บทที่ 3
กระบวนการรำโนรา ชุด “ใต้ร่มฟ้า...จักรีวงศ์”
กระบวนการรำโนรา ชุด “ใต้ร่มฟ้า...จักรีวงศ์” เป็นการอธิบายท่าว่าที่ปรากฏบนเวทีกลางอันเป็นบริเวณที่กลุ่มโนราซึ่งเป็นผู้นำในกระบวนการรำทั้งหมดมีจำนวน 10 คนและผู้รำประกอบจำนวน 100 คน ซึ่งลักษณะการรำจะมี 5 รูปแบบ คือ
3.1 การรำเปิดประกอบดนตรีจังหวะสอดสร้อย
3.2 การรำประกอบบทร้องเทิดพระเกียรติ (1)
3.3 การรำประกอบดนตรีจังหวะนาด
3.4 การรำประกอบบทร้องเทิดพระเกียรติ (2)
3.5 การรำประกอบจังหวะเชิด
จากรูปแบบ 5 ขั้นตอน จะเป็นการนำเอกลักษณ์ ดนตรี เนื้อร้อง ที่สำคัญมาใช้ประกอบ การแสดงมิได้เรียงตามขนบนิยมแต่เป็นการนำเอาจุดเด่นที่พิจารณาแล้วว่าภายในเวลา 6 นาที ท่ารำและดนตรีจังหวะเหล่านี้สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมและสามารถให้ผู้แสดงร่วมเข้าใจและปฏิบัติตามได้อย่างกลมกลืนสวยงาม เช่น จังหวะสอดสร้อยที่ใช้เปิดดนตรีเป็นจังหวะช้าปานกลาง ทุกคนจะรู้จักและได้ยินอยู่เสมอเมื่อชมการแสดงโนรา การร้องบทเทิดพระเกียรติจะใช้จังหวะเพลงทับเพลงโทนตามขนบนิยมจัดเป็นกระบวนการขั้นสูงของโนรา จังหวะจะช่วยให้การตีท่ารำสลับซับช้อนน่าสนใจ การรำจังหวะนาดซึ่งเป็นจังหวะช้าและอ่อนหวานใช้สลับกับจังหวะเพลงทับเพลงโทน 2 บทซึ่งรวดเร็ว มิให้บรรเลงติดต่อกันจะยืดยาวเกินไป จังหวะเชิดซึ่งเป็นจังหวะสุดท้ายในการปิดการแสดงจะตื่นเต้นรวดเร็วและสร้างความน่าสนใจให้กับผู้ฟังและผู้ชมการแสดง ดังนั้นจังหวะสำคัญทั้ง 5 จังหวะจึงเป็นการออกแบบขบวนการบรรเลงใหม่โดยการจัดวางเพื่อให้ได้ชื่นชมกับดนตรีและการรำประกอบที่หลากหลาย สำหรับรายละเอียดแต่ละขั้นตอนอธิบายได้ดังต่อไปนี้
3.1 การเปิดประกอบดนตรี จังหวะสอดสร้อย
เป็นการรำเริ่มต้นด้วยท่ารำทั้งหมด จำนวน 3 ท่า ได้แก่ ท่าตั้งต้นเป็นประถม ท่ากระโดดเขาควาย และท่าสอนรําแบบนั่ง ซึ่งมีลักษณะการรำดังนี้
ท่าที่ 1 ท่าตั้งต้นเป็นประถม

การใช้ขาและเท้า ยืนตรง ขาชิด เท้าทั้งสองวางราบกับพื้น
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรงยืนแอ่นอกหลังตรง
การใช้แขนและมือ ยกมือสองข้างขึ้นมาประกบกันในท่าพนมมือให้เป็นท่าไหว้ วางไว้ระดับหน้าอกให้ปลายนิ้วอยู่ที่ระหว่างหน้าอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เปิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 2 ท่ากระโดดเขาควาย

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อเข่าทั้งสองข้างโดยให้เท้าขวาอยู่หน้า ส่วนเท้าซ้ายวางหลังเปิดเส้นเท้าหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักของเท้าอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง ยืนแอ่นอกหลังตรง
การใช้แขนและมือ ยกแขนทั้งสองข้างตั้งวงให้เป็นท่าเขาควาย โดยมือทั้งสองขนานกันให้ได้ระดับเดียวกัน
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เปิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง แล้วพร้อมที่จะหมุนไปท่าต่อไป
ท่าที่ 3 ท่าสอนรำ (แบบนั่ง)

การใช้ขาและเท้า นั่งอยู่ในท่าคุกเข่าโดยแยกเข่าออกจากกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่หัวเข่าและปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว นั่งตัวตรง หลังแอ่นตั้งตรง
การใช้แขนและมือ แขนซ้ายตั้งวงอยู่ในระดับหน้า งอข้อศอกเล็กน้อย มือขวาจีบตั้งขนานเป็นแนวราบ
ในระดับหน้าอก ปลายนิ้วที่จีบอยู่ใต้ข้อศอกของมือซ้าย
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองมือซ้ายตั้งวง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าเอียงไปทางขวาเล็กน้อย เปิดปลายคางและมองมือ
การเคลื่อนไหว ใช้มือสลับในการรำทั้งซ้ายและขวา
3.2 การรำประกอบบทร้องเทิดพระเกียรติ (1)
ซึ่งเป็นการดีท่าว่าประกอบบทร้องที่ได้ประพันธ์ขึ้นมาใหม่เพื่อประกอบท่ารําตามเนื้อร้องและบทร้อง ดังนี้กรประนมก้มศิระอภิวาทสิบกษัตริย์จักรีวงศ์พงษ์อมรเรืองดำรงทรงธรรมทศพิธราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขทุกวันวานฝ่าละอองธุลีพระบาทอดิศรปกเกศเกล้าไทยนิกรจีรังกาลประสาทประสิทธิ์สันติสุขเกษมศานต์ใต้ร่มโพธิสมภารสิบราชันในแต่ละบทจะแยกท่าว่าแต่ละท่า งมีจํานวน 25 ท่า ดังนี้
1. ท่ากรประนม 2. ท่าก้มศิระอภิวาท
3. ท่าฝ่าละอองธุลีพระบาท 4. ท่าอดิศร
5. ท่าสิบกษัตริย์ 6. ท่าจักรีวงศ์
7. ท่าพงษ์อมร 8. ท่าปกเกศเกล้า
9. ท่าไทยนิกร 10. ท่าจิรังกาล
11. ท่าทองโรง (ท่าเชื่อม) 12. ท่าเรืองดำรง
13. ท่าทรงธรรม 14. ท่าทศ
15. ท่าพิธ 16. ท่าประสาทประสิทธิ์
17. ท่าสันติสุข 18. ท่าเกษมศานติ์
19. ท่าราษฎร์ร่มเย็น 20. ท่าเป็นสุข
21. ท่าทุกวัน 22. ท่าวาน
23. ท่าใต้ร่มโพธิ 24. ท่าสมภาร
25. ท่าสิบราชัน
กระบวนการรำจากท่ารำ 25 ท่า ศึกษาได้จากท่ารำดังต่อไปนี้
ท่าที่ 1 ท่ากรประนม

การใช้ขาและเท้า นั่งอยู่ในท่าคุกเข่า โดยแยกเข่าออกจากกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่า และปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง นั่งแอ่นหลังเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ พนมมือทั้งสองอยู่ในระดับหน้าอก ปลายนิ้วอยู่ระหว่างอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้าขึ้นเปิดปลายคางเล็กน้อย หน้าตรง
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 2 ท่าก้มศิระอภิวาท

การใช้ขาและเท้า นั่งอยู่ในท่าคุกเข่า แยกเข่าออกจากกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่หัวเข่า และปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง นั่งแอ่นหลังเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้างประกบกันเป็นท่าไหว้ถวายบังคม โดยให้นิ้วหัวแม่มือวางอยู่ที่ระดับคิ้ว
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองบน
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าเชิดขึ้นด้านบน
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 3 ท่าฝ่าละอองธุลีพระบาท

การใช้ขาและเท้า ขาทั้งสองข้างนั่งอยู่ในท่าพับเพียบขวา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่ลำตัวและมือทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวนอนราบไปกับพื้นโดยยกลำตัวช่วงหน้าอกและศีรษะขึ้น
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองวางประกบราบไปกับพื้นโดยจะอยู่ในท่ากราบ
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดใบหน้าขึ้นและเปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 4 ท่าอดิศร

การใช้ขาและเท้า ผู้รําชุดสีม่วง : เท้าของผู้รำจะอยู่ในท่าลงฉากโดยขาทั้งสองข้างขนานกัน
ผู้รำชุดเหลืองทอง : อยู่ในท่าคุกเข่า โดยเข่าแยกออกจากกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ ผู้รําชุดสีม่วง : น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
ผู้รำชุดเหลืองทอง : น้ำหนักอยู่ที่หัวเข่าและปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง หลังแอ่นเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้างของผู้ตั้งวงอยู่ในท่าเขาควาย มือทั้งสองข้างขนานกัน
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 5 ท่าสิบกษัตริย์

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อเข่าโดยให้เท้าซ้ายอยู่หน้า เท้าขวาวางไว้ด้านหลังเปิดปลายเท้าหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวจะโน้มไปข้างหน้า หลังตรง
การใช้แขนและมือ พนมมือทั้งสองโดยยกขึ้นในระดับหน้าผาก นิ้วหัวแม่มือจรดอยู่ที่ระหว่างคิ้วก้มตัวลง
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองต่ำ
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะก้มลง ใบหน้าก้มลงเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 6 ท่าจักรีวงศ์

การใช้ขาและเท้า ขาขวายืนย่อลง ขาซ้ายงอขึ้นมาตั้งไว้ที่หัวเข่าของขาขวา หักข้อเท้าลง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าขวา
การใช้ลำตัว ลำตัวตรงโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย แอ่นหลัง
การใช้แขนและมือ มือขวาจะอยู่ในท่าผาลา มือซ้ายแขนตึงตั้งไว้ที่หน้าขาซ้าย หักข้อมือลงเล็กน้อย
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 7 ท่าพงษ์อมร

การใช้ขาและเท้า ขาซ้ายยืนงอเข่าเล็กน้อย ขาขวายกขึ้นให้ขนานกับพื้นเป็นเส้นตรงในระดับสะเอว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่ขาซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตรงแอ่นไปข้างหน้าเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ แขนขวาอยู่ในท่าผาลา แขนซ้ายตั้งวงอยู่ในระดับสะดือ
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 8 ท่าปกเกศเกล้า

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อตัวโดยให้เท้าซ้ายอยู่หน้า เท้าขวาวางหลังเปิดส้นเท้าเล็กน้อย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตรง แอ่นอกหลังตรง
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้างตั้งอยู่ในท่าเขาควาย แต่หักข้อมือลงเข้าหาลำตัว
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เปิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 9 ท่าไทยนิกร

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อตัวโดยเท้าซ้ายอยู่หน้า เท้าขวาวางหลังเปิดส้นเท้าเล็กน้อย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตรง แอ่นหลังเล็กน้อยและโน้มไปข้างหน้า
การใช้แขนและมือ แขนซ้ายยื่นงอศอกออกไปด้านซ้ายโดยให้นิ้วชี้ชี้ขึ้นบน มือขวาแบมือมาแตะไว้ที่หน้าอกให้แขนขนานกับพื้น
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปตามมือซ้าย
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะเอียงไปทางซ้ายเล็กน้อย เปิดปลายคางขึ้น
การเคลื่อนไหว เคลื่อนแขนซ้ายไปทางด้านซ้าย
ท่าที่ 10 ท่าจิรังกาล

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อขาทั้งสองข้าง ขาทั้งสองข้างชิดกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตรงโน้มตัวไปข้างหน้า หลังตรง
การใช้แขนและมือ มืออยู่ในท่าท่องโรงโดยยกแขนขวาตั้งวงหน้า มือซ้ายจีบส่งหลัง
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดใบหน้าเปิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว หมุนรอบตัวเอง 5 รอบ
ท่าที่ 11 ท่าทองโรง

การใช้ขาและเท้า ยืนขาตรงและย่อตัวลง เท้าทั้งสองข้างชิดกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตรงโน้มตัวไปข้างหน้า หลังตรง
การใช้แขนและมือ มืออยู่ในท่าท่องโรงโดยมือขวาตั้งวงหน้า มือซ้ายจีบส่งหลัง
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ตั้งตรงเชิดใบหน้าขึ้น เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว แปรแถวโดยการท่องโรงไปประจำตำแหน่ง
ท่าที่ 12 ท่าเรืองดำรง

การใช้ขาและเท้า ผู้รําชุดสีม่วง : ขาขวายืนย่อขาลง ขาซ้ายตั้งขึ้นขนานกับพื้นในระดับสะเอว
ผู้รำชุดเหลืองทอง : ขาทั้งสองลงฉากให้ขนานกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ ผู้รําชุดสีม่วง : นํ้าหนักอยู่ที่เท้าขวา
ผู้รำชุดเหลืองทอง : น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรงโน้มไปข้างหน้า แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ ผู้รำชุดม่วง : มือทั้งสองอยู่ในท่าผาลา โดยให้แขนทั้งสองขนานกัน
ผู้รำชุดเหลืองทอง : แขนทั้งสองอยู่ในท่าเขาควาย
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรงเชิดใบหน้า เปิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 13 ท่าทรงธรรม

การใช้ขาและเท้า ขาทั้งสองลงฉากให้ขนานกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง แอ่นอก หลังตรง
การใช้แขนและมือ แขนทั้งสองข้างประกบกันในท่าไหว้ระดับหน้าอก ให้ปลายนิ้วอยู่ระหว่างอก
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรงเชิดใบหน้า เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ขยับปลายเท้าและส้นเท้าทั้งสองข้าง เพื่อเคลื่อนลำตัวไปด้านหน้า
ท่าที่ 14 ท่าทศ

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อตัวลงโดยให้ขาขวาอยู่หน้า ขาซ้ายวางหลัง เปิดปลายเท้าเล็กน้อย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่ขาหลัง คือขาซ้าย
การใช้ลำตัว โน้มตัวไปข้างหน้า หลังตรง
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองประกบกันเป็นท่าไหว้ ยกขึ้นให้มืออยู่ในระดับหน้าผาก นิ้วหัวแม่มือจรดอยู่ระหว่างคิ้ว
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองพื้น
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะก้มลงเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 15 ท่าพิธ

การใช้ขาและเท้า ยืนขาตรงทั้งสองข้าง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง หลังตรง ยืนแอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ แบมือขวายื่นออกไปข้างหน้า งอศอกแนบข้างลำตัว โดยให้ปลายนิ้วทั้งหมดชี้ขึ้นไปข้างบน
มือซ้ายแนบชิดลำตัวสายตามองไปข้างหน้า
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรงเชิดใบหน้าขึ้น เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 16 ท่าประสาทประสิทธิ์

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อตัวโดยให้ขาซ้ายอยู่ด้านหน้าเปิดปลายเท้าชี้ขึ้นบน ขาขวายืนราบกับพื้น
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่ขาขวา
การใช้ลำตัว โน้มตัวไปข้างหน้า หลังตรง
การใช้แขนและมือ แบมือซ้ายยื่นออกไปข้างหน้า มือขวาจีบอยู่บนมือซ้ายที่แบอยู่
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองมือที่จีบและแบ
การใช้ศีรษะและใบหน้า ก้มลงมองมือเอียงศีรษะเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว มือขวาที่จีบวาดเป็นวงกลมเล็ก ๆ บนฝ่ามือซ้าย
ท่าที่ 17 ท่าสันติสุข

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อขาโดยให้ขาขวาอยู่ด้านหน้า ขาซ้ายวางไว้ด้านหลังเปิดส้นเท้าเล็กน้อย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าขวา
การใช้ลำตัว ลำตัวตรง แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองไขว้ประกบแนบหน้าอก โดยมือขวาอยู่ด้านใน มีอซ้ายอยู่ด้านนอก
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง ใบหน้าก้มลงเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 18 ท่าเกษมศานต์

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อขาโดยให้ขาด้านซ้ายวางราบกับพื้น ขาขวากระดูกหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่ขาซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตรง แอ่นอก และโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือซ้ายอยู่ในท่าตั้งวงเขาควาย มือขวาจีบอยู่ในระดับสายตา
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เปิดปลายคางเชิดใบหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว หมุนไปทางขวา
ท่าที่ 19 ท่าราษฎร์ร่มเย็น

การใช้ขาและเท้า นั่งชันเข่า โดยเท้าขวาอยู่ด้านหน้า เท้าซ้ายวางไว้ด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่หัวเข่าขาซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง โน้มตัวไปข้างหน้าแอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือซ้ายยื่นออกไปด้านซ้ายโดยให้ปลายนิ้วชี้ชี้ขึ้นด้านบน มือขวาวางทาบหน้าอกโดยแขนขนานเป็นเส้นตรง
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองนิ้วชี้ด้านซ้าย
การใช้ศีรษะและใบหน้า เอียงศีรษะไปทางซ้ายเล็กน้อย เชิดใบหน้าขึ้น
การเคลื่อนไหว เคลื่อนแขนซ้ายไปทางซ้าย
ท่าที่ 20 ท่าเป็นสุข

การใช้ขาและเท้า นั่งชันเข่าโดยเท้าขวาอยู่ด้านหน้า เท้าซ้ายวางอยู่ด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่หัวเข่าข้างซ้าย
การใช้ลำตัว โน้มตัวไปข้างหน้า หลังตรง แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองไขว้ประกบแนบหน้าอกโดยให้มือขวาอยู่ด้านใน มือซ้ายอยู่ด้านนอก
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองพื้น
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรงก้มลงเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 21 ท่าทุกวัน

การใช้ขาและเท้า นั่งชันเข่า โดยเท้าขวาอยู่ด้านหน้า เท้าซ้ายวางอยู่ด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่หัวเข่าข้างซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตรงหลังตรง แอ่นอก เอียงศีรษะเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ ยื่นแขนซ้ายออกไปทางด้านซ้าย นิ้วชี้ชี้ลงที่พื้น มือขวาจีบหงายไว้ข้างลำตัว
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองมือซ้าย
การใช้ศีรษะและใบหน้า เอียงศีรษะเล็กน้อยมาด้านขวา
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 22 ท่าวาน

การใช้ขาและเท้า นั่งชันเข่า โดยเท้าขวาอยู่ด้านหน้า เท้าซ้ายวางอยู่ด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่หัวเข่าข้างซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรงหลังตรง แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ ยื่นแขนขวาออกไปทางด้านขวานิ้วชี้ชี้ขึ้นไปด้านบน มือซ้ายจีบหงายไว้ด้านข้าง
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองมือด้านขวาที่ชี้
การใช้ศีรษะและใบหน้า เอียงศีรษะเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 23 ท่าใต้ร่มโพธิ

การใช้ขาและเท้า นั่งชันเข่า โดยเท้าขวาอยู่ด้านหน้า เท้าซ้ายวางอยู่ด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่หัวเข่าข้างซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองประกบอยู่ในท่าถวายบังคมโดยยกขึ้นเหนือศีรษะ ให้ปลายนิ้วหัวแม่มือจรดอยู่ระหว่างคิ้ว
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองด้านบน
การใช้ศีรษะและใบหน้า แหงนใบหน้าขึ้นมองด้านบน
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 24 ท่าสมภาร

การใช้ขาและเท้า นั่งชันเข่า โดยเท้าขวาอยู่ด้านหน้า เท้าซ้ายวางอยู่ด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่หัวเข่าข้างซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองพนมมือไว้ที่ระดับหน้าอก
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า เปิดปลายคางศีรษะตรง หน้าตรง
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 25 ท่าสิบราชัน

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อข้างทั้งสองข้างลงฉาก ให้ขนานกันในระดับเดียวกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตรง หลังตรง แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองประกบกันอยู่ในท่าไหว้ โดยมือทั้งสองวางอยู่ในระดับหน้าอก
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ขยับปลายเท้าและส้นเท้าทั้งสองข้าง เพื่อเคลื่อนตัวไปด้านหน้า
3.3 การรำประกอบจังหวะนาด
การรำประกอบจังหวะนาดใช้เป็นกระบวนการรำที่แสดงความสวยงามอ่อนช้อยตามจังหวะดนตรีประกอบด้วยท่ารำที่พัฒนาดัดแปลงมาจากท่าชูชายนาดกรายเข้าวัง จากบทประถมมีท่ารำจำนวน 10 ท่า คือ
1. ท่าจีบระหว่างอก 2. ท่าวงอก
3. ท่าจีบวงอกเขาควาย 4. ท่าจีบเขาควายวงอก
5. ท่าแทงมือ 6. ท่าจีบหลัง
7. ท่าวงชน 8. ท่าพารา
9. ท่าพวงมาลา 10. ท่ากรายใน
นอกจากนี้มีท่าเชื่อมจํานวน 2 ท่า คือ
1. ท่าสอดสร้อย 2. ท่านั่งไหว้
ในแต่ละท่าจะมีกระบวนการ ดังนี้
ท่าที่ 1 ท่าจีบระหว่างอก

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าซ้ายวางด้านหน้าเปิดส้นเท้าเล็กน้อย เท้าขวาวางด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าขวา
การใช้ลำตัว ลำตัวโน้มมาด้านหน้า แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือขวาจีบหน้าในระดับหน้าอกโดยหักจีบเข้าหาลำตัว มือซ้ายจีบส่งด้านหลัง
การใช้ทิศทางของสายตา มองมือจีบ
การใช้ศีรษะและใบหน้า มองตามมือจีบด้านหน้า
การเคลื่อนไหว เดินก้าวมาด้านหน้า สลับขาซ้ายและขาขวา
ท่าที่ 2 ท่าวงอก

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าขวาวางด้านหน้าเปิดส้นเท้า เท้าซ้ายวางด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือซ้ายตั้งวงหน้าระดับหน้าอก มือขวาตั้งวงหงายมือปลายนิ้วชี้ลงต่ำอยู่ในระดับเดียวกันกับมือซ้าย
การใช้ทิศทางของสายตา มองมือที่ตั้งวง
การใช้ศีรษะและใบหน้า มองมือวงทั้งสองข้าง
การเคลื่อนไหว เดินก้าวมาด้านหน้าสลับขาซ้าย และขาขวา
ท่าที่ 3 ท่าจีบวงอกเขาควาย

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าซ้ายวางหน้าเปิดปลายเท้า เท้าขวาวางหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่เท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือซ้ายจีบเข้าหาลำตัว ข้อศอกชี้ไปด้านข้าง มือขวาตั้งวงเขาควาย
การใช้ทิศทางของสายตา ตามองมือจีบ
การใช้ศีรษะและใบหน้า มองตรงข้างหน้า
การเคลื่อนไหว ก้าวเท้าซ้ายมาด้านหน้า แล้วยกส้นเท้าซ้าย
ท่าที่ 4 ท่าจีบเขาควายวงอก

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าข้างขวาวางหน้า เท้าข้างซ้ายวางหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอกเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือซ้ายตั้งวงโดยปลายนิ้วชี้เข้าหาลำตัว ข้อศอกยื่นไปด้านข้าง
การใช้ทิศทางของสายตา มองมือหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว เท้าซ้ายวางด้านหลัง ยกมาวางด้านหน้าด้วยส้นเท้าสลับวางตำแหน่งด้านหลังด้วยปลายเท้า
ท่าที่ 5 ท่าแทงมือ

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าซ้ายอยู่ด้านหน้าวางด้วยปลายเท้าเปิดส้นเท้าเล็กน้อย เท้าขวาวางด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่เท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือซ้ายจีบเข้าหาลำตัวระดับหน้าอก ข้อศอกยื่นไปทางด้านข้างซ้าย มือขวาตั้งวงในท่าเขาควาย
การใช้ทิศทางของสายตา มองมือจีบด้านหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 6 ท่าจีบหลัง

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าขวาอยู่หน้าเปิดปลายเท้าชี้ไปด้านหน้า เท้าซ้ายวางหลังเต็มฝ่าเท้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ แขนทั้งสองจีบส่งไปด้านหลัง วางข้างลำตัวทั้งสองข้าง
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ก้าวเท้าโดยวางส้นเท้าขวามาข้างหน้า
ท่าที่ 7 ท่าวงชน

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าซ้ายอยู่ด้านหน้าเปิดส้นเท้าหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ ข้อมือทั้งสองชนกันห่างลำตัวระดับอก โดยแขนทั้งสองงอศอกยื่นไปทางข้างซ้ายและขวา
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า หน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 8 ท่าพารา

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อด้วยเท้าซ้าย เท้าขวาวางหน้าด้วยส้น เปิดปลายเท้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ แขนทั้งสองข้างงอศอกมาด้านหน้าระดับอก ตั้งวงตะแคงให้ปลายมือเข้าหากันห่างประมาณครึ่งลำตัว
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ก้าวเท้าขวามาข้างหน้า วางด้วยส้นเท้าขวา
ท่าที่ 9 ท่าพวงมาลา

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าซ้ายวางด้านหน้า เท้าหลังเปิดส้นเท้าเล็กน้อย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ แขนทั้งสองจีบคว่ำโดยแขนขวาทับแขนซ้ายให้อยู่ในระดับสายตา
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 10 ท่านาดกราย1

การใช้ขาและเท้า ผู้รําชุดสีม่วง : นั่งคุกเข่า ทรงตัวต่างระดับในแต่ละแถว มือทั้งสองข้างจับคว่ำ
แขนตึง ดึงผ้าห้อยออกไปด้านข้างระดับสะเอว
ผู้รำชุดเหลืองทอง : เท้าซ้ายวางด้านหน้าด้วยส้นเท้า เท้าขวาวางหลังเต็มเท้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ ผู้รําชุดสีม่วง : น้ำหนักอยู่เท้าขวา
ผู้รำชุดเหลืองทอง : น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตรงแอ่นอก
การใช้แขนและมือ ผู้รำชุดม่วง : นั่งบนส้น ใช้มือทั้งสองจีบผ้านั่งตามลำดับให้เป็นชั้นสูงขึ้น
ผู้รำชุดเหลืองทอง : มือขวาจีบหักข้อมือระดับศีรษะ งอศอกให้เป็นฉาก
มือซ้ายตั้งวงหงายท้องแขน งอศอกเล็กน้อย
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวเท้าซ้ายสลับวางหน้าหลัง โดยวางหน้าด้วยส้นเท้า วางหลังเปิดส้นเท้า
หมายเหตุ : 1 ท่านาคกรายเป็นท่ารำของโนราขั้นสูง เป็นการโชว์ลีลาการเยื้องกราย
ท่าที่ 11 ท่าสอดสร้อย

การใช้ขาและเท้า ผู้รําชุดสีม่วง : นั่งคุกเข่า กางเข่าออกทั้งสองข้าง 45 องศา
ผู้รำชุดเหลืองทอง : ขาข้างขวาวางหน้า ขาข้างซ้ายเบี่ยงให้ได้ 1 ใน 3 แล้ววางเท้าลงด้วยปลายเท้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ ผู้รําชุดสีม่วง : นั่งพนมมืออยู่ในระดับหน้าอก
ผู้รำชุดเหลืองทอง : อยู่บนเท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ ผู้รำชุดม่วง : มือทั้งสองอยู่ในท่าผาลา โดยให้แขนทั้งสองขนานกัน
ผู้รำชุดเหลืองทอง : มือซ้ายจีบคว่ำอยู่ในระดับหน้าผาก มือขวายกท่าเขาควายให้ได้ระดับ
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ผู้รําชุดสีม่วง : นั่งอยู่กับที่
ผู้รำชุดเหลืองทอง : หมุนรอบตนเองหนึ่งรอบ
ท่าที่ 12 ท่านั่งไหว้

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่า กางเข่าออกทั้งสองข้าง 45 องศา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่ส้นเท้า
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้ง 2 พนมมืออยู่ในระดับหน้าอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
3.4 การรำประกอบบทร้องเทิดพระเกียรติ (2)
เป็นการร้องบทอีกตอนหนึ่งที่ต่อจากการรำจังหวะนาด มีการประพันธ์บทกลอนเพื่อใช้ตีท่ารำประกอบบทกลอนจากเนื้อร้อง ดังนี้
ด้วยบุญญาบารมีจักรีวงศ์ ไทยดำรงสุขพร้อมทุกหย่อมหญ้า
ใครจะจองครองใจไทยประชา เท่ามหาจักรีวงศ์ธำรงไทย
ชาวสงขลาเป็นข้ารองละอองพระบาท ถวายบังคมบรมราชอดิศัย
กรุณาธิคุณอุ่นเกล้าชนชาวไทย ชื่นจิตใจชาวสงขลาชั่วฟ้าดิน
ในแต่ละบทกลอนจะมีกระบวนการรำที่สวยงาม และน่าสนใจจำนวน 29 ท่า ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1. ท่าด้วยบุญญา 2. ท่าบารมี
3. ท่าจักรีวงศ์ 4. ท่าไทยดำรง
5. ท่าสุขพร้อม 6. ท่าทุกหย่อม
7. ท่าหญ้า 8. ท่าใคร
9. ท่าจะจอง 10. ท่าครองใจ
11. ท่าไทย 12. ท่าประชา
13. ท่าเท่า 14. ท่ามหา
15. ท่าจักรีวงศ์ 16. ท่าธำรงไทย
17. ท่าชาวสงขลา 18. ท่าเป็นข้ารอง
19. ท่าละอองพระบาท 20. ท่าถวายบังคมบรมราช
21. ท่าอดิศัย 22. ท่ากรุณาธิคุณ
23. ท่าอุ่นเกล้า 24. ท่าชนชาว
25. ท่าไทย 26. ท่าจิตใจ
27. ท่าชาวสงขลา 28. ท่าชั่วฟ้า
29. ท่าดิน
กระบวนท่ารำแต่ละท่าดังกล่าว สามารถพิจารณาได้จากท่ารำดังต่อไปนี้
ท่าที่ 1 ท่าด้วยบุญญา

การใช้ขาและเท้า นั่งอยู่ในท่าคุกเข่า โดยแยกเข่าออกจากกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่า และปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตั้งตรง นั่งแอ่นหลังเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ พนมมือทั้งสองอยู่ในระดับหน้าอก ปลายนิ้วอยู่ระหว่างอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้าขึ้นเปิดปลายคางเล็กน้อย หน้าตรง
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 2 ท่าบารมี

การใช้ขาและเท้า นั่งชันเข่าขวา ยกขาขวาปลายเท้าชี้ไปด้านหน้าขา ตั้งฉากกับพื้น
เท้าซ้ายวางด้านหลังด้วยเข่า ทั้งปลายเท้าซ้าย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เข่าข้างซ้ายและปลายเท้า
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้างพนมมืออยู่ในระดับหน้าอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 3 ท่าจักรีวงศ์

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อด้วยเท้าซ้ายปลายเท้าชี้ไปด้านหน้า เท้าขวากระดกไปด้านหลัง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้างยกขึ้นตั้งวงเขาควาย โดโดยให้แขนขนานกับพื้น
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 4 ท่าไทยดำรง

การใช้ขาและเท้า ย่อเข่าขวาวางด้านหน้าด้วยส้นเท้าเปิดปลายเท้าขึ้น
เท้าซ้ายวางด้านหลัง วางเต็มเท้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว โน้มลำตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้างวางมาด้านหน้า ระดับสะเอว หันฝ่ามือเข้าหากัน
ห่างกันประมาณ 1 ฝ่ามือ
การใช้ทิศทางของสายตา มองมือ
การใช้ศีรษะและใบหน้า ก้มหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 5 ท่าสุขพร้อม

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าซ้ายวางหน้า เข่าซ้ายชี้ออกด้านข้าง
เท้าขวาวางหลังเปิดส้นเท้าขวาเล็กน้อย หัวเข่าขวาวางที่น่องขาซ้าย ย่อตัวลง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว โน้มตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย หลังตรง
การใช้แขนและมือ ไขว้มือทั้งสองข้างทางที่หน้าอก โดยแขนขวาอยู่ด้านใน แขนซ้ายอยู่ด้านนอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองต่ำระดับ 45 องศา
การใช้ศีรษะและใบหน้า ก้มหน้าลงเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 6 ท่าทุกหย่อม

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ เท้าซ้ายวางหน้า เข่าซ้ายชี้ออกด้านข้าง
เท้าขวาวางหลังเปิดส้นเท้าขวาเล็กน้อย หัวเข่าขวาวางที่น่องขาซ้าย ย่อตัวลง
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว โน้มตัวลงมาด้านหน้าเล็กน้อย หลังตรง
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้าง ตั้งวงมาด้านหน้าอยู่ระดับหัวไหล่
หักข้อมือขึ้น ปลายนิ้วชี้ขึ้นด้านบน งอข้อศอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ก้มหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว เคลื่อนมือทั้งสองออกจากกันไปทางด้านข้าง
ท่าที่ 7 ท่าหญ้า

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่า แต่หักปลายเท้าวางระนาบกับพื้น นั่งบนส้นเท้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่บนส้นเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว โน้มมาด้านหน้าเล็กน้อย หลังตรง
การใช้แขนและมือ หงายแบมือทั้งสองข้าง โดยปลายนิ้วชี้ออกด้านข้าง หักข้อมือ งอข้อศอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองมือแบ
การใช้ศีรษะและใบหน้า ผู้รําชุดสีม่วง : ก้มหน้ามองมือแบบนอกวง
ผู้นำชุดสีเหลืองทอง : ก้มหน้ามองมือแบบในวง
การเคลื่อนไหว เคลื่อนมือออกจากกัน
ท่าที่ 8 ท่าใคร

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่า หักปลายเท้าวางระนาบกับพื้น นั่งบนส้นเท้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่บนส้นเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือขวาชี้ไปด้านขวาข้างลำตัว หักปลายนิ้วชี้ขึ้นด้านบน งอศอกเล็กน้อย
อยู่ในระดับหน้าอก มือซ้ายวางทาบลงบนหน้าขาซ้าย
การใช้ทิศทางของสายตา มองปลายนิ้วชี้มือขวา
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะเอนไปทางซ้ายเล็กน้อย ใบหน้าหันไปทางขวาเล็กน้อย เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว เคลื่อนแขนขวาไปทางด้านขวา
ท่าที่ 9 ท่าจะจอง

การใช้ขาและเท้า นั่งชันเข่าขวา ยกขาขวาปลายเท้ายื่นไปด้านหน้าขา ตั้งฉากกับพื้น
เท้าซ้ายวางด้านหลังด้วยเข่า ตั้งปลายเท้าซ้าย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เข่าซ้ายและเท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้าง ตั้งวงเข้าหาลำตัว โดยปลายนิ้วซ้ายเข้าหาลำตัว บริเวณข้อศอกซ้าย
มือซ้ายวางวงนอก มือขวาวางวงใน อยู่ในระดับหน้าอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ใบหน้าตรง เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 10 ท่าครองใจ

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าลงบนส้นเท้า แยกเข่าออกห่างกันช่วงลำตัว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าและปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวโน้มมาข้างหน้า แอ่นอก
การใช้แขนและมือ ไขว้มือทั้งสองข้างทางที่หน้าอก โดยแขนข้างซ้ายอยู่ด้านบนแขนข้างขวา
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองต่ำ
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง ก้มหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 11 ท่าไทย

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าซ้าย ชันเข่าขวาปลายเท้ายื่นไปทางทิศหน้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เข่าซ้ายและเท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือขวายกแตะหน้าอก
มือซ้ายชูนิ้วชี้ยื่นออกไปด้านหน้าระดับอก วาดมือไปทางซ้ายงอศอกเล็กน้อย
การใช้ทิศทางของสายตา มองไปตามมือซ้ายที่วาดมือไปด้านข้าง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะเอียงไปทางขวา หน้ามองมือที่กำลังเปิดนิ้วชี้ขึ้นมา เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว มือซ้ายเคลื่อนไปทางซ้าย
ท่าที่ 12 ท่าประชา

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าซ้าย ชันเข่าขวาปลายเท้ายื่นไปทางทิศหน้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เข่าซ้ายและเท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองตั้งวงตะแคงระดับหน้าอก ปลายนิ้วมือชี้เข้าหาลำตัว ยกข้อศอกให้ขนานกับไหล่
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดใบหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 13 ท่าเท่า

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าซ้าย ชันเข่าขวาปลายเท้ายื่นไปทางทิศหน้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ อยู่ที่เข่าซ้าย และเท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองชูนิ้วชี้ขึ้นยกขึ้นระดับสายตา มือสองข้างห่างกันหนึ่งคืบ งอศอกเล็กน้อย
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 14 ท่ามหา

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าซ้าย ชันเข่าขวาปลายเท้ายื่นไปทางทิศหน้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ ยกแขนทั้งสองข้างมาข้างหน้าระดับหน้าอก
มือทั้งสองหักข้อมือ ฝ่ามือทั้งสองพนมไหว้ระดับหน้าอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 15 ท่าจักรีวงศ์

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าซ้าย ชันเข่าขวาปลายเท้าชี้ไปทางด้านหน้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าซ้าย และเท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองประกบกันยกขึ้นถวายบังคม นิ้วชี้จรดหน้าผาก
การใช้ทิศทางของสายตา มองมือที่กำลังถวายบังคม
การใช้ศีรษะและใบหน้า เงยหน้าขึ้นมองมือ
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 16 ท่าธารงไทย

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อเข่าทั้งสองข้างโดยเท้าซ้ายอยู่หน้า เข่าขวาวางลงบนน่องขาซ้ายเปิดส้นเท้าขวา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่ส้นเท้า น้ำหนักอยู่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองยกขึ้นตั้งวงเขาควาย มืออยู่ระดับศีรษะ
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง ใบหน้าเชิดเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว รอบตัวเองแล้วนั่งชันเข่าขวา
ท่าที่ 17 ท่าชาวสงขลา

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าซ้าย ชันเข่าขวาปลายเท้ายื่นไปทางทิศหน้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าซ้าย และเท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือขวายกแตะหน้าอก มือซ้ายชูนิ้วชี้ยื่นออกไปด้านหน้าระดับอกวาดมือไปทางซ้าย
งอศอกเล็กน้อย
การใช้ทิศทางของสายตา มองไปตามมือซ้ายที่วาดมือไปด้านข้าง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะเอียงไปทางขวา หน้ามองตามมือ ใบหน้าเชิดเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว มือซ้ายเคลื่อนไปทางทิศซ้าย
ท่าที่ 18 ท่าเป็นข้ารอง

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าลงบนส้นเท้า แยกเข่าออกห่างกันช่วงลำตัว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าและปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองยกขึ้นพนมระดับหน้าอก
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง ใบหน้าเชิดเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 19 ท่าละอองพระบาท

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าลงบนส้นเท้า แยกเข่าออกห่างกันช่วงลำตัว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าและปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองพนมกันยกขึ้นถวายบังคม นิ้วชี้จรดหน้าผาก
การใช้ทิศทางของสายตา มองมือที่กำลังถวายบังคม
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เงยหน้าขึ้นมองมือ
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 20 ท่าถวายบังคมบรมราช

การใช้ขาและเท้า นั่งพับเพียบทางขวา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่บริเวณสะโพก ลำตัวและขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว โน้มตัวลง
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองพนม ก้มลงกราบไม่แบมือมาทางด้านหน้า
การใช้ทิศทางของสายตา มองต่ำลง
การใช้ศีรษะและใบหน้า ก้มศีรษะเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 21 ท่าอดิศัย

การใช้ขาและเท้า ผู้รําชุดสีม่วง : งอเข่าทั้งสองข้างยืนลงฉาก เท้าทั้งสองวางราบกับพื้น
แยกขาออกย่อเข่าให้ได้ฉากขนานกับพื้นปลายเท้ายื่นออกด้านข้าง
ผู้รำชุดเหลืองทอง : นั่งคุกเข่าลงบนส้นเท้า
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าทั้งสอง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองยกตั้งวงเขาควาย มืออยู่ระดับศีรษะ
การใช้ทิศทางของสายตา มองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ขยับปลายเท้าและส้นเท้าทั้งสองข้างเพื่อเคลื่อนลำตัวไปข้างหน้า
ท่าที่ 22 ท่ากรุณาธิคุณ

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อเข่าทั้งสองข้างโดยเท้าซ้ายวางอยู่หน้า
ขาขวาวางลงบนน่องขาซ้ายเปิดส้นเท้าขวา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว โน้มตัวมาด้านหน้า
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองประกบกันยกขึ้นไหว้ นิ้วแม่มืออยู่ระหว่างคิ้ว
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองต่ำ
การใช้ศีรษะและใบหน้า ก้มศีรษะเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 23 ท่าอุ่นเกล้า

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อเข่าทั้งสองข้างโดยเท้าซ้ายวางอยู่หน้า
ขาขวาวางลงบนน่องขาซ้ายเปิดส้นเท้าขวา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองแบบยกแขนขึ้นประสานกันที่หน้าอกโดยแขนขวาอยู่ด้านใน
แขนซ้ายวางอยู่บนแขนขวา
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 24 ท่าชนชาว

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อเข่าทั้งสองข้างโดยเท้าซ้ายอยู่ด้านหน้าขาขวาอยู่ด้านหลัง
เข่าขวาวางลงบนน่องขาซ้าย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือขวายกแตะหน้าอก มือซ้ายชูนิ้วชี้ยื่นออกไปด้านหน้าระดับอก
วาดมือไปทางซ้าย งอศอกเล็กน้อย
การใช้ทิศทางของสายตา มองตามมือซ้าย
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว มือซ้ายเคลื่อนออกไปทางด้านซ้าย
ท่าที่ 25 ท่าไทย

การใช้ขาและเท้า นั่งชันเข่าขวา ยกขาขวาปลายเท้าชี้ไปด้านหน้าขา ตั้งฉากกับพื้น
เท้าซ้ายวางด้านหลังด้วยเข่า ตั้งปลายเท้าซ้าย
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าซ้าย และปลายเท้าขวา
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองยกขึ้นตั้งวงตะแคงระดับหน้าอก ปลายนิ้วชี้เข้าหาลำตัว
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 26 ท่าจิตใจ

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าลงบนส้นเท้า แยกเข่าออกห่างกันช่วงลำตัว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าและปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวโน้มมาข้างหน้า แอ่นอก
การใช้แขนและมือ ไขว้มือทั้งสองข้างทางที่หน้าอก โดยแขนข้างซ้ายอยู่ด้านบนแขนข้างขวา
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองต่ำ
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง ก้มหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 27 ท่าชาวสงขลา

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าลงบนส้นเท้า แยกเข่าออกห่างกันช่วงลำตัว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าและปลายเท้าทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือซ้ายแบยกตั้งทาบลงบนหน้าขาซ้าย
มือขวาชูนิ้วชี้ ยกแขนขึ้นระดับหน้าอกออกไปบริเวณข้างขวา งอศอกเล็กน้อย
การใช้ทิศทางของสายตา มองปลายนิ้วชี้มือขวา
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะเอนไปทางซ้ายเล็กน้อย ใบหน้าหันไปทางขวาเล็กน้อย เปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว เคลื่อนแขนขวาไปทางด้านขวา
ท่าที่ 28 ท่าชั่วฟ้า

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าลงบนส้นเท้า แยกเข่าออกห่างกันช่วงลำตัว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ หนักอยู่ที่เข่าและขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองประกบกันยกขึ้นถวายบังคม นิ้วชี้จรดหน้าผาก
การใช้ทิศทางของสายตา มองมือที่กำลังถวายบังคม
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เงยหน้าขึ้นมองมือ
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 29 ท่าดิน

การใช้ขาและเท้า นั่งพับเพียบทางขวา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่ลำตัวและมือทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวนอนราบไปกับพื้น โดยยกลำตัวช่วงหน้าอกและศีรษะขึ้น
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองราบไปกับพื้นโดยจะอยู่ในท่ากราบ มือทั้งสองประกบ
การใช้ทิศทางของสายตา สายตามองไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตั้งตรง เชิดหน้าขึ้นและเปิดปลายคางเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
3.5 การรำประกอบจังหวะเชิด
เป็นการรำช่วงสุดท้ายประกอบดนตรีที่ตื่นเต้นและเร้าใจของโนรา ประกอบด้วยท่ารำเพื่อเชื่อมกระบวนการรำและท่าสำคัญจำนวน 4 ท่า คือ
1. ท่ารวมมือ
2. ท่าท่องโรง แบบนั่ง
3. ท่าท่องโรง แบบยืน
4. ท่าพระจันทร์ทรงกลด
ในแต่ละท่าจะมีกระบวนการว่าดังต่อไปนี้
ท่าที่ 1 ท่ารวมมือ

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าลงบนส้นเท้า แยกเข่าออกห่างกันช่วงลำตัว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าและขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ แขนทั้งสองยกขึ้นงอศอกจีบหักข้อมือเข้าหาลำตัวในระดับสายตา
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ท่าที่ 2 ท่าท่องโรง แบบนั่ง

การใช้ขาและเท้า นั่งคุกเข่าลงบนส้นเท้า แยกเข่าออกห่างกันช่วงลำตัว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เข่าและขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือซ้ายตั้งวงระดับสายตางอศอก มือขวาจีบส่งหลัง
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ลุกขึ้นยืน ย่อเข่า
ท่าที่ 3 ท่าท่องโรง แบบยืน

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อเข่าทั้งสองข้าง เข่าชิด
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง แอ่นอก
การใช้แขนและมือ มือซ้ายตั้งวงหน้าระดับสายตางอศอก มือขวาจีบส่งหลัง
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวเคลื่อนตัวไปประจำตำแหน่งในท่าพระจันทร์ทรงกลด
ท่าที่ 4 ท่าพระจันทร์ทรงกลด


ตำแหน่งของผู้รำ ท่าพระจันทร์ทรงกลด
ผู้รำคนที่ 1 ท่าขี้หนอนน้อย

การใช้ขาและเท้า นั่งทับส้นเท้าซ้าย ขาขวาพับขึ้น ส้นเท้าขนานกับสะเอว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวเอียงไปทางด้านขาพับเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือขวาจีบไว้ด้านข้างระดับบ่า ข้อศอกเกี่ยวส้นเท้าให้ตั้งตรง มือซ้ายตั้งวงเขาควาย
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะเอียงไปทางด้านขวาเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ผู้รำคนที่ 2 ท่าวางแขน

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ ขาชิดติดกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตรง โน้มมาข้างหน้าเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้างวางลงที่เข่าทั้งสองข้าง แขนเหยียดตึง
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ผู้รำคนที่ 3 ท่าลงฉากเขาควาย

การใช้ขาและเท้า ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันเป็นฉาก 90 องศา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง
การใช้แขนและมือ มือข้างขวายกเป็นฉาก 90 องศาในท่าเขาควาย มือซ้ายจีบคล้องขาผู้ที่ยืนด้านบน
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ผู้รำคนที่ 4 ท่าลงฉากเขาควาย

การใช้ขาและเท้า ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันเป็นฉาก 90 องศา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง
การใช้แขนและมือ มือข้างซ้ายยกเป็นฉาก 90 องศาในท่าเขาควาย มือขวาจีบคล้องขาผู้ที่ยืนด้านบน
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ผู้รำคนที่ 5 ท่าวางแขน

การใช้ขาและเท้า ยืนย่อ ขาชิดติดกัน
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตรง โน้มมาข้างหน้าเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้างวางลงที่เข่าทั้งสองข้าง แขนเหยียดตึง
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ผู้รำคนที่ 6 ท่าขี้หนอนน้อย

การใช้ขาและเท้า นั่งทับส้นเท้าขวา ขาซ้ายพับขึ้น ส้นเท้าขนานกับสะเอว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าขวา
การใช้ลำตัว ลำตัวเอียงไปทางด้านขาพับเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือซ้ายจีบไว้ด้านข้างระดับบ่า ข้อศอกเกี่ยวส้นเท้าให้ตั้งตรง มือขวาตั้งวงเขาควาย
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะเอียงไปทางด้านซ้ายเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ผู้รำคนที่ 7 ท่าขี้หนอนน้อย

การใช้ขาและเท้า นั่งทับส้นเท้าซ้าย ขาขวาพับขึ้น ส้นเท้าขนานกับสะเอว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่เท้าซ้าย
การใช้ลำตัว ลำตัวเอียงไปทางด้านขาพับเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือขวาจีบไว้ด้านข้างระดับบ่า ข้อศอกเกี่ยวส้นเท้าให้ตั้งตรง มือซ้ายตั้งวงเขาควาย
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะเอียงไปทางด้านขวาเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ผู้รำคนที่ 8 ท่าลงฉากเขาควาย

การใช้ขาและเท้า ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันเป็นฉาก 90 องศา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ตัวตั้งตรง
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองข้างยกเป็นฉาก 90 องศาในท่าเขาควาย
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ผู้รำคนที่ 9 ท่าขี้หนอนน้อย

การใช้ขาและเท้า นั่งทับส้นเท้าขวา ขาซ้ายพับขึ้น ส้นเท้าขนานกับสะเอว
การใช้น้ำหนักของท่ารำ น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา
การใช้ลำตัว ลำตัวเอียงไปทางด้านขาพับเล็กน้อย
การใช้แขนและมือ มือซ้ายจีบไว้ด้านข้างระดับบ่า ข้อศอกเกี่ยวส้นเท้าให้ตั้งตรง มือขวาตั้งวงเขาควาย
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะเอียงไปทางด้านซ้ายเล็กน้อย
การเคลื่อนไหว ไม่มีการเคลื่อนไหว
ผู้รำคนที่ 10 ท่าลงฉากเขาควาย

การใช้ขาและเท้า ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันเป็นฉาก 90 องศา
การใช้น้ำหนักของท่ารำ นํ้าหนักอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง
การใช้ลำตัว ลำตัวตรง
การใช้แขนและมือ มือทั้งสองยกเป็นฉาก 90 องศาในท่าเขาควาย
การใช้ทิศทางของสายตา มองตรงไปข้างหน้า
การใช้ศีรษะและใบหน้า ศีรษะตรง
การเคลื่อนไหว ม้วนมือจีบสลับซ้ายขวาตามจังหวะเพลงฃ
กระบวนการรำ 5 ขั้นตอนประกอบการแสดงในลำดับสุดท้ายจะจบด้วยการรำท่าพระจันทร์ทรงกลด ซึ่งเป็นท่านิ่งมีการต่อตัวตามระดับชั้นและเป็นการรำหมู่ ในแต่ละกลุ่มเหมือนกันหมดทุกกลุ่มบริเวณกลางสนามทำให้เห็นมิติของความสวยงามตระการตาของท่ารำและความมั่นคงแข็งแรงของผู้รำที่การต่อตัวเรียงแถวเป็นชั้นขึ้นมาเป็นมิติสามเหลี่ยม อันมีรากฐานที่มั่นคงสู่ยอดที่มีความคม เฉียบแหลมอยู่ในความสมดุลแห่งมิติ พร้อมกับความปิติในการสร้างภาพจินตนาการของผู้ร่าที่สื่อถึงพระบารมีจักรีวงศ์ที่แผ่ไพศาลไปทั่วสากล

ท่าพระจันทร์ทรงกลด
จากกระบวนท่ารำ 5 ขั้นตอนดังกล่าว เมื่อพิจารณาและวิเคราะห์รูปแบบของการแสดงโนราที่ปรากฏนั้น เนื่องด้วยบทที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติใต้ร่มพระบารมีแห่งจักรีวงศ์ ดังนั้นท่ารำจะต้องสอดคล้องกับบทประพันธ์ซึ่งจะใช้ท่ารำที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ สวยงาม ปรากฏเป็นช่วง ๆ ของการแสดงเช่น ท่าทำนองพระเทวดา ท่าพระสุริยงทรงศักดิ์ ท่าพระพุทธเจ้าห้ามมาร ท่าพรหมสี่หน้า ท่าผาลา และท่าพารา ฯลฯ ซึ่งท่าเหล่านี้ นอกจากชื่อท่าที่แสดงความยิ่งใหญ่แล้ว กระบวนท่ารำจะสง่าสวยงามสอดคล้องกับการใช้เทิดทูนพระเกียรติยศ ดังนั้นท่าเหล่านี้ผู้นำต้องแข็งแรง จึงได้ท่าที่ได้สวยงาม รวดเร็ว และมีความอ่อนช้อยของวงมือ ลำตัว และขา แฝงอยู่ในท่ายิ่งใหญ่ในแต่ละท่า ต้องผ่านการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ท่ารำจากบทประพันธ์ที่มีความสอดคล้องกับท่ารำในบทโนราที่กล่าวมา ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ท่าจักรีวงศ์ ใช้ท่า พระสุริยงทรงศักดิ์ บทประถม
ท่าเรืองดำรง ใช้ท่า ผาลา บทประถม
ทศพิธ ใช้ท่า พระพุทธเจ้าห้ามมาร บทสอนรํา
เกษมศานติ์ ใช้ท่า สอดสร้อย บทประถม
อภิวาท ใช้ท่า หมอบเฝ้าเจ้านครินทร์ บทประถม
ประสาทประสิทธิ์ ใช้ท่า กนกรูปวาด บทสอนรำ
กรประนม ใช้ท่า ครูสอน บทครูสอน
ชาวสงขลา ใช้ท่า พารา บทครูสอน
ไทยนิกร ใช้ท่า หาไหนไม่ได้ บทครูสอน
สิบราชัน ใช้ท่า พรหมสี่หน้า บทประถม
อดิศัย ใช้ท่า ทำนองพระเทวดา บทครูสอน
และในตอนสุดท้ายจะใช้ท่ารำในท่าพระจันทร์ทรงกลดเหมือนกันทุกกลุ่มเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ร่มเย็น สุขสดใสของพระจันทร์ตอนทรงกลด ซึ่งเป็นท่ารำในบทประถมจะมีการต่อตัวขึ้นไปพร้อมกับการร่ายรําของผู้ที่อยู่ด้านบนสุด
สําหรับกระบวนการรําของผู้ประกอบจำนวน 100 คนนั้นขณะที่มีกระบวนการรำซึ่งเป็นบทร้องและค่าบรรยายช่วงที่ 1 ผู้รำประกอบจะเดินเคลื่อนตัวในท่าจับระบำถือผ้าห้อยหน้า โดยจับตึงทั้งสองข้างเข้ามาจากบริเวณด้านข้างของสนาม เพื่อมาเป็นฉากให้กับผู้แสดงนำบนเวทีกลาง เมื่อจบการแสดงช่วงที่ 1 จึงเป็นการแสดงของผู้ประกอบ 100 คน

โนรารำประกอบจำนวน 100 คน28
(ที่มา : ศุภวัฒน์ จงศิริ, 2560)
สำหรับกระบวนการรำของผู้รำประกอบนั้นจะใช้ท่ารำเหมือนกับผู้รำ แต่การเริ่มต้นของการรำจะอยู่ในระหว่างการร้องบท ตอนที่ 2 ในวรรคที่ 1 “ด้วยบุญญาบารมี จักรีวงศ์” แต่กระบวนการตีท่าว่าจะใช้คําสุดท้ายของแต่ละวรรคในการสร้างท่ารำ คือ
1. ด้วยบุญญาบารมีจักรีวงศ์ แสดงท่า จักรีวงศ์
2. ไทยดำรงสุขพร้อมทุกหย่อมหญ้า แสดงท่า หย่อมหญ้า
3. ใครจะจองครองใจไทยประชา แสดงท่า ไทยประชา
4. เท่ามหาจักรีวงศ์ธำรงไทย แสดงท่า ธำรงไทย
5. ชาวสงขลาเป็นข้ารองละอองพระบาท แสดงท่า ละอองพระบาท
6. ถวายละอองธุลีพระบาทอดิศร แสดงท่า อดิศร
7. กรุณาธิคุณอุ่นเกล้าชนชาวไทย แสดงท่า ชนชาวไทย
8. ชื่นจิตใจชาวสงขลาชั่วฟ้าดิน แสดงท่า ชั่วฟ้าดิน
เมื่อจบบทร้องทุกกลุ่ม ซึ่งมีจำนวน 10 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน จะกระจายไปตามพื้นที่วงกลมเพื่อแสดงท่าพระจันทร์ทรงกลดทุกกลุ่ม

โนรารำประกอบจำนวน 100 คน ในท่าพระจันทร์ทรงกลด29
(ที่มา : วัฒนพล จาระโห 2560)