Reading Room

พุ่มเทวา ที่ระลึกงานเชิดชูเกียรติศิลปินภาคใต้ : ขุนอุปถัมภ์นรากร

ผลลัพธ์การค้นหา: "โนราห์"

ขุนอุปถัมภ์นรากร

ปรีชา นุ่นสุข


“...โนราคนหนึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกำนัน แล้วลาออกกลับไปแสดงโนราตามเดิม นายคนนี้ทูลกรมหลวงดำรงว่า เป็นกำนันไหนจะสู้โนราได้ อย่าว่าแต่จะให้เป็นกำนันเลย ถึงแม้จะให้เป็นอำเภอหรือเจ้าเมืองหรือเทศก็ไม่ต้องการ เขาดีกว่าเทศา เพราะเทศมีคนถอดได้ โนราไม่มีใครถอดได้...”

ข้อความที่ผู้เขียนอัญเชิญมาลงไว้ข้างต้นนี้เป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เรื่อง จดหมายเหตุเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช มีความเห็นว่า โนราคนที่ตรัสถึงในพระราชนิพนธ์ข้างต้นนี้คงจะไม่ใช่ขุนอุปถัมภ์นรากร แต่ท่านขุนอุปถัมภ์นรากรก็เคยเป็นกำนัน จนได้รับพระราชทานราชทินนามว่า “อุปถัมภ์นรากร” และราชทินนาม “อุปถัมภ์นรากร” นั้นก็เป็นราชทินนามตามประทวนกำนัน มิใช่ได้มาจากการเป็นโนรา

ส่วนนามโนราของท่านขุนอุปถัมภ์นรากรนั้น ดูเหมือนจะโด่งดังกว่าราชทินนามของกำนัน เพราะคนเขารู้จักท่านทั่วทั้งภาคใต้ว่า “โนราพุ่มเทวา”


เกิดในท่ามกลางเสียงปี่

ขุนอุปถัมภ์นรากร มีนามเดิมว่า พุ่ม ช่วยพูลเงิน เป็นบุตรคนที่สองของนายเงิน (ซึ่งเป็นนายโรงโนรา) กับนางชม ช่วยพูลเงิน เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน ๔ ขึ้น ๗ ค่ำ เวลา ๑๑ นาฬิกาเศษ ตรงกับวันที่ ๔ มีนาคม ๒๔๓๔ ณ บ้านเกาะม่วง หมู่ที่ ๒ ตำบลดอนทราย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง


กำพร้าบิดา

ครั้นเด็กชายพุ่ม ช่วยพูลเงิน อายุได้ ๗ ขวบ นายเงิน ช่วยพลเงิน บิดาบังเกิดเกล้าก็เสียชีวิต มารดาซึ่งทนต่อความว้าเหว่ตามลำพังกับบุตรไม่ไหว จึงต้องย้ายครอบครัวอันมีนางพลับ บุตรสาวคนโตอีกคนหนึ่งกลับภูมิลำเนาเดิม ที่บ้านชายคลอง หมู่ที่ ๒ ตำบลชะมวง ในท้องที่อำเภอเดียวกัน โดยมารดาต้องรับภาระเลี้ยงดูบุตรซึ่งเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย และเป็นที่รักใคร่ของบรรดาญาติมิตร ต้องยึดอาชีพทำนาเลี้ยงครอบครัว


ความหวังของบิดา

ตามความหวังเดิมของบิดา ได้วาดอนาคตที่จะให้เด็กชายพุ่มศึกษาทั้งทางธรรมและทางโลกจนแตกฉาน ให้สามารถทำราชการได้ ไม่ต้องการเห็นบุตรมาเจริญรอยตามตำแหน่งนายโรงโนรา เพราะเป็นอาชีพเต้นกินรำกิน ไม่มีเกียรติ (ตามความรู้สึกของคนในสมัยนั้น)

แต่เมื่อบิดามาสิ้นบุญเสียก่อนที่จะเห็นบุตรประสพความสำเร็จ มารดาซึ่งเห็นชอบตามความคิดของบิดา จึงไม่ยอมทำลายทางชีวิตของบุตรตามที่บิดาได้วางไว้ ดังนั้นพอเด็กชายพุ่มอายุได้ ๑๑ ขวบ ซึ่งโตพอที่จะจากบ้านไปไกลโดยปราศจากกังวล มารดาจึงเตรียมการให้เด็กชายพุ่มได้เรียนหนังสือตามความหวังของบิดา


ฝากตัวเรียนหนังสือ

มารดาได้นำเด็กชายพุ่มไปฝากตัวเพื่อเรียนหนังสือ เมื่อเด็กชายพุ่มอายุได้ ๑๑ ขวบ โดยฝากเด็กชายพุ่มไว้กับพระครูกาเดิม (หนู) วัดวิหารเบิก ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

แต่ดูเหมือนว่าโชคจะไม่เข้าข้างเด็กชายพุ่มเสียจริง ๆ เพราะพอเด็กชายพุ่มเรียนหนังสือไปพออ่านออกเขียนได้ พระครูกาเดิม (หนู) จำเป็นต้องเดินทางเข้าทำกิจธุระในกรุงเทพฯ เด็กชายพุ่มจึงหมดโอกาสในการศึกษา ต้องเดินทางกลับบ้านมาอยู่กับมารดาอีกครั้งหนึ่ง


พับกับสิ่งชดเชย : ความหวังใหม่

เมื่อสูญเสียสิ่งหนึ่งไป ย่อมจะมีสิ่งอื่นมาเชยเสมอ เหมือนกับจะเป็นกฎตายตัวของธรรมติ ชีวิตของเด็กชายพุ่มในช่วงนี้ จึงเริ่มมีบางงมาทดแทนความหวังเดิมที่สูญสลายไป

จากการที่เด็กชายพุ่มได้พบเห็นการแสดงโนรามาอย่างจำเจ จนแทบจะเรียกได้ว่า “เกิดในนามกลางเสียงปี่” ประกอบกับบรรดาญาติ มิตรเพื่อนฝูง เห็นบุคลิกเหมาะที่จะร้องรำทำเพลงได้ ทุกคนจึงแนะนำและชักชวนให้หลงใหลในศิลปะการร่ายรำของโนรา อันเป็นศิลปะการร่ายรำประภาคใต้

เด็กชายพุ่มเห็นว่าตนจะเอาดีทางการเรียนล้มเหลวเสียแล้ว ดังนั้นหากจะเอาดีทางโนราซึ่งในศิลปะที่ตนซาบซึ้งเป็นชีวิตจิตใจมาแต่อ้อนแต่ออกก็คงจะดี จึงตัดสินใจตั้งความหวังอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะเอาดีทางโนราให้ได้


มอบตัวเป็นศิษย์โนรา

ในระยะที่เด็กชายพุ่มตัดสินใจที่จะเอาดีทางโนรานั้น ประจวบกับคณะโนราชุม บ้านป่าพยอม อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง มาเปิดการแสดงบ้านชายคลอง ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของเด็กชายพุ่มพอดี ดังนั้นเด็กชายพุ่มจึงมอบตัวเป็นลูกศิษย์ของโนราชุมในทันที


เริ่มชีวิตในรา

สองปีในการเริ่มชีวิตโนรา เด็กชายพุ่มได้พยายามฝึกฝนทั้งทั้งร้องจนเจนจำ แต่กระนั้นก็ยังไม่เป็นที่พอใจของเด็กชายพุ่ม เพราะสมองของเขาเติบโตเกินวัย เขาหยั่งถึงศิลปะประเภทนี้ได้อย่างลึกซึ้งถ่องแท้ เขาคิดอยู่เสมอว่า “วิชาเพียงเท่านี้จะเป็นโนราที่ดีมีชื่อเสียงได้อย่างไรกัน” ที่เขาคิดเช่นนี้ เพราะเขาเป็นคนที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้านั้นเอง

ดังนั้น เขาจึงได้รับการแนะนำให้ไปฝากตัวเป็นศิษย์กับโนราไข่โก โนรามีชื่อแห่งบ้านไม้เลียบ ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และเขาก็เดินทางไปในทันที โนราไข่โกพิจารณาเห็นว่าเด็กชายพุ่มหน่วยก้านดีมากจึงยินดีรับเป็นศิษย์ในทันทีเช่นกัน และครอบวิชาให้อย่างไม่หวงแหนแม้แต่น้อย ในระยะหกปีเต็มๆ ที่เรียนกับโนราไข่โก เด็กชายพุ่มจึงสามารถเรียนจบครบ ๑๒ ท่ารำ พร้อมกลเม็ดเด็ดพรายอย่างพราวแพรว เด็กชายพุ่ม ช่วยพูลเงิน จึงกลายเป็น “โนราพุ่ม” อย่างเต็มตัว


มารดาถึงแก่กรรม

เมื่อโนราพุ่ม ช่วยพูลเงิน อายุได้ ๑๖ ปี ขณะที่กำลังออกโรงแสดงหาความชำนาญ มารดาก็ถึงแก่กรรม เป็นการน่าเสียดายอย่างยิ่งที่มารดาไม่มีโอกาสชื่นชมกับชื่อเสียงของบุตรชายอันเป็นที่รัก เมื่อบุตรชายขึ้นถึงขีดสุดในเวลาต่อมาอีกเลย


อุปสมบทอุทิศส่วนกุศลให้มารดา

ด้วยความซาบซึ้งในพระคุณของมารดา ดังนั้นเมื่ออายุได้ ๒๑ ปี โนราพุ่มจึงเข้าพิธีอุปสมบทเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้มารดา ณ พัทธสีมาวัดพิกุลทอง โดยมีพระครูกาเดิม (หนู) เป็นพระอุปัชฌาย์


ออกโรงครั้งใหม่ : ได้รับฉายา “พุ่มเทวา”

ครั้นลาสิกขาบท โนราพุ่มได้กลับไปพักอยู่กับนางพลับผู้พี่สาว และออกโรงแสดงโนราอีกวาระหนึ่ง คราวนี้ออกเดินทางไปแสดงในต่างถิ่นเป็นนิจสิน เพราะผู้นิยมชมชอบยิ่งทวีขึ้นทุกวัน การแสดงของโนราพุ่มจึงมากที่ มากแห่ง มากเมือง มากจังหวัด จนร่ำลือกันถึงการแสดงการร่ายรำอันอ่อนช้อย งดงาม ยากที่หาผู้มาทัดเทียมของโนราพุ่ม ช่วยพูลเงิน

กล่าวกันว่าชาวภาคใต้ในยุคนั้น ต่างกล่าวขวัญถึงโนราพุ่มกันไม่ขาดปาก และได้ขนานนามโนราพุ่ม ช่วยพูลเงิน ว่า “โนราพุ่มเทวา” กันทั้งสิ้น เพราะว่าสวยเหมือนเทวดา


สร้างฐานะ

โนราพุ่มเทวา เริ่มมีฐานะดีขึ้นเป็นลำดับเพราะเป็นบุคคลที่มัธยัสถ์ สุภาพอ่อนโยน สุราไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ การพนันไม่เล่น เงินที่หามาได้ จะให้พี่สาวเป็นผู้เก็บสะสมไว้ ครั้นได้เงินมากเข้า จึงซื้อที่นาและสวนสร้างฐานะจนมั่นคงพอสมควร


พบรัก : ถอดเล็บโนรา

ในด้านชื่อเสียงนั้น โนราพุ่มเทวาโด่งดังขึ้นทุกที่ ๆ จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๖๒ ขณะที่มีอายุได้ ๒๘ ปี จึงได้พบรักกับนางสาวแหม้ว ทองขุนดำ บุตรสาวของนายปาน-นางแจ่ม ทองขุนดำ ผู้มีฐานะร่ำรวยแห่งหมู่บ้านนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยได้สู่ขอและเข้าสู่พิธีสมรสถูกต้องตามประเพณีไทยอย่างสมเกียรติ และนับแต่นั้นมาโนราพุ่มเทวาก็ถอดเล็บ เลิกอาชีพการแสดงโนรา หันมาประกอบอาชีพทำนา ทำสวน อย่างมีความสุขตลอดมา และมีบุตรกับนางแหม้วจํานวน ๕ คน เป็นผู้ชาย ๒ คน ผู้หญิง ๓ คน ขณะนี้ (พ.ศ. ๒๕๒๓) บุตรทุกคนมีครอบครัวแล้ว


รับตำแหน่งกำนันตำบลชะมวง

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ กำนันตำบลชะมวงว่างลง เพราะนายพุ่ม นาคะวิโรจน์ กำนันคนเดิมลาออกจากตำแหน่ง รองอำมาตย์โท ขุนเทพภักดี นายอำเภอควนขนุน จึงเรียกประชุมผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านทั้งตำบล เพื่อลงมติเลือกตั้งกำนันคนใหม่

ในที่สุด ด้วยความเห็นชอบของที่ประชุม นายพุ่ม ช่วยพูลเงิน ผู้ไม่อยู่ในอบายมุขใด ๆ ก็ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งกำนันตำบลชะมวงสืบต่อจากนายพุ่ม นาคะวิโรจน์ ในขณะที่ นายพุ่ม ช่วยพูลเงิน มีอายุได้ ๓๕ ปี

โนราพุ่มเทวา ซึ่งเคยเป็นโนราขวัญใจของชาวบ้านชาวเมือง จึงจำเป็นต้องเป็น กำนันนุ่ม ช่วยพูลเงิน ตั้งแต่นั้นมา


เป็นขุนอุปถัมภ์นรากร

ด้วยความตระหนักในหน้าที่ กำนันพุ่ม ได้พยายามปฏิบัติงานตามที่ราชการมอบหมายเป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพ

ลุพุทธศักราช ๒๔๗๓ ภายหลังจากกำนันพุ่มเป็นกำนันมา ๖ ปี ก็ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานบรรดาศักดิ์ กำนันนุ่ม ช่วยพูลเงิน เป็น ขุนอุปถัมภ์นรากร


กํานันดีเด่น

ในขณะที่รับหน้าที่กำนันตำบลชะมวงนั้น ขุนอุปถัมภ์นรากรได้ทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างกว้างขวาง และมีเกียรติคุณดีเด่น ดังจะขอกล่าวเพียงสังเขป ดังนี้

พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับพระราชทานเหรียญที่ระลึกฉลองพระนครครบรอบ ๑๕๐ ปี

พ.ศ. ๒๔๗๗ ราษฎรได้เลือกให้เป็นผู้แทนตำบล ได้รับพระราชทานเข็มกลัดผู้แทนตำบล

พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้รับเงินรางวัล ๑๐๐ บาท จากทางราชการฐานะเป็นกำนันผู้มีความประพฤติดีและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดำเนินการตัดถนนเชื่อมต่อระหว่างชะมวงกับตำบลป่าพยอมมาต่อกับถนนเขา-ควนขนุน

พ.ศ. ๒๔๘๑ ได้รับรางวัลที่ ๑ ในการประกวดพันธุ์ข้าวของจังหวัดพัทลุง รับรางวัลไถเกษตร ๑ เครื่อง กับเงินสด ๑๕ บาท

พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้ใช้เวลาว่างในการไปค้าขายต่างเมือง โดยซื้อช้างไปขายที่จังหวัดยะลา

พ.ศ. ๒๔๘๓ เดินทางไปซื้อช้างจากจังหวัดระนองและชุมพร ๒ เชือก มารับจ้างลากไม้ ได้ใช้งานอยู่ถึง ๑๐ ปีจึงขายช้างทั้งคู่ไป


ลาออกจากกำน้น

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕ ขุนอุปถัมภ์นรากรก็ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลชะมวง หลังจากที่รับราชการมาเป็นเวลา ๒๐ ปี เมื่อลาออกจากกำนันแล้วจึงได้ประกอบอาชีพส่วนตัว คือ ทำนาและทําสวน

พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้รับเลือกเป็นคนขยันของชาติในตำบลชะมวง ได้รับรางวัลบัตรลดค่าโดยสารรถไฟครึ่งราคา และแหวนทองคำจารึกคำว่า “คนขยันของชาติ” ไว้ที่เรียนแหวน

พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้ฝากตัวต่อท่านเจ้าคุณพุทธธรรมธาดา ปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน ณ วัดวรรณวิชัย


แสดงโนราการกุศล

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ พระครูสิริรัตโนภาสได้ก่อสร้างสะพานข้ามคลองวัดพิกุลทอง แต่ไม่สำเร็จเพราะขาดทุนทรัพย์อีกมาก ขุนอุปถัมภ์นรากรร่วมกับคณะศิษย์จึงเปิดการแสดงโนราการกุศลขึ้น เก็บเงินได้ ๑๐,๐๐๐ บาทเศษ ทั้งนี้ นอกจากจะไม่หักค่าใช้จ่ายแล้ว ขุนอุปถัมภ์นรากรยังบริจาคเงินส่วนตัวสมทบอีก ๑,๐๐๐ บาท





การสอนศิษย์

ขุนอุปถัมภ์นรากรมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ท่านเริ่มฝึกสอนโนราให้แก่ลูกศิษย์ตั้งแต่ท่านเริ่มออกโรงแสดงโนราเพียงไม่กี่ปี ศิษย์รุ่นแรก ๆ ของท่านจึงมีอายุไม่น้อยกว่าท่านนัก ลูกศิษย์ลูกหาของท่านมีหลายรุ่นด้วยกันคือ

ศิษย์รุ่นแรก มีดังนี้

- โนรากลับ ทองแก้วหล่อ อายุ ๘๔ ปี (นับถึง พ.ศ. ๒๕๒๓)

- โนราพลัด คชรัตน์อายุ ๘๓ ปี (นับถึง พ.ศ. ๒๕๒๓)

- โนรายก ช่วยพูนชู อายุ ๘๓ ปี (นับถึง พ.ศ. ๒๕๒๓)

- โนราแจ้ง (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ ๘๒ ปี (นับถึง พ.ศ. ๒๕๒๓)

ศิษย์รุ่นที่สอง มีดังนี้

- โนราหีด บุญหนูกลับ อายุ ๗๗ ปี (นับถึง พ.ศ. ๒๕๒๓)

- โนราเมฆ คงหนู อายุ ๗๐ ปี (ถึงแก่กรรม)

- โนรากสิน (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ ๖๘ ปี (ถึงแก่กรรม)

- โนราริ้น (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ ๖๕ ปี (ถึงแก่กรรม)

ศิษย์รุ่นที่สาม มีดังนี้

- โนราเจิม เพชรสุวรรณ อายุ ๕๐ ปี (ถึงแก่กรรม)

- โนรากล่อม แสงขาว อายุ ๖๕ ปี (นับถึง พ.ศ. ๒๕๒๓)

- โนราพรหม ปานมา อายุ ๖๕ ปี (นับถึง พ.ศ. ๒๕๒๓)

พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้รับเชิญไปสอนโนราให้นักเรียนฝึกหัดครูสงขลา จนกระทั่งโรงเรียนฝึกหัดครูสงขลายุบรวมกับวิทยาลัยครูสงขลา ท่านก็ยังคงสอนอยู่

พ.ศ. ๒๕๑๔ได้รับเชิญไปสอนโนราให้กับนักศึกษาวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช

ศิษย์ของท่านทั้งสองสถาบันนี้คงจะมีไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ คน นายโรงโนราของวิทยาลัยครูทั้งสองในขณะนี้ก็เป็นศิษย์ของท่าน ซึ่งนายโรงทั้งสองคนนี้เป็นที่รู้จักกันดีแทบทุกภาคของประเทศไทย เพราะได้ร่วมไปแสดงในงานวัฒนธรรมระหว่างภาคของการท่องเที่ยวประเทศไทยทุกคราวคืออาจารย์ สาโรช นาคะวิโรจน์ นายโรงโนราวิทยาลัยครูสงขลา และอาจารย์ จิตร์ ฉิมพงษ์ นายโรงโนราวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช

นอกจากศิษย์ทั้งสองที่กล่าวนี้ ศิษย์ของท่านอีกเป็นจำนวนมากที่ออกไปส่งเสริม ฟื้นฟู การแสดงโนราตามโรงเรียนและตำบลหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วทั้งภาคใต้ ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้โนรายังคงมีความฟูเฟื่องในภาคใต้มาจนกระทั่งทุกวันนี้




เกียรติอันสูงสุดในความเป็นพุ่มเทวา

ขุนอุปถัมภ์นรากร ในฐานะแห่งโนราพุ่มเทวาเคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ และเกียรติอันสูงสุดในความเป็นพุ่มเทวาแห่งภาคใต้หลายต่อหลายครั้ง จะขอนำมากล่าวโดยสังเขป ดังนี้

พ.ศ. ๒๔๕๘ รำถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒ ครั้ง คือ ณ พลับพลานาวง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง หนึ่งครั้ง และ ณ หน้าวังสมเด็จ จังหวัดสงขลาอีกหนึ่งครั้ง



พ.ศ. ๒๔๗๖ รำถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ณ ภัตตาคารลำปา จังหวัดพัทลุง ได้รับพระราชทานเงินรางวัล ๕๐๐ บาท

วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๐๒ รถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันและสมเด็พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ พลับพลาที่ประทับหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง ได้รับพระราชทานเหรียญพระบรมรูปรัชกาลที่ ๙

วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๑๓ รำถวาย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ณ โรงเรียนนาฏศิลป์ กรุงเทพฯ

วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๑๓ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ทรงนำไปออกรายการทางสถานีไทยโทรทัศน์ช่อง ๔ กรุงเทพฯ

วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๑๓ พระเจ้าวรศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ทรงนำไปรำถ่ายทำเป็นภาพยนตร์ที่หนองแขม

วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๑๔ ผู้อำนวยการวิทยาลัยครูสงขลานำไปรำให้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ดู ณ โรงแรมสมิหลา จังหวัดสงขลา

พ.ศ. ๒๕๑๔ ผู้อำนวยการกองหอสมุดแห่งชาติ (นางแม้นมาส ชวลิต) นำไปรำถ่ายทำบันทึกไว้เป็นภาพยนตร์ ณ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ

วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๑๔ พลตำรวจตรีธารา ธาระวานิช นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ เชิญเสดงที่สังคีตศาลา กรุงเทพฯ เนื่องในงานแสดงดนตรีมหกรรม ครั้งที่ ๑๐

วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๑๔ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นำไปรำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชกาลปัจจุบัน ณ พระที่นั่งจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต กรุงเทพฯ

วันที่ ๘-๙ พฤษภาคม ๒๕๑๔ ทางราชเชิญไปแสดง ณ บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ เนื่องในงานวันรัชดาภิเษก




จากอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ท่านขุนอุปถัมภ์นรากรมีอายุย่างเข้าครบอายุ ๙๐ ปีแล้ว เนื่องจากท่านไม่มั่วสุมด้วยอบายมุขใด ๆ แม้วัยของท่านจะมากขึ้น แต่สุขภาพของท่านยังสมบูรณ์ และเนื่องด้วยความอุตสาหวิริยะมาแต่ต้น ฐานะของครอบครัวของท่านจึงอยู่ในขั้นสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ ชีวิตการครองเรือนของท่านนับเป็นแบบฉบับที่ดีของชนรุ่นหลัง ชีวิตการเป็นศิลปินของท่านเป็นแบบฉบับที่ดีของศิลปินยุคปัจจุบันและอนาคต คำกล่าวที่ว่า “ท่านเป็นดวงประทีปแห่งนาฏศิลป์ ปรมาจารย์แห่งโนราของภาคใต้” จึงเป็นสิ่งที่ไม่เกินความจริง.



หนังสืออ้างอิง

คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, สำนักงาน โครงการจัดงานเชิดชูเกียรติศิลปินของภาคใต้ : ขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่มเทวา) ๒๕๒๓ หน้า ๑-๒ (อัดสำเนา)

คึกฤทธิ์ ปราโมช, ม.ร.ว. “ขุนอุปถัมภ์นรากร” สยามรัฐ วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๑๔ หน้า ๕.

ที่ระลึกงานทำบุญฉลองอายุครบ ๘๐ ปี ขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่มเทวา) - นางแหม้ว ๒๓-๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๔ โรงพิมพ์อักษรสาส์น ๒๕๑๔.