Reading Room

พุ่มเทวา ที่ระลึกงานเชิดชูเกียรติศิลปินภาคใต้ : ขุนอุปถัมภ์นรากร

ผลลัพธ์การค้นหา: "โนรา"

ธรรมของโนห์รา

แม้นมาส ชวลิต




ขุนอุปถัมภ์นรากร ได้เริ่มเล่นโนห์ราตั้งแต่อายุได้สิบสองขวบด้วยเหตุบังเอิญ เพราะระหว่างที่กำลังคอยครูให้มาสอนหนังสือที่โรงเรียนวัดในสมัยนั้น คณะโนห์ราได้มาถึงเสียก่อน เมื่อเข้าคณะโนห์ราแล้ว ก็มีความสุขอยู่กับชีวิตโนห์รา จนอายุได้สามสิบกว่าปี แต่งงานแล้วจึงได้หยุด เพราะเห็นว่ามีครอบครัวแล้ว ควรจะทำงานให้เป็นหลักฐาน และอยู่บ้านกับครอบครัวแทนที่จะเดินทางไปเล่นโนห์รายังที่ต่างๆ ดังแต่ก่อน อาชีพของขุนอุปถัมภ์นรากรก็คือ ทำนา และด้วยเหตุที่เป็นที่เคารพของคนอื่นๆ จึงได้รับเลือกและแต่งตั้งเป็นกำนัน ต่อมาก็ได้รับพระราชทานราชทินนามดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้

เมื่อเล็กๆ ผู้เขียนได้ยินมาว่า พวกโนห์รานั้นน่ากลัว เพราะเป็นผู้มีเวทมนต์คาถา และมักจะใช้เวทมนต์คาถาทำร้ายศัตรูคู่แข่งอยู่เสมอ เมื่อเป็นเช่นนี้ชีวิตก็คงจะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอยู่เสมอ เพราะคงจะมีผู้ปองร้ายอยู่ตลอดเวลา จึงได้เรียนถามขุนอุปถัมภ์นรากรและได้รับคำชี้แจงว่า

“ก็ได้ทราบว่ามีอยู่บ้าง บางคนที่ชอบเล่นทางคุณไสย แต่ผมไม่เคยเห็นเอง และตลอดเวลาที่ต้องเดินทางไปเล่นโนห์ราตามเมืองต่าง ๆ ในปักษ์ใต้ตลอดถึงแหลมมลายู ผมไม่เคยพบคนที่เกลียดชังกลั่นแกล้ง และไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรเลย”

“การเดินทางในสมัยก่อนนี้ ก็อาศัยการเดินเท้าเป็นส่วนใหญ่และต้องเดินทางผ่านป่าบ่อยๆ และบางทีก็ต้องนอนค้างคืนในป่า โดยไม่มีที่พักพิงอะไรเลย ก็ไม่เคยนึกหวาดกลัวสัตว์ร้าย ไม่เคยต้องผจญคนร้ายหรือสัตว์ร้ายเลย”

ผู้เขียนถามว่า “ที่ไม่กลัวนั้น เพราะใจไม่กลัวเอง หรือเพราะมีหลักอะไรยึดถืออยู่”

“ก็ถือพรหมวิหาร เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ให้ร้ายใคร ไม่ทำตัวให้เหลวไหลเป็นที่น่ารังเกียจของคนอื่น”


ครั้งหนึ่งท่านพาคณะเดินทางไปเล่นโนห์ราที่ปีนัง ตอนนั้นมีชื่อเสียงรู้จักกันดีแล้วว่าพุ่มเทวา เพราะรำท่าเทวาได้ดีนัก การไปไหนๆ นั้น ถ้ามีผู้ทราบก็จะพากันมาแห่ล้อมและขอให้รำ แต่ตอนจึงนั้นท่านต้องการจะไปให้ถึงที่หมายโดยเร็ว จึงพยายามเลือกเดินทางผ่านป่า เพื่อหลบผู้คนให้ได้มากที่สุด วันหนึ่งจวนเที่ยงแล้ว เดินผ่านที่นาแห่งหนึ่งไป ได้ยินเสียงกลองตุม-ตุม พอเข้าไปใกล้ก็ได้เห็นคนกำลังหัดโนห์รากันอยู่ที่ลานหน้าบ้าน จึงเข้าไปแวะขอข้าวกิน ภรรยาเจ้าของบ้านก็ไปหุงข้าว สามีก็หัดโนห์ราให้ลูกศิษย์ต่อไป เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว ท่านก็ขอบคุณเขา และขอมอบเงินค่าข้าวให้ห้าบาท (ซึ่งเป็นจำนวนมากในสมัยนั้น) เจ้าของบ้านบอกว่าไม่เอาเงินหรอก เห็นเดินทางมาเหนื่อยและหิวข้าว ก็ยินดีจะหาข้าวให้กิน


“ผมก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นจะรำโนห์ราให้ดู พอถามชื่อเสียงกัน เขาก็ดีใจว่าได้ยินชื่อมานานแล้ว ยังไม่เคยเห็นรำ จะให้ค้างอยู่ด้วย ผมบอกว่าจะต้องรีบไป ไม่กล้าค้างกลัวคนจะตามมาขอให้รำอีกจนไปไหนไม่ได้ คืนนั้นตกลงไปค้างในป่า”

ขุนอุปถัมภ์นรากรได้อธิบายว่า การประพฤติธรรมนั้นจำเป็นมาก ขณะนี้เมื่อท่านไปสอนนักศึกษาที่วิทยาลัยครูสงขลาให้รำโนห์รา ท่านก็ได้สอนหลักธรรมด้วยเสมอ ต้องทําใจไม่ให้ว่อกแว่ก และต้องทำตนให้อยู่ในหลักธรรม ไม่เหลวไหล เมื่อใจสบายอย่างนี้แล้ว ก็จะรำได้ดี ไม่ต้องเป็นห่วงอยู่ว่า ใครจะรังเกียจหรือดูหมิ่นเรา

“เด็กๆ พวกนั้นบอกว่าแปลก นึกว่าพ่อลุงขุนจะสอนแต่รำโนห์ราอย่างเดียว สอนรำโนห์ราด้วย สอนธรรมด้วย ไม่เคยเห็นที่ไหน”

ขุนอุปถัมภ์นรากรเท่าที่ได้รู้จัก และได้รับคำบอกเล่าจากศิษย์โนห์รา และผู้ซึ่งรู้จัก ท่านเป็นผู้ที่มีอารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ สำรวม สงบเสงี่ยม ไม่มีความเย่อหยิ่งในความสามารถของท่าน ทั้งๆ ที่ความสามารถเป็นที่ปรากฏ และนิยมยกย่องตลอดมา

ความสำรวมและสงบเสงี่ยม คือไม่เห็นว่าตนเองวิเศษกว่าผู้อื่น ไม่เย่อหยิ่งในการกระทําของตนเองนั้นเป็นหลักธรรมที่ยอมรับนับถือกันในศาสนาต่างๆ มหาตมคันธีก็ได้นับถือหลักธรรมนี้ และได้ประพฤติตัวของท่านตามหลักธรรมนี้ตลอดชีวิต

ความสงบเสงี่ยมที่เห็นได้ชัดของพวกโนห์ราที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่ง คือ การนับถือครู เมื่อจะเริ่มเล่น ก็เริ่มด้วยคำ “กาศครู” ครูซึ่งโนห์รากระทำความเคารพนั้น มีทั้งครูดั้งเดิมในตำนานตลอดมาจนถึงครูปัจจุบัน และในคำกาศครูดั้งเดิมนั้น มีคำขอโทษพระแม่ธรณี ในการที่ตนมาเล่นเต้นรำเหนือพระธรณีด้วย เช่น ในคำกาศครูของจังหวัดตรัง ว่าเป็นของขุนศรัทธาใจภักดิ์ (สีเงิน) ว่า

       รื่นรื่นเอยรื่นรื่น
ลูกจะไหว้แม่นางธรณีผึ่งแผน
แม่เอาหลังเข้ามาเป็นแท่น
รองตีนมนุษย์ทั้งหลาย

...................................

...................................

...................................

...................................

...................................

...................................

...................................

ลูกเต้นรำเหนือแม่
วันนี้แหล้ลูกขอคำความอำภัย

ในระหว่างที่ทางหอสมุดแห่งชาติได้ขอบันทึกถ่ายภาพยนตร์ท่ารำของท่านขุนอุปถัมภ์นรากร เพราะเกรงว่าจะสูญหายไปโดยไม่มีใครได้เห็นอีกนั้น ความขลุกขลักทางเทคนิคบางประการทำให้ท่านต้องคอย ต้องหยุดรำในระหว่างที่สมาธิของท่านกำลังอยู่กับการร่ายรำหลายครั้ง น่าที่จะทำให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่ายๆ แต่ท่านก็แสดงความเข้าใจในเรื่องความขัดข้องต่างๆ และทำให้การถ่ายดำเนินไปโดยเรียบร้อย พวกเราทุกคนเป็นกังวลมาก และรู้สึกขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง

พวกเราที่ไปถ่ายทำภาพยนตร์การรำโนห์ราของท่านขุนอุปถัมภ์นรากร แม้มิใช่ศิษย์ แต่ก็เคารพนับถือท่านประดุจครู เนื่องในวาระที่อายุของท่านมาบรรจบครบรอบ ๘๐ ปีนี้ ขอน้อมจิตบูชาคุณครู และศิลปินผู้ดำเนินชีวิตด้วยพรหมวิหาร ด้วยการให้อุปการะ ด้วยการสั่งสอน ด้วยการบำเพ็ญตนในหลักธรรม และด้วยความสงบเสงี่ยมเจียมตน ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและเทพเจ้าแห่งศิลปิน จงคุ้มครองรักษา และอำนวยความเจริญสุขสวัสดิ์นานาประการแก่ท่านด้วย


____________________________________________________

พิมพ์ครั้งแรกใน ที่ระลึกงานทำบุญฉลองอายุครบ ๘๐ ปี ขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่มเทวา) นางแหม้ว ๒๓-๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๔ โรงพิมพ์อักษรสาส์น ๒๕๑๔ หน้า ๓๕-๔๓.