัติตนในสังคมโดยเฉพาะการรักษาความเป็นกุลสตรีของผู้หญิงในสังคมภาคใต้ และในระดับปัจเจกชน อีกทั้งยังทำหน้าที่ในการสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างความมั่นคงในจิตใจเพื่อแก้ปัญหาและมีสติในการเผชิญวิกฤติชีวิต การขัดเกลาและพัฒนาบุคลิกภาพ เสริมสร้างปัญญา อารมณ์และความรู้สึกนึกคิด การปลูกฝังค่านิยมในด้านความกตัญญูรู้คุณและสร้างอาชีพ เศรษฐกิจ ให้กับชุมชนกลุ่มคน บุคคล ได้แก่ ศิลปินโนรา ช่างทำเครื่องแต่งกาย ดนตรีและอื่น ๆ นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ในด้านสาธารณประโยชน์ทางสังคมในมิติต่าง ๆ

        โนรามีรากฐานมาจากความเชื่อในทางศาสนา เป็นการผสมผสานระหว่างความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ พุทธศาสนาและความเชื่อเกี่ยวกับผีสาง เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ และวัฒนธรรมอื่น ๆ ในท้องถิ่น ที่มีการระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ การเคารพบูชา ครูบาอาจารย์ และบรรพบุรุษในพิธีโนราโรงครู แต่ในทางปฏิบัติ โนราจะไม่กีดกัน ผู้ที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างไปจากกลุ่มตน ในการเข้าร่วมพิธีกรรม การศึกษาหาความรู้ฝึกหัดรำโนรา และการเข้าชมศิลปะการแสดงมีการปรับธรรมเนียมปฏิบัติให้สอดคล้องกับผู้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยไม่กระทบต่อธรรมเนียมปฏิบัติ โนราไม่มีส่วนใดขัดกับสิทธิมนุษยชน คนทุกเชื้อชาติศาสนา เพศ สามารถเป็นโนราหรือสืบทอดอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่จำกัดระดับการศึกษา ซึ่งปัจจุบันชุมชนผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรามีการส่งเสริมรักษาอย่างกว้างขวางและยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการท่องเที่ยว การสร้างสาธารณประโยชน์ทางสังคมการออกกําลังกาย การสร้างรายได้ให้กับชุมชน กลุ่มคน และบุคคล จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีมาตรการส่งเสริม รักษา สืบทอด และดำรงคุณค่าแบบดั้งเดิมไว้


 2. คุณประโยชน์ของเรื่องที่นำเสนอนี้จะช่วยให้เป็นที่ประจักษ์และตระหนักรู้ ทั้งส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างไร

        การขึ้นบัญชีจารึกมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราเป็นมรดกภูมิปัญญาของมนุษยชาติ จะช่วยสร้างความภาคภูมิใจและความมั่นใจให้กับชาวไทยและชนทุกชาติ ดังนี้

        ในระดับท้องถิ่น จะช่วยให้คนในชุมชนมีความตระหนักรู้ มีความภาคภูมิใจ และมีความมั่นใจในการอนุรักษ์ สืบทอดความเป็นโนรา ช่วยให้เด็ก เยาวชน และผู้มีเชื้อสายโนรา สนใจเข้ามารับการสืบทอดความเป็นโนราในชุมชน จึงเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชน

        ในระดับชาติ ช่วยแสดงให้เห็นถึง เอกลักษณ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชาติไทยที่มีศิลปะการแสดงเป็นศาสตร์และศิลป์ และกระตุ้นให้คนในชาติร่วมกันรักษาและปกป้องโนราไม่ให้สูญหายและปรับเปลี่ยนจนผิดไปจากธรรมเนียมปฏิบัติ

        ในระดับนานาชาติ จะช่วยให้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าและมูลค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ที่มวลมนุษย์ชาติสามารถนำไปใช้ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงระบบคุณธรรมและจริยธรรมที่สอดแทรกอยู่ในเนื้อหาของโนรา


        การขึ้นบัญชีจารึกโนราเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติจะช่วยให้ทั้งผู้เกี่ยวข้องโดยตรงและสังคมวงกว้างตระหนักถึงความสำคัญและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และยังสามารถนำศิลปะการแสดงโนราไปบูรณาการกับศิลปะการแสดงสาขาอื่น ๆ ในระดับชาติและนานาชาติมากขึ้น ทั้งยังทำให้ศิลปะการแสดงโนราตื่นตัว มีการเข้าร่วมศึกษาวิจัยและพัฒนาโนราโดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ทั้งหมดนี้เป็นการกำหนดแนวทาง วิธีการส่งเสริม สนับสนุน รักษา สร้างสรรค์ พัฒนาและการใช้ประโยชน์จากโนราอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนสืบไป

        โนราได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปะชั้นสูง มีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในพื้นที่บริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และท้องถิ่นอื่น ๆ ในภาคใต้ ได้รับการยอมรับจากศาสนิกชนทุกศาสนา หากได้ขึ้นบัญชีจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ก็จะเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ จะกระตุ้นให้ผู้คนในทุกวัฒนธรรมมีส่วนร่วมในการสงวนรักษาและพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ สามารถนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของตนเองมากยิ่งขึ้น เช่น ศิลปะการแสดงโนรานำมาปรับใช้เพื่อการท่องเที่ยว การศึกษา การส่งเสริมดูแลสุขภาพ และปรับใช้ในด้านสาธารณประโยชน์อื่น ๆ เป็นต้น


3. มาตรการสงวนรักษา

        โนราได้รับการส่งเสริมและรักษามาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ในอดีตมีการสืบทอดในรูปแบบประเพณีในสายตระกูลที่ พ่อ แม่ผู้เป็นโนราเป็นผู้สอนหรือนำบุตรหลานไปฝากตัวเป็นศิษย์กับครูโนราที่ตนยกย่องหรือเป็นที่ยอมรับในชุมชน แล้วต่อมามีการส่งเสริมรักษา ผ่านสถาบันศาสนาโดยวัดส่งเสริมให้มีการฝึกหัดโนรา พร้อม ๆ กับที่ชุมชนเห็นความสำคัญ จึงจัดให้มีการเรียนรู้โนราโดยครูโนราที่เรียกว่าโนราบ้าน หลังจากนั้นก็ได้รับการส่งเสริมในสถาบันการศึกษา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 โดยวิทยาลัยครูสงขลา (มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา) โดยเปิดเป็นชมรมส่งเสริมโนราโดยมีท่านขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่มเทวา) เป็นครูผู้สอน หลังจากศิษย์โนราเหล่านั้นจบการศึกษาและไปรับราชการครูในโรงเรียนระดับประถม และมัธยมศึกษา ได้ส่งเสริมให้เยาวชนในโรงเรียนได้ฝึกรำโนรา ต่อมาจึงมีการเปิดสอนโนราในวิทยาลัยนาฏศิลป์นครศรีธรรมราช และวิทยานาฏศิลป์พัทลุง และพัฒนาเป็นหลักสูตรโนราในระดับปริญญาตรี สาขาศิลปะการแสดง วิชาเอกโนรา ในมหาวิทยาลัยท้องถิ่นภาคใต้เมื่อสังคมและวัฒนธรรมเกิดการเปลี่ยนแปลง มีสื่อสมัยใหม่เข้ามา มีบทบาทต่อชุมชน ทำให้โนราและศิลปะการแสดงอื่น ๆ ได้รับความนิยมน้อยลง จึงทำให้กลุ่มศิลปินตระหนักและหาแนวทางเพื่อการดำรงอยู่ ในปี พ.ศ. 2528 ได้ร่วมมือกับนักวิชาการ สถาบันการศึกษา จัดประชุมสัมมนา จัดตั้งเป็นชมรมศิลปินหนังตะลุงและโนรา 14 จังหวัดภาคใต้ แล้วพัฒนามาเป็นสมาพันธ์ศิลปินพื้นบ้านศรีวิชัย เพื่อเป็นเครือข่ายให้ความรู้ สร้างโอกาสและพื้นที่ในการแสดงโดยมีสถาบันการศึกษา องค์กร ภาครัฐและเอกชนในท้องถิ่น เข้ามาสนับสนุน ส่งเสริมเผยแพร่ และพัฒนา ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 ได้มีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทย มีกิจกรรม การฝึกอบรม การประกวด การจัดแข่งขัน การรวมกลุ่มเผยแพร่ ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ เช่น งานมหกรรมโนราปักษ์ใต้ จนทำให้เกิดความตระหนักในคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรากับเยาวชน ชุมชนศิลปินพื้นบ้าน ก่อให้เกิดวิถีพลังของการสืบทอด มีการแพร่กระจายทั่วไปทั้งด้านการประกอบพิธีกรรม และการแสดงเพื่อความบันเทิง อันมีคุณค่า ความหมายต่อวิถีชีวิต จิตวิญญาณ อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ชาวใต้อย่างเข้มข้น

Q  การถ่ายทอดโดยผ่านการศึกษาทั้งในระบบ และนอกระบบ

Q  การระบุการบันทึกข้อมูลและเอกสาร การวิจัย

Q  การคุ้มครอง

Q  การส่งเสริม หรือการทำให้สมบูรณ์ขึ้น

¨  การฟื้นฟู


        ปรากฏหลักฐานเอกสารยืนยันว่าโนราจากภาคใต้เข้ามาแพร่กระจายอยู่ในภาคกลางและกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พ.ศ. 2312 โนรากลายเป็นศิลปะการแสดงที่มีบทบาทในด้านการประกอบพิธีกรรมและการแสดงเพื่อความบันเทิง จนต่อมาได้รับการยกย่องให้เห็นคุณค่าและความสำคัญจากราชสำนัก เช่น สมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้กับโนราคล้าย พรหมเมศ (คล้ายขี้หนอน) จากนครศรีธรรมราชเป็น “หมื่นระบำบันเทิงชาตรี” ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้จัดงานเชิดชูเกียรติศิลปินภาคใต้ ขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่มเทวา) และปี พ.ศ.2530 ให้โนรายก ชูบัว เป็นศิลปินแห่งชาติ (สาขาศิลปะการแสดงโนรา) มาถึงปีพ.ศ.2552 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศให้โนราขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ในปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ได้ส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวกับโนราทั้งด้านหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับต่าง ๆ ในสถาบันการศึกษา รวมถึงการฝึกอบรม การประกวด แข่งขัน สื่อภาพยนตร์ โทรทัศน์ และวิดีทัศน์ที่เกี่ยวกับโนรา รวมทั้งการประกาศยกย่องเกียรติคุณและมอบปริญญากิตติมศักดิ์แก่ศิลปินโนรา อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดหลายประการเนื่องจากรัฐมีนโยบายที่ไม่ชัดเจนและต่อเนื่อง ไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากกำลังคนที่เป็นศิลปินโนราและผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่นอกระบบ นอกจากนั้นยังขาดความเข้าใจกระบวนทัศน์ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับวิถีวัฒนธรรม ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของภูมิปัญญาอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความเป็นมาและระบบคุณค่าดั้งเดิมที่แฝงอยู่ในภูมิปัญญาศิลปะการแสดงโนรา ทำให้การจัดสรรงบประมาณสนับสนุนมีน้อยและไม่มีความต่อเนื่องในนโยบายที่เกี่ยวกับการส่งเสริมโนรา


Q  การถ่ายทอดโดยผ่านการศึกษาทั้งในระบบ และนอกระบบ

Q  การระบุการบันทึกข้อมูลและเอกสาร การวิจัย

Q  การคุ้มครอง

Q  การส่งเสริม หรือการทำให้สมบูรณ์ขึ้น

¨  การฟื้นฟู

ข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการสงวนรักษา

        ประเทศไทยได้เตรียมการและดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา มิให้สูญหาย ผิดเพี้ยน หรือมีการนำไปใช้ในทางที่เสื่อมเสียมาอย่างต่อเนื่องไว้ 6 มาตรการ ดังนี้คือ

        1. มาตรการทางด้านวิชาการ สนับสนุนการจัดการความรู้และการศึกษาวิจัย เพื่ออนุรักษ์ความรู้ที่เป็นมุขปาฐะที่ใกล้สูญหาย จัดระบบองค์ความรู้ และตีความตำนานดั้งเดิม ถอดความรู้จากประสบการณ์ของครูโนรา ศึกษาและพัฒนา จัดประชุมวิชาการประจำปี เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานวิชาการ เพื่อสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราและพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานด้านต่าง ๆ ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติ และระดับนานาชาติ และสร้างระบบสารสนเทศที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวก เพื่อสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราที่ถูกต้องและเชื่อถือได้

        2. มาตรการด้านพัฒนาบุคลากรและกำลังคน เสริมศักยภาพบุคลากรและเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังการกระทำที่ไม่ให้ความเคารพต่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ส่งเสริมและรักษาการให้คุณค่าศิลปินโนรา ครูโนรา ผู้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีและสมควรได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติ ในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ระดับชาติ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ รวมทั้งการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรด้านศิลปะการแสดงโนราในระดับต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐานที่กำหนด อีกทั้งส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่า ในการสร้างสรรค์และสืบสาน สืบทอดความเป็นโนราในท้องถิ่นของตนเอง

        3. มาตรการด้านนโยบาย ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางด้านวัฒนธรรมโนรา ที่ใช้ในการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับโนรา ให้ความสำคัญ การขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ซึ่งต้องอาศัยกลไกลการทำงานและการมีส่วนร่วมจากภาคีต่าง ๆ อย่างแข็งขัน รวมถึงการคุ้มครองสิทธิเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราในระดับชุมชน กลุ่มคน และบุคคล จำเป็นต้องดำเนินการเชิงรุก เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อศิลปินโนรา ครูโนรา ผู้ประกอบพิธีกรรม และผู้ที่เกี่ยวข้องกับโนรา ซึ่งอยู่ในชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้มากขึ้น และกำหนดด้านนโยบายการจัดการเรียนรู้เรื่องมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราโดยตรง ไว้ในหลักสูตรต่าง ๆ ทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ในสถาบันการศึกษาทั้งในระบบนอกระบบ รวมถึงนโยบาย การสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐในระดับท้องถิ่นและระดับชาติในการสงวนรักษา ส่งเสริมสนับสนุนให้โนราคงอยู่สืบไป

        4. มาตรการด้านงบประมาณ ปัจจุบันรัฐส่วนท้องถิ่นและส่วนกลางให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ ศิลปะการแสดงโนราของประเทศมากขึ้น แต่ควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนองค์กร ภาคชุมชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาชีพ ให้มากขึ้น นอกจากนั้น ให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้ จัดตั้งเป็นกองทุน มูลนิธิ ธนาคารโนรา ในการส่งเสริมรักษาสร้างสรรค์และพัฒนากลุ่มศิลปินโนรา และผู้เกี่ยวข้อง

        5. มาตรการด้านกลไกการทำงาน ประเทศไทยมีกลไกในการทำงานเพื่อส่งเสริมและปกป้อง มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับภาค ระดับจังหวัด และระดับชุมชนท้องถิ่น ทั้งที่เป็นกลไกของภาครัฐ และภาคประชาสังคม อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งของกลไกต่าง ๆ เหล่านี้ให้มากขึ้น และสนับสนุนให้มีการประสานความร่วมมือ ระหว่างกลไกต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น การจัดตั้งองค์กร เครือข่าย ทั้งในระดับชุมชน ระดับภาค และระดับประเทศ เพื่อการส่งเสริม สร้างสรรค์ รักษาพัฒนาและการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้มีการดำเนินการอย่างมีเป้าหมายและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

        6. มาตรการด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทย ได้มีการผลิตสื่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ในรูปแบบรายการโทรทัศน์ ผลิตสื่อการสอนในรูปแบบ วีซีดีเผยแพร่ ไปตามศูนย์วัฒนธรรมประจำ อำเภอ จังหวัด ภาค ส่วนสื่อเอกสารมีการเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ในวาระต่าง ๆ ตลอดจนมีการนำศิลปะการแสดงโนรา ไปดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ และล่าสุดได้นำเรื่องราวไปบรรจุไว้ในสื่อสมัยใหม่ อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวยังไม่เป็นระบบและไม่มีทิศทาง จึงควรมีองค์กรที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเข้ามากำหนดมาตรการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ไปในทิศทางเดียวกัน


        ภาครัฐสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ให้เกิดผลในทางปฏิบัติโดยการกระทำดังนี้

        1. สร้างกลไกการประสานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น เพื่อประสานแผนงาน กำกับและติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนภาคส่วนที่ยังไม่เข้มแข็ง

        2. หน่วยงานภาครัฐจะนำเสนอปัญหาอุปสรรคสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราต่อรัฐบาลเพื่อให้มีการตัดสินใจเชิงนโยบายหรือออกกฎหมายที่จำเป็น สำหรับการปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ให้มีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์มากยิ่งขึ้น

        3. กระจายอำนาจในการดำเนินงานเกี่ยวกับการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราให้แก่ หน่วยงานระดับจังหวัด ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล) และองค์กรภาคประชาชน ให้มากขึ้น เพื่อสร้างกลไกการทำงานในระดับท้องถิ่น

        4. สนับสนุนทุนในการศึกษา วิจัยด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาตำรา หลักสูตร คู่มือ ที่เกี่ยวข้องกับโนรา ศึกษาวิจัยสร้างสรรค์ พัฒนา ประยุกต์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรากับศิลปะการแสดงอื่น ๆ ของไทย และศึกษาวิจัยด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา รวมทั้งการสนับสนุนให้มีการแปลเอกสารเป็นภาษาอื่นเพื่อการเผยแพร่ในระดับนานาชาติ เป็นต้น

        5. สนับสนุนการใช้สื่อของรัฐในการสื่อสารสาธารณะเกี่ยวกับการส่งเสริม เผยแพร่ และสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ให้มากยิ่งขึ้น

        6. สร้างและส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราให้มีอยู่ในสถาบันการศึกษา ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษาทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภาค และระดับชาติ

        7. สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมและปกป้องมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะการแสดงระหว่างประเทศ


        การดำเนินการในการวางแผนมาตรการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราได้รับความร่วมมือจากผู้ถือครอง/ผู้ปฏิบัติ ดังนี้ 1) กลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ได้แก่ ศิลปินโนรา ลูกคู่ นักดนตรี ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแสดงโนรา การประกอบพิธีกรรม 2) กลุ่มสนับสนุนได้แก่ นักธุรกิจ นักจัดรายการ ผู้ผลิตสื่อ กรรมการชมรมโนรา สมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทย และกลุ่มเครือข่ายโนรา ชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้านนักวิชาการ 3) กลุ่มส่งเสริม ได้แก่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอ สถาบันการศึกษา วัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล ใน 14 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างกว้างขวาง โดยใช้กระบวนการหลากหลายรูปแบบได้แก่

        1. การประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) กับชุมชนศึกษา ๔ ชุมชน ในจังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดตรังจำนวน 5 ครั้ง ดังนี้ วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 เวทีเสวนาจังหวัดพัทลุง ณ เทศบาลตำบลท่าแค อ.เมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง มีผู้เข้าร่วมประชุมเสวนา จำนวน 23 คน เพศชาย 12 คน เพศหญิง 11 คน วันที่ 4 มิถุนายน 2559 เวทีเสวนาจังหวัดสงขลา ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีผู้เข้าร่วมประชุมเสวนา จำนวน 25 คน เพศชาย 14 คน เพศหญิง 11 คน วันที่ 11 มิถุนายน 2559 เวทีเสวนาจังหวัดตรัง ณ ศูนย์การเรียนรู้มโนราห์บ้านโคกสะบ้า ต.นาโยงเหนือ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง มีผู้เข้าร่วมประชุมเสวนา จำนวน 20 คน เพศชาย 10 คน เพศหญิง 10 คน วันที่ 25 มิถุนายน 2559 ณ หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้เข้าร่วมประชุมเสวนา จำนวน 25 คน เพศชาย 11 คน เพศหญิง 14 คน วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 ณ วัดยางงาม ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง มีผู้เข้าร่วมประชุมเสวนา จำนวน 18 คน เพศชาย 11 คน เพศหญิง 7 คน ซึ่งการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมทั้ง 4 ชุมชน ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยศิลปินโนรา ผู้เกี่ยวข้องกับโนรา นักวิชาการ ตัวแทนภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และผู้สนใจทั่วไป รวมทั้งสิ้น จำนวน 111 คน แยกเป็นเพศชาย จำนวน 61 คน เพศหญิง จำนวน 50 คน การประชุมให้ทุกคนได้ซักถามถึงผลดีผลเสียอย่างเต็มที่ จากนั้นให้แสดงมติเห็นชอบหรือแย้ง และรับฟังมาตรการปกป้องคุ้มครองและส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา

        2. การสัมภาษณ์เชิงลึก ศิลปินโนราและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโนรา รวมทั้งการตอบแบบสอบถามถึงมีโครงสร้างของตัวแทนสมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทยจำนวน 21 คน

        3. การส่งแบบสอบถามความคิดเห็นความเห็นชอบไปยังชมรม สมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทยและประชาชนทั่วไปทางไปรษณีย์ จำนวน 410 ฉบับ

        4. ประชุมเพื่อพิจารณาเห็นชอบการสนับสนุน และการให้ความยินยอมการนำโนรา จารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่โนรา จากตัวแทนชุมชนศึกษา ชมรมโนรา หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น และสมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทยที่จะต้องส่งเสริม รักษาสร้างสรรค์และพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมใบยินยอมทั้งสิ้นจำนวน 570 ฉบับ เป็นใบยินยอมจาก ผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาโนรา จำนวน 440 ฉบับ จากองค์กรที่เกี่ยวข้องกับโนรา 120 ฉบับ จากหน่วยงานภาครัฐจำนวน 10 ฉบับ

        5. การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ จัดนิทรรศการ ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเสนอจารึกมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราเพื่อนำเสนอต่อองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติต่อไปและให้ความยินยอมและเห็นชอบ ซึ่งการเข้าร่วมดังกล่าวทําให้ภาคีเครือข่ายได้มีส่วนร่วมในการแผน ร่วมคิดร่วมทำ และร่วมรับผลประโยชน์ โดยแผนงานและมาตรการต่าง ๆ ตัวแทนชุมชนเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจะได้นำไปปฏิบัติและบริหารจัดการเพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนให้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ได้รับการส่งเสริมและสงวนรักษาสืบไป

ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสงวนรักษา

                ชื่อของฝ่ายดำเนินการ: กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

ชื่อและตำแหน่งของบุคคลที่ติดต่อ: นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร/อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

                                      ที่อยู่: 14 ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง

                    หมายเลขโทรศัพท์: 6622470013 ต่อ 12221312

                                     อีเมล์:

                              ข้อมูลอื่น ๆ: 1) นายสมปอง ภักดีกิจ นายกสมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทย,

                                                   ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะวิทยาหมู่ 5

                                                   ต.อินคีรี อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

                                               2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์

                                                   คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ

                                                   กระทรวงศึกษาธิการ

                                                   นายทีปวิท พงษ์ไพบูลย์

                                                   คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ กระทรวงศึกษาธิการ

                                               3) นายคมสันต์ นิลยองตระกูล ผู้อำนวยการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง

                                               4) นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง

                                                   นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

                                                   นายมาโนช เสนพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช


 4. การมีส่วนร่วมของชุมชน รวมทั้งความเห็นชอบและความยินยอมพร้อมใจในทุกขั้นตอนของการนำเสนอ

การมีส่วนร่วมของชุมชน กลุ่มคน และปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนของการนำเสนอ

        ก่อนปี พ.ศ. 2552 เรื่องโนราได้รับการส่งเสริม รักษา โดย ศิลปินโนรา นักแสดง ลูกคู่ นักดนตรี นักร้องประจำวง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแสดงโนรา การประกอบพิธีกรรม (โนราโรงครู) เช่น คนทรงครูหมอโนรา หมอไสยศาสตร์ ช่างทำเครื่องดนตรี ช่างวาดฉากและม่าน ช่างทำเครื่องแต่งกายทำลูกปัด ช่างทำเทริด หน้าพราน และลูกหลานตายายโนราผู้มีเชื้อสายโนรากลุ่มสนับสนุน ได้แก่ นักจัดรายการ ผู้ผลิตสื่อกรรมการชมรมโนรา กลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับโนราในจังหวัดภาคใต้ ชาวบ้าน วัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดและตำบล เทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล ซึ่งชุมชนผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาในภาคใต้ได้มีการประชุม สัมมนาในทางวิชาการ มีการศึกษา วิจัยเรื่องโนราและนำออกเผยแพร่ จนกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดต่าง ๆ ได้เสนอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในจังหวัดของตนเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โนราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ในปี พ.ศ. 2552 ในช่วงปี พ.ศ. 2553 – 2554 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ผลักดัน “เรื่องโนรา” เสนอขอขึ้นบัญชีจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย์ชาติ

        ในปี พ.ศ. 2559 กลุ่มนักวิชาการและชุมชนผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา และองค์กรส่วนท้องถิ่นทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนการพัฒนาโนราทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นในภาคใต้ ได้เริ่มกระบวนการนำเสนอโนราเพื่อขึ้นบัญชีจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ โดยเริ่มทบทวนและรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ เช่น ประวัติความเป็นมา ตำนานโนรา การอนุรักษ์ ฟื้นฟู การส่งเสริม และการจัดการความรู้ให้เป็นระบบลำดับพัฒนาการด้านต่าง ๆ รวมทั้งประโยชน์และคุณค่าของโนราในสังคมภาคใต้ เป็นต้น และได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคชุมชน ผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา องค์กรภาคเอกชน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยการจัดประชุมพูดคุยทั้งแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ในกระบวนการเหล่านี้บุคคลและกลุ่มองค์กรต่าง ๆ มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกระตือรือร้น ทั้งโดยวาจาและลายลักษณ์อักษร ซึ่งในการจัดประชุมรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง มีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมทั้งสิ้น 111 คน ทั้งชายหญิง ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ และอิสลาม ที่เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา เจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ นักจัดรายการ ผู้ผลิตสื่อ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจศิลปะการแสดงโนราทั้งหมด มีความเห็นร่วมกันที่จะปกป้องรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราและเห็นชอบนำเสนอขอขึ้นบัญชีจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

        ในวันที่ 18 - 21 พฤษภาคม 2559 จัดเวทีและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการขับเคลื่อนมรดกภูมิปัญญาโนราสู่มรดกโลก ที่วัดท่าแค จังหวัดพัทลุง ที่เป็นศูนย์รวมพิธีกรรมเพื่อเซ่นไหว้ และแก้บนครูหมอโนราในภาคใต้ มีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมทั้งสิ้น 300 กว่าคน เพื่อประชาสัมพันธ์ รับฟังบทบาทหน้าที่ ขอความคิดเห็น การสร้างสรรค์วางแนวคิด และแนวทางทีเกี่ยวข้องกับโนราเพื่อขึ้นบัญชีจารึก การให้ความรู้เกี่ยวกับการจารึกมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ซึ่งที่ประชุมและชุมชนมีความเห็นชอบให้นำโนราแสนอขอขึ้นบัญชีจารึก

        ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 จัดกิจกรรมฟื้นฟูและส่งเสริมโนราแบบโบราณ และเวทีเสวนากลุ่มเครือข่ายผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราในพื้นที่รอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ที่วัดยางงาม จังหวัดพัทลุงมีผู้เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยน 18 คน นักเรียน เยาวชน และประชาชน ชมการสาธิตแสดงโนราแบบโบราณ 200 กว่าคน ทั้งหมดมีความเห็นร่วมกันที่จะส่งเสริมและปกป้องภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราและเสนอขอขึ้นบัญชีจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

        ในวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2559 ร่วมจัดกิจกรรมฟื้นฟู ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เพื่อเสนอโนราเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติโดยจัดกิจกรรมนิทรรศการมีชีวิตให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ และให้แสดงความคิดเห็น และความเห็นชอบในการนำโนราขึ้นบัญชีจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมของมนุษยชาติในงานมหกรรมโนราปักษ์ใต้ ณ สนามหน้าเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีผู้แทนกรมส่งเสริมวัฒนธรรม หัวหน้าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการในจังหวัดนครศรีธรรมราช นักวิชาการ ศิลปินโนรา เยาวชน ตัวแทนสมาคมโนราจังหวัดต่าง ๆ ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้และบางส่วนจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ จำนวนประมาณ 300 - 500 คน ซึ่งทั้งหมดมีความเห็นร่วมกันในการส่งเสริมและปกป้องภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราและเสนอขอขึ้นบัญชีจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติและในวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนการส่งเสริม รักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และร่วมกำหนดมาตรการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราไปสู่มาตรการคุ้มครองและส่งเสริม ณ โรงแรมหรรษา เจบี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีประธานสภาวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัด ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมวัฒนธรรม และนักวิชาการวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานองค์กรท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องทางด้านวัฒนธรรมทุกจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 60 คน เพื่อทบทวนสถานภาพ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และกำหนดมาตรการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ซึ่งทั้งหมดเห็นด้วยที่จะปกป้องและส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ได้กำหนดมาตรการสงวนรักษา และเห็นชอบสนับสนุน

        กล่าวโดยสรุปจากกิจกรรมทั้งหมดมีผู้เห็นชอบและสนับสนุน แบ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ 10% กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาโนราโดยตรง 12% กลุ่มสนับสนุน 6% ประชาชนทั่วไปและผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา 52% เยาวชน 18% นอกจากนี้ยังเปิดให้ประชาชนทั่วไป และผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นโดยผ่านแบบสำรวจความคิดเห็น และผ่านอินเตอร์เน็ท รวมทั้งการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและองค์กรทางวัฒนธรรม เช่น กลุ่มศาสตร์แห่งครูหมอโนราสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 ช่อง NOW ทีวี (ช่อง 26) ได้จัดทำสารคดีและข่าวสารเรื่องโนราและโนราโรงครู เพื่อนำเสนอโนราเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษชาติออกเผยแพร่จนเป็นที่รับรู้โดยทั่วไป

 ความเห็นชอบและความยินยอมพร้อมใจในการนำเสนอ

        กระบวนการลงนามใบยินยอม ได้ดำเนินการ ใน 5 ลักษณะ 1) การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research-PAR) การปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) โดยให้ชุมชนเจ้าของมรดกภูมิปัญญามีส่วนร่วมในการดำเนินการเพื่อให้มองเห็นคุณค่าและความสำคัญ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมตัดสินใจ และร่วมบริหารจัดการเพื่อให้โนราได้รับการส่งเสริมและรักษาอย่างยั่งยืนและเพื่อผลของคุณค่าและมูลค่าที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน 2) การประชุมผู้รู้/ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Focus group) การให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานมิใช่เป็นเพียงการให้ชุมชนมีบทบาทเป็นผู้ให้ข้อมูลในการวิจัยเท่านั้น แต่ต้องตระหนักว่าชุมชนจะต้องเป็นแกนนำหลักของระบวนการวิจัยทั้งหมด เพื่อให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน โนรามีความยั่งยืน มั่นคง ได้จัดประชุมปรึกษาเพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโนราการประชุมระดมความคิดเห็นของคนในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับโนราเรื่องการเสนอโนราจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 3) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) โดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา จำนวน 20 คน 4) การตอบแบบสอบถามแบบกึ่งมีโครงสร้าง (Semi - Structure Questionnaire) ได้ดำเนินการแจกแบบสอบแบบกึ่งมีโครงสร้างให้กับคณะโนราและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโนราตอบแบบสอบในการจัดกิจกรรมมหกรรมโนราภาคใต้ ในระหว่างวันที่ 29 - 31 กรกฎาคม 2559 ณ สนามหน้าเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีคณะโนราในทุกจังหวัดของภาคใต้และส่วนหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จนถึงจังหวัดนราธิวาสและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโนราทั้งส่วนที่เป็นผู้ชม คนทำเครื่องดนตรี ทำเครื่องแต่งกายโนรา ผู้สนใจศิลปะการแสดงโนราได้เข้าร่วมกิจกรรมการให้ความยินยอมตามแบบฟอร์มที่กําหนดไว้ เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการเสวนาส่วนดีและส่วนไม่ดีของการนำเอามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนราไปขึ้นบัญชีจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ในการดำเนินงานครั้งนี้ได้รับใบยินยอมทั้งสิ้นจํานวน 570 ฉบับ เป็นใบยินยอมจาก ผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาโนรา จำนวน 440 ฉบับ จากองค์กรที่เกี่ยวข้องกับโนรา 120 ฉบับ จากหน่วยงานภาครัฐจำนวน 10 ฉบับ จากการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและจากการส่งแบบสำรวจผ่านไปรษณีย์ จำนวน 410 ฉบับ ประกอบด้วย 1) สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กระทรวงวัฒนธรรม 2) กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุงและวิทยาลัยชุมชนในภาคใต้ โรงเรียนมัธยม โรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนมัธยม โรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ สังกัดองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น โรงเรียนมัธยม โรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนและศูนย์การเรียนรู้นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในภาคใต้ 3) กระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล 4) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประกอบด้วย กรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้

 การตระหนักถึงธรรมเนียมปฏิบัติในการเข้าถึงเรื่องที่มานำเสนอ

        โนราเป็นภูมิปัญญาที่มีการปฏิบัติอย่างกว้างขวาง เป็นของสาธารณะ ทุกคนสามารถเข้าถึงหรือเรียนรู้ได้ ไม่กีดกันทางด้านศาสนา ชาติพันธุ์ เพศ การศึกษา สภาพร่างกาย ฯลฯ ตรงกันข้ามความเป็นโนราและการประกอบพิธีกรรมโนรา (โนราโรงครู) ทั้งโนรา ผู้มีเชื้อสายโนรา ลูกหลานตายายโนราและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าฝึกเป็นโนราและร่วมพิธีกรรมได้ โดยต้องรับอนุญาต หรือได้รับความยินยอมจากหัวหน้าคณะโนราหรือผู้นำในการประกอบพิธีกรรมได้อีกด้วย

องค์กรชุมชนหรือตัวแทนที่เกี่ยวข้อง

        รายชื่อตามด้านล่างนี้เป็นเพียงตัวแทนส่วนหนึ่งของผู้ที่เห็นชอบในการเสนอมรดกภูมิปัญญาโนราเพื่อขอขึ้นบัญชีจารึกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

        1. สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช ถ.ศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช โทร. 075-5356144

        2. สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพัทลุง ศาลากลางจังหวัดพัทลุง ชั้น 4 ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง รหัสไปรษณีย์ 93000

        3. สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดตรัง ศาลากลาง จังหวัดตรัง อำเภอเมือง โทร.075-218211

        4. สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสงขลา ศาลากลางจังหวัดสงขลา ชั้น 4 ถนนราชดำเนิน ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000 โทร. 075-311747

        5. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช อาคารสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000 โทร. 075-310057

        6. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตรังศาลากลางจังหวัดตรัง (หลังใหม่) ชั้น 1 ถนนพัทลุง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง โทร. 075-217585 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถนนราเมศวร์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง 93000 โทรศัพท์: 075-617958 โทรสาร: 0756177959

        7. มหาวิทยาลัยทักษิณ อ.เมือง จ.สงขลา 90000

        8. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 222 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160 โทร. 07567300

        9. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 15 ถ.กาญจนวณิชย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทรศัพท์ 075282000 โทรสาร 075558941

        10. มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 160 หมู่ 4 ถนนกาญจนวนิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90000 โทรศัพท์ 075260200-4 โทรสาร 074-260230 E-MAIL : pr@skru.ac.th

        11. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 272 ถ. สุราษฎร์-นาสาร ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84100 โทรศัพท์ : 077-91333 โทรสาร : 077-912248 อีเมล์ : info@sru.ac.th

        12. มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 21 ม.6 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 Tel. : 076-211969 Fax : 076-21177

        13. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 1 ม. 4 ต.ท่างิ้ว อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช 80280 โทร. 075-392040 แฟ็กซ์. 075-377440

        14. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 122 ถ.เทศบาล 3 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา 95000 โทรศัพท์ 073-299699 โทรสาร 073-299610

        15. วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช 130 หมู่ 11 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000

        16. วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง 150 หมู่ที่ 1 ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

        17. โรงเรียนมหาวิชราวุธสงขลา ต. บ่อยาง อ. เมือง จ. สงขลา 90000 โทร. 075-311006 e-mail : mvskschool@gmail.com

        18. โรงเรียนวรนารีเฉลิม ต.บ่อยาง อ. เมือง จ. สงขลา 90000 โทร.075-314415

        19. โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก ถ.ริมทางรถไฟ ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา 90000 โทรศัพท์ 075-321601 โทรสาร 075-316142 อีเมลล์ : ts5school@hotmail.com

        20. โรงเรียนแจ้งวิทยา 4 ถนนรามวิถี ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 โทร. 075-323854

        21. โรงเรียนบ้านเขาแก้วหมู่ที่ 2 ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000 โทร.075-448163

        22. โรงเรียนวัดโคกสมานคุณ ถ.รัตนอุทิศ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90110 โทรศัพท์ 075-244-378 โทรสาร 075-358414

        23. โรงเรียนปากจ่าวิทยา 75 ม. 5 ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา 90220 เบอร์โทรศัพท์ 075-241152

        24. โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์ 299 ถนนกาญจนวณิช ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา โทรศัพท์ : 075-411070 โทรสาร : 074411366 อีเมล์ : khanchai90@gmail.com

        25. โรงเรียนนวมินราชูทิศทักษิณ 431 หมู่ที่ 2 ถนนสงขลา – ระโนด ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 90110

        26. โรงเรียนเทศบาล 1 (ถนนนครนอก) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครสงขลา ถนนนครนอก ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โทรศัพท์ : 074-311517 โทรสาร :074-3155666 E-mail: ts1.nakhonnok@gmail.com, ts1_nakhonok@hotmail.com

        27. โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก ถ.ริมทางรถไฟ ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา 90000 โทรศัพท์ 074-321601 โทรสาร 074-316142 อีเมลล์ : ts5_school@hotmail.com

        28. โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ 45 ซอย 1 ถ.เทศบาล 31 ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90230 โทร. 074-536557

        29. ศูนย์ฝึกโนราวัดน้ำกระจาย อำเภอเมือง นายพงศ์พันธุ์ ทินนิมิตร วัดน้ำกระจาย ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา 90110 โทรศัพท์ 086-9611958

        30. ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย บ้านวัฒนธรรม "โนรา" อำเภอเมือง นางสาวสุภาพร แก้วปาน สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา 90000 โทรศัพท์ 074-336946

        31. ศูนย์โนราอำเภอกระแสสินธุ์นายนิติชัย สุกแดง 3/7 ม.3 ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270 โทรศัพท์ 081-7674552

        32. ศูนย์การเรียนรู้ศิลปินพื้นบ้านโนรา กลุ่มที่ 1 อำเภอสทิงพระ นางไทรประพร แก้วชะนะ 106/1 ม.5 ต.คูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา 90190 โทรศัพท์ 084-0232422, 081-5985565

        33. ศูนย์การเรียนรู้ศิลปินพื้นบ้านโนรา กลุ่มที่ 2 อำเภอสทิงพระ นายบุญเรือง สุขแดง 45/1 ม.2 ต.คลองรี อ.สทิงพระ จ.สงขลา 90190 โทรศัพท์ 081-5985565

        34. ศูนย์ส่งเสริมโนราบ้านโนราสุวิทย์ อำเภอสทิงพระ นางถวิล เพชรโรจน์ 35/1 ม.3 ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา 90190 โทรศัพท์ 081-0970935, 089-7362914

        35. ศูนย์ฝึกมโนรา โรงเรียนวัดสถิตย์ชลธาร อำเภอสิงหนคร นางพรรณีอองสิน โรงเรียนวัดสถิตย์ชลธาร อ.สิงหนคร จ.สงขลา 90280 โทรศัพท์ 086-9689397, 074-467690

        36. ศูนย์ฝึกมโนราพาฝัน อำเภอควนเนียง นางจรัสศรี กิติลาโภ 18/1 ม.4 ต.ควนโส อ.ควนเนียง จ.สงขลา 90220 โทรศัพท์ 086-6953423, 074-386413

        37. ศูนย์ฝึกโนราสภาวัฒนธรรมท้องถิ่น อำเภอควนเนียง นายชิต ไชยพูน ที่ตั้งอนามัยบ้านเกาะใหญ่ ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา 90220 โทรศัพท์ 086-598219

        38. ศูนย์อนุรักษ์หนังตะลุงควนเนียง อำเภอควนเนียง นายอ้อน จันทภาโส 708/4 ม.2 ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา 90220 โทรศัพท์ 081-7670113

        39. ศูนย์ฝึกมโนราห์ประจวบศิลป์ อำเภอบางกล่ำ นางสาวอารมณ์ สุขชาญ 97/1 ม.1 ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา 90110 โทรศัพท์ 086-2888323

        40. ศูนย์ฝึกโนรา อำเภอรัตภูมิ นายสุรชัย เหล่าสิงห์ 4/3 ม.1 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา 90180

        41. ศูนย์ฝึกโนราวัดคลองแห อำเภอหาดใหญ่ นางวรรณิดา หนูเซ่ง วัดคลองแห ม.4 เทศบาลคลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทรศัพท์ 089-1987716

        42. ศูนย์เทพชุมนุม อำเภอหาดใหญ่ นายสุรศิษฎ์ มุสิกะไชย 26 ถ.บานบุรี 2 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90250 โทรศัพท์ 074-438106

        43. ศูนย์ฝึกมโนราห์บ้านนาทองสุก อำเภอนาหม่อม นายดวง แก้วทอง 31 ม.4 ต.ทุ่งขมิ้น อ.นาหม่อม จ.สงขลา 90310 โทรศัพท์ 081-0925640

        44. ศูนย์ศิลปท้องถิ่นศิลปินพื้นบ้าน อำเภอนาหม่อม นายพิเชษฐ์ เนาวรัตน์ 62/1 ม.2 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา 90310 โทรศัพท์ 089-9784472

        45. ศูนย์ฝึกศิลปินพื้นบ้านสหพันธ์ จังหวัดสงขลา อำเภอคลองหอยโข่ง นายแคล้ว โชคผ่อง 39 ม.3 ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา 90230 โทรศัพท์ 081-7679912

        46. ศูนย์ฝึกโนราสภาวัฒนธรรม อำเภอคลองหอยโข่ง นายเดชา สุคนธรัตน์ 26/1 ม.6 ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา 90230 โทรศัพท์ 081-7980981

        47. ศูนย์เรียนรู้มโนราห์ อำเภอจะนะ นายเปลื้อง ฉันเนียม 18 ม.10 ต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา 90130 โทรศัพท์ 086-2905439

        48. พระครูปลัดสมพร ฐานธมฺโม เจ้าอาวาสวัดคลองแห ต.คลองแห อ. หาดใหญ่ จ.สงขลา โทรศัพท์ 074-536557

        49. ศูนย์เรียนรู้การแสดงมโนราห์ประจำตำบลโคกสะบ้า นางราตรี หัสชัย ตำบลโคกสะบ้า อ.นาโยง จ.ตรัง

        50. นางสายทิพย์ เครือแก้ว มโนราห์สายทิพย์ 211 หมู่ที่ 5 ตำบลโคกทราย อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง 90170 อีเมล: cddpattalung@chaiyo.com


 5. การขึ้นทะเบียนเรื่องที่นำเสนออยู่ในบัญชีมรดกฯ
 บัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม Department of Cultural Promotion, Ministry of Culture

        นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี จนถึงปี พ.ศ. 2558 มีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ประกาศขึ้นทะเบียน รวมทั้งสิ้น 318 รายการ โดยวิธีการประกาศขึ้นทะเบียนแต่ละปีนั้น มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแต่ละสาขา (Domain) ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มาประชุมพิจารณาหลักฐานเอกสารของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแต่ละเรื่องที่มีการสำรวจและรวบรวมข้อมูลตามสถานภาพล่าสุด ซึ่งองค์กร หน่วยงาน ชุมชน หรือสถาบันการศึกษาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จัดทำและส่งเข้ามา ข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนแล้วจะถูกทบทวนและปรับปรุงผ่านการศึกษาวิจัยโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน (participatory action research) ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเป็นผู้สนับสนุนงบประประมาณทุกปี ต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 กำหนดให้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่กระทรวงวัฒนธรรมประกาศขึ้นทะเบียนทั้ง 318 รายการ ถูกนำมาขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กำหนดให้ คณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประจำจังหวัด และคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร (รวมทั้งหมด 77 จังหวัด) ดำเนินการร่วมกับชุมชนในการตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลทุก 3 ปี และแจ้งให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ปรับปรุงบัญชีให้เป็นสถานภาพล่าสุด

        "โนรา" ได้ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โดยกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2557 และบรรจุอยู่ในบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

(พิทยา บุษรารัตน์และคณะ, 2552 : 18 - 32)


        นอกจากตัวอย่างของการจัดทำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเสนอต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientificand Cultural Organization : UNESCO) จะมีภาพที่สำคัญซึ่งได้รับการพิจารณาและคัดเลือกจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของการจัดทำข้อมูลเสนอยูเนสโกของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมประกอบด้วยภาพจำนาน 10 ภาพ ดังต่อไปนี้

        3.1.4 รูปภาพประกอบการพิจารณา

        ภาพที่ 1 การทำพิธีครอบครู


"Phuk Pha Khrop Serd" or the crowning initiation ceremony during the "Nora Rong Khru Ceremony" at Thaksin University in Khao Rup Chang Sub-district, Songkhla Province, is performed to acknowledge individuals as complete Nora artists.
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562.


        ภาพที่ 2 พิธีกรรมโนราโรงครู


Nora master invocates sacred verse while sharpens the 7 spears before killing the crocodile called “Chalawan”. It is Nora ritual derived from a scene in a folk tale “Kri Thong”, performed by Nora Term at Khok Samankhun Temple, Songkhla Province
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. 2562.


        ภาพที่ 3 ศิลปะการรำโนรา


Ram Tham Bot” is an advanced level of Nora art. Senior Nora performer, Khaem Praditsin, demonstrates the movement of “Bot Phan Na” at Amphoe Nuea Khlong, Krabi Province.
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. 2562.


        ภาพที่ 4 เครื่องแต่งกายโนรา


Full Nora costume, known as "Khrueang Ton" demonstrated by Nora Master Thummanit Nikomrat.
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562


        ภาพที่ 5 การร้อยลูกปัดชุดโนรา


Craftsperson concentrates on making Nora costume by stringing colorful beads in the famous three-to-three pattern which produces strong and splendid beaded costumes with distinct patterns.
ที่มา : 1: กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562


        ภาพที่ 6 กลุ่มเยาวชนโนรา


Nora performers from fourteen southern provinces perform "Ram Nora Bot Prathom" with the movement "Pra Chan Song Klot" at Nora Southern Festival, in Nakhon Si Thammarat. This performance shows the robust and flexibility of bodies reflecting from their hard practices.
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562


        ภาพที่ 7 ศิลปะการรำประกอบดนตรี


Five musicians play Nora instruments; from left to right; "pi" (Southern Thai oboe), "mong" (gongs) and "ching" (small cymbals) which played by one person, "klong" (drum), "thap" (twin drums), and "trae" (wooden clapper). They are vital components to the tradition.
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562



        ภาพที่ 8 เครื่องดนตรีโนรา


Four musicians play 5 pieces of Nora instruments; from left to right; “thap (twin drums), “klong” (drum), “mong” (gongs) and “ching” (small cymbals) which played by one person and “pi” (Southern Thai oboe).
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562



        ภาพที่ 9 การถ่ายทอดการแสดงโนรา


Nora Master Thummanit Nikomrat teaches dance movement “Yok Sung Samoe Na to students from Maha Wachirawut at the Institute for Southern Thai Studies, Thaksin University.
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562


        ภาพที่ 10 การสืบทอดและอนุรักษ์การแสดงโนรา


Nora Master Thummanit Nikomrat teaches Nora dance movement called “Phleng Kho to twenty youths from Tanot Duan Subdistrict Administrative Organization, Khuan Khanun, Phatthalung Province.
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2562


        3.1.5 การประกาศและงานฉลองมรดกภูมิปัญญาของมนุษยชาติ

        จากมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมการแสดงโนราของภาคใต้ที่มีการเผยแพร่กระจายองค์ความรู้เข้าสู่ชุมชนอย่างหนาแน่นเกิดการยอมรับและนำไปปฏิบัติใช้ในวิถีชีวิตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน จนทำให้ทั่วโลกยอมรับในความมีคุณค่าของศิลปะการแสดงโนราที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลไทย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2562 ได้เห็นชอบเอกสารนำเสนอโนราขึ้นบัญชีเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization : UNESCO) โดยขณะนี้ UNESCO ได้พิจารณารายการโนราผ่านเกณฑ์และเตรียมเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลตามภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 ของ UNESCO ในการประชุมครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 13 – 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส และคาดว่าจะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564 จึงแสดงให้เห็นว่า ศิลปะการแสดงพื้นบ้านประเภทโนราภาคใต้ของประเทศไทย มีคุณค่าแก่มวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง ซึ่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของศิลปะการแสดงโนรานี้ได้จัดกิจกรรมเป็นวันประกาศขึ้นทะเบียนขององค์การยูเนสโกโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีรายละเอียดสำคัญจากภาพกิจกรรมดังต่อไปนี้

        วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564 เวลาประมาณ 17.00 น. ของประเทศไทยจะตรงกับเวลาในการประชุมเพื่อนำเสนอข้อมูลโนราในการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญา ซึ่งเป็นการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สำหรับกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มีการเข้าร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุมสำนักงาน โดยมีคุณพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรมพร้อมด้วยผู้บริหารเข้าร่วมฟังการนำเสนอข้อมูล โดยคุณชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมพร้อมด้วยการนำเสนอวิดีทัศน์เป็นเวลา 2 นาที ซึ่งประธาน ผู้บริหารขององค์การวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติได้ฟังนำเสนอครบตามหลักการและเห็นความสำคัญ จึงมีมติให้โนราขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นที่ยินดีและภาคภูมิใจของคนไทยภาคใต้และคนไทยทั่วประเทศ

 

 

การถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสในการประชุมเพื่อนำเสนอข้อมูลโนราในการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญา
ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2564.


        วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้มีการจัดงานแถลงข่าวให้กับสื่อมวลชนต่าง ๆ เพื่อประกาศยกย่องศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนราให้ชาวไทยทั้งประเทศได้ร่วมภาคภูมิใจพร้อมกับได้ทราบแนวทางการปฏิบัติต่อศิลปะการแสดงพื้นบ้านโนรา ซึ่ง นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เดินทางมาเป็นตัวแทนคณะรัฐบาลในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนพร้อมกับผู้บริหารและผู้ขับเคลื่อนศิลปะการแสดงโนราสู่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวนั้นจะมีกำหนดการและตารางกิจกรรมดังนี้



 

กำหนดการ

งานฉลองโนรา มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564 เวลา 13.00 น.

ณ ลานกลางแจ้ง ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม


                เวลา 12.30 น.        - แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงานเวลา

                12.30 - 12.50 น.    - การแสดงรำโนราตัวอ่อน โดย โนรารุ่งทิพย์ บุญญา จากจังหวัดนครศรีธรรมราช

                                           - การแสดงรำโนราตัวอ่อน โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน

                เวลา 13.00 น.        - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นายอิทธิพล คุณปลื้ม) ประธานในพิธีเดินทางถึงบริเวณงาน

                เวลา 13.10 น.        - พิธีกรกล่าวต้อนรับ

                                           - ชมวีดิทัศน์ การเสนอโนราเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ต่อ UNESCO

                                           - ชมการแสดงชุด ขับบานตระการตา ซัดท่าโนราสู่สากล รวมศิลปินโนราครูและศิษย์

                                           - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นายอิทธิพล คุณปลื้ม) กล่าวถึง

                                             การเสนอโนราเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ

                                             มนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก และกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภายหลัง

                                             จากการประกาศขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกในภาพรวมของกระทรวงวัฒนธรรม

                                           - ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร (พระครูวิศาลธรรมโรจ) กล่าวถึง

                                             การเผยแพร่และถ่ายทอดโนรา ผ่านโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย

                                             มโนราห์ศิลปวัฒนธรรมจิตวิญาณของชาวใต้ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา

                                              วันอาทิตย์ วัดราชาธิวาสวิหาร

                                           - นายกสหพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทย (นายสมปอง ภักดีกิจ) กล่าวถึง

                                             ความรู้สึกภายหลังจากการประกาศขึ้นทะเบียนโนราจากองค์การยูเนสโก

                                             และแนวทางการขับเคลื่อนมรดกภูมิปัญญาโนรา

                                           - ประธานในพิธี ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และแขกผู้มีเกียรติ ถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน

                เวลา 14.00 น.        - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชมนิทรรศการและการสาธิต คุณค่าความสำคัญ

                                             และองค์ประกอบของโนรา (พิธีกรรม เครื่องแต่งกาย ดนตรีและท่ารำ)

                                           - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

                                           - เสร็จพิธี


        1. การประกาศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม


นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ประกาศโนราขึ้นทะเบียนมรกดภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
ขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประจำปี พ.ศ. 2564
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2564


        2. การจัดนิทรรศการวัฒนธรรมการแสดงโนรา

  

  

ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2564.


        3. การแสดงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมการแสดงโนรา

        การแสดงโนราของเยาวชนจำนวน 40 คนนั้น ประกอบด้วย โนรามหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา จำนวน 3 คน โนราสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จำนวน 10 คน โนราวิทยาลัยครูพระนคร จำนวน 10 คน โนรามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จำนวน 5 คน โนราเยาวชนกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 คน โนราเยาวชนวัดราชาธิวาส จำนวน 6 คน โนราวัดวชิรธรรม จำนวน 4 คน รวมทั้งหมด 40 คน ซึ่งศิลปินโนราจํานวน 40 คนนี้มีทักษะในการแสดงโนราที่ได้รับการฝึกฝนจากการเรียนการสอนและการฝึกอบรมของหน่วยงานสถาบันการศึกษา โดยมีการปรับกระบวนท่ารำเพื่อให้สอดคล้องกลมกลืน สวยงาม และมีพร้อมเพรียงในการนำเสนอโนราภายในเวลา 10 นาที โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ เป็นผู้ออกแบบและฝึกซ้อมกระบวนการรำโดยใช้นักดนตรีจากมหาวิทยาลัยทักษิณและกลุ่มงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ ทั้งหมด จำนวน 7 คน

  

  

การแสดงโนราของเยาวชนกรุงเทพมหานครและภาคใต้จำนวน 40 คน
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2564.


        4. ตัวแทนของหน่วยงานผู้สืบทอดศิลปะการแสดงโนรา


พระครูวิศาลธรรมโรจนายสมปอง ภักดีกิจผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหารที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2564.


นายกสหพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทยที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2564.


        5. การสื่อสารประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานต่าง ๆ ของสถานีโทรทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ

        การประชาสัมพันธ์ขึ้นทะเบียนโนราเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาตินั้น มีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มีแผนงานการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและตื่นเต้นในการเข้าถึงข่าวสารได้อย่างใกล้ชิดโดยการมีการนำเสนอข้อมูลโนราทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 - 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นการอธิบายความหมายความสำคัญการอนุรักษ์ส่งเสริมประโยชน์และคุณค่าของศิลปะการแสดงโนราให้ประชาชนทั่วประเทศได้เข้าใจอย่างชัดเจนซึ่งมีจำนวน 5 ตอน ที่ทุกคนสามารถศึกษาเรียนรู้ได้อย่างเข้าใจจากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในข่าวค่ำ ช่วงหลังข่าวพระราชสำนัก นอกจากนี้สถานีโทรทัศน์และเพจที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการแสดงพื้นบ้านของไทย เช่น เพจ WorkpointTODAY เพจโบราณนานมา เพจกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและเพจ The101.world ดังตัวอย่างต่อไปนี้


ที่มา : เพจไทยบันเทิง ThaiPBS, 2564.


ที่มา : เพจไทยบันเทิง ThaiPBS, 2564.

       

ที่มา : เพจWorkpointToday, 2564.           ที่มา : เพจโบราณนานมา, 2564.  

  

ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2554.     ที่มา : เพจ The101.world, 2564. 


        สำหรับความสำคัญคุณค่าของการอนุรักษ์สืบทอดองค์ความรู้และประโยชน์ในการนำไปใช้กับการดำเนินชีวิตของศิลปะการแสดงโนราจะกล่าวในรายละเอียดในบทต่อไป