บทที่ 2
กระบวนการออกแบบการแสดงโนราประกอบการแสดงชุด “ใต้ร่มฟ้า....จักรีวงศ์”
ศิลปะแสดงโนราชุด “ใต้ร่มฟ้า...จักรีวงศ์” เป็นการแสดงพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 สงขลาเกมส์ ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 20 มิถุนายน 2560 ซึ่งกำกับการแสดงและออกแบบชุดการแสดงโดยคุณศุภวัฒน์ จงศิริ หรือคุณศุภักษร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงแสงสีเสียงของประเทศไทยในการแสดงโนราชุด “ใต้ร่มฟ้า...จักรีวงศ์” มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความจงรักภักดีและเป็นการเทิดทูนพระเกียรติยศพระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี 10 พระองค์ที่ทรงปกครองแผ่นดินไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น ได้มีกระบวนการของการออกแบบจํานวน 8 ขั้นตอน คือ
2.1 แนวคิดของการแสดง
2.2 รูปแบบของการแสดง
2.3 บทร้องประกอบการแสดง
2.4 การออกแบบนักแสดงและสัญลักษณ์
2.5 การออกแบบการแต่งกาย
2.6 การออกแบบการบรรเลงดนตรี
2.7 การออกแบบการขับร้องบท
2.8 การออกแบบท่ารำ
ซึ่งรายละเอียดแต่ละขั้นตอน อธิบายได้ดังต่อไปนี้
2.1 แนวคิดของการแสดง
การแสดงโนราชุด “ใต้ร่มฟ้า...จักรีวงศ์” ประเทศไทยในสมัยรัตนโกสินทร์เจริญรุ่งเรืองมีเอกลักษณ์ของชาติไทยได้จนถึงปัจจุบันด้วยพระปรีชาสามารถของบรมกษัตริย์ทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี ที่มีพระเมตตากรุณาและทรงปกครองประเทศด้วยทศพิธราชธรรม ประชาชนไทยจึงมีความสุขและร่มเย็นตลอดมา พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของชาวไทยทั้งปวง ในโอกาสการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์” ชาวสงขลาซึ่งเป็นข้าละอองธุลีพระบาท จึงร่วมแสดงความกตัญญูกตเวที ที่มีความสุขได้เพราะอยู่ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ จึงได้จัดแสดงโนราเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี 10 พระองค์ ด้วยนักแสดงโนราจำนวน 110 คน
2.2 รูปแบบของการแสดง
โนราชุด “ใต้ร่มฟ้า...จักรีวงศ์” ใช้การแสดงโนราทำบทเพลงทับเพลงโทน ซึ่งเป็นการทำบทขั้นสูงของโนราที่จะต้องใช้การตีท่ารำประกอบบทร้อง การรำกรายใน ซึ่งเป็นลีลาที่แสดงการเยื้องกรายที่สวยงาม ใช้การรำท่านาคกรายที่แสดงความสุข สนุกสนาน สวยงาม และท่าพระจันทร์ทรงกลด ในบทประถมที่มีรัศมีส่องประกายสวยงามโดยใช้นักแสดงกลุ่มละ 10 คน เป็นตัวเลขที่แสดงสัญลักษณ์พระมหากษัตริย์ 10 พระองค์ โดยใช้เวลาในการแสดงทั้งหมด 6.30 นาที ซึ่งการแสดงในพิธีเปิด นักแสดงจํานวน 10 คนจะรำอยู่บนเวทีกลางสนามกีฬา นักแสดงอีก 100 คน แยกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 10 คน แถวจะกระจายเป็นแฉก 10 แฉก โดยแยกซ้ายขวาข้างละ 5 แฉก อยู่บริเวณด้านข้างและกลางสนามกีฬา แสดงท่ารำประกอบบทร้องพร้อมกับผู้รำนำบนเวทีและสลับกับผู้รำนำ เมื่อรำช่วงสุดท้ายจะแสดงท่ารำเหมือนกัน คือ ท่าพระจันทร์ทรงกลด


รูปแบบการแสดง “ใต้ร่มฟ้า...จักรีวงศ์”17
(ที่มา : ศุภวัฒน์ จงศิริ, 2560)


รูปแบบการแสดงสมบูรณ์ (1)18
(ที่มา : วัฒนพล จาระโห, 2560)

รูปแบบการแสดงสมบูรณ์ (2)19
(ที่มา : การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 สงขลาเกมส์, 2560)

รูปแบบการแสดงสมบูรณ์ (3)20
(ที่มา : วัฒนพล จาระโห, 2560)
2.3 บทร้องประกอบการแสดง
เป็นองค์ประกอบที่สําคัญเพราะเนื้อหาความหมายจะต้องสื่อถึงพระบารมีและพระเกียรติยศ ภาษาที่นำมาใช้จะต้องสามารถตีท่ารำได้อย่างสวยงามสอดคล้องกับบทประพันธ์ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จาก อาจารย์เอื้อน ปิยะวาทการ อายุ 70 ปี ข้าราชการบำนาญภูมิปัญญาด้านวรรณกรรมท่านเป็นนักประพันธ์กลอนโนราและหนังตะลุงให้กับศิลปินทั่วไปของอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง คำประพันธ์ประกอบด้วยฉันทลักษณ์ กลอนแปดจำนวน 2 บท คือ

อาจารย์เอื้อน ปิยะวาทการ21
(ที่มา : วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน, 2557)
ช่วงที่ 1
พระบารมีจักรีวงศ์
กรประนมก้มศิระอภิวาท ฝ่าละอองธุลีพระบาทอดิศร
สิบกษัตริย์จักรีวงศ์พงศ์อมร ปกเกศเกล้าไทยนิกรจิรังกาล
เรืองดำรงทรงธรรมทศพิธ ประสาทประสิทธิ์สันติสุขเกษมศานติ์
ราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขทุกวันวาน ใต้ร่มโพธิสมภารสิบราชัน.
ช่วงที่ 2
ใต้ร่มพระบารมี
ด้วยบุญญาบารมีจักรีวงศ์ ไทยดำรงสุขพร้อมทุกหย่อมหญ้า
ใครจะจองครองใจไทยประชา เท่ามหาจักรีวงศ์ธำรงไทย
ชาวสงขลาเป็นข้ารองละอองพระบาท ถวายบังคมบรมราชอดิศัย
กรุณาธิคุณอุ่นเกล้าชนชาวไทย ชื่นจิตใจชาวสงขลาชั่วฟ้าดิน.
กระบวนการขับร้องและร้องรับ
ช่วงที่ 1
พระบารมีจักรีวงศ์
บทร้อง กรประนมก้มศิระอภิวาท ฝ่าละอองธุลีพระบาทอดิศรกร
โนรา (ร้องนำ) กรประนมก้มศิระอภิวาท
โนรา (ประสานเสียง) ฝ่าละอองธุลีพระบาทอดิศร
ลูกคู่ (ร้องรับ) ฝ่าละอองธุลีพระบาทอดิศร ฝ่าละอองธุลีพระบาทอดิศร
บทร้อง สิบกษัตริย์จักรีวงศ์พงศ์อมร ปกเกศเกล้าไทยนิกรจิรังกาล
โนรา (ร้องนำ) สิบกษัตริย์จักรีวงศ์พงศ์อมร
โนรา (ประสานเสียง) ปกเกศเกล้าไทยนิกรจิรังกาล
ลูกคู่ (ร้องรับ) ปกเกศเกล้าไทยนิกรจิรังกาล ปกเกศเกล้าไทยนิกร น้องเห้องจิรังกาล
บทร้อง เรืองดำรงทรงธรรมทศพิธ ประสาทประสิทธิ์สันติสุขเกษมศานติ์
โนรา (ร้องนำ) เรืองดำรงทรงธรรมทศพิธ
โนรา (ประสานเสียง) ประสาทประสิทธิ์สันติสุขเกษมศานติ์
ลูกคู่ (ร้องรับ) ประสาทประสิทธิ์สันติสุขเกษมศานติ์ ประสาทประสิทธิ์สันติสุข
น้องเห้อเกษมศานติ์
บทร้อง ราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขทุกวันวาน ใต้ร่มโพธิสมภารสืบราชัน
โนรา (ร้องนำ) ราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขทุกวันวาน
โนรา (ประสานเสียง) ใต้ร่มโพธิสมภารสิบราชัน
ลูกคู่ (ร้องรับ) ใต้ร่มโพธิสมภารสืบราชัน ใต้ร่มโพธิสมภาร น้องเห้อสิบราชัน
ช่วงที่ 2
ใต้ร่มพระบารมี
บทร้อง ด้วยบุญญาบารมีจักรีวงศ์ ไทยดำรงสุขพร้อมทุกหย่อมหญ้า
โนรา (ร้องนำ) ด้วยบุญญาบารมีจักรีวงศ์
โนรา (ประสานเสียง) ไทยดำรงสุขพร้อมทุกหย่อมหญ้า
ลูกคู่ (ร้องรับ) ไทยดำรงสุขพร้อมทุกหย่อมหญ้า ไทยดำรงสุขพร้อม พ่อเห้อทุกหย่อมหญ้า
บทร้อง ใครจะจองครองใจไทยประชา เท่ามหาจักรีวงศ์ธำรงไทย
โนรา (ร้องนำ) ใครจะจองครองใจไทยประชา
โนรา (ประสานเสียง) เท่ามหาจักรีวงศ์ธำรงไทย
ลูกคู่ (ร้องรับ) เท่ามหาจักรีวงศ์ธำรงไทย เท่ามหาจักรีวงศ์ธำรงไทย
บทร้อง ชาวสงขลาเป็นข้ารองละอองพระบาท ถวายบังคมบรมราชอดิศัย
โนรา (ร้องนำ) ชาวสงขลาเป็นข้ารองละอองพระบาท
โนรา (ประสานเสียง) ถวายบังคมบรมราชอดิศัย
ลูกคู่ (ร้องรับ) ถวายบังคมบรมราชอดิศัย ถวายบังคมบรมราช พ่อเห้ออดิศัย
บทร้อง กรุณาธิคุณอุ่นเกล้าชนชาวไทย ชื่นจิตใจชาวสงขลาชั่วฟ้าดิน
โนรา (ร้องนำ) กรุณาธิคุณอุ่นเกล้าชนชาวไทย
โนรา (ประสานเสียง) ชื่นจิตใจชาวสงขลาชั่วฟ้าดิน
ลูกคู่ (ร้องรับ) ชื่นจิตใจชาวสงขลาชั่วฟ้าดิน
จากบทกลอนดังกล่าวนำมาใช้องค์ประกอบรูปแบบการแสดงดังนี้
1. กษัตริย์ราชวงศ์จักรี ดนตรีบรรเลงนำผู้รำร่ายรำประกอบดนตรี ใช้เวลา 30 วินาที
2. พระบารมีจักรีวงศ์ รำทำบทเพลงทับเพลงโทน ใช้เวลา 2 นาที
3. พระราชกรณียกิจ 10 รัชกาล รำเพลงนาดและท่ากราย ใช้เวลา 1 นาที 30 วินาที
4. ใต้ร่มพระบารมี การรำทำบทเพลงทับเพลงโทน ใช้เวลา 2 นาที
5. พระบารมีแผ่ไพศาล การรำประกอบเพลงเชิด ใช้เวลา 30 วินาที
รวมเวลาทั้งหมด 6.30 นาที
2.4 การออกแบบนักแสดงและสัญลักษณ์
การแสดงโนราชุด “ใต้ร่มฟ้า...จักรีวงศ์” ใช้นักแสดงโนราตัวเอกจํานวน 10 คนและนักแสดงประกอบจำนวน 100 คน ซึ่งรูปแบบการแสดงของนักแสดงจำนวน 10 คน นั้นจะมีผู้รำนำในกลุ่มนี้ 1 คนเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (รัชกาลที่ 10) และผู้รำอีก 9 คนเป็นสัญลักษณ์ราชวงศ์จักรีรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 9 นักแสดงอีก 100 คน จะเป็นพระบารมีของพระมหากษัตริย์ทั้ง 10 พระองค์
2.5 การออกแบบการแต่งกาย
ผู้รำนำบนเวทีแต่งกายด้วยชุดโนราและเครื่องประดับสีเหลืองทอง ตลอดทั้งชุดแสดงพระบารมีของกษัตริย์ในองค์ปัจจุบัน และนักแสดง 9 คน แต่งกายด้วยชุดโนราสีม่วง ชมพู และดำ ประดับเครื่องเงินแสดงสัญลักษณ์พระบารมีของกษัตริย์ที่ครองราชย์ผ่านมา 9 พระองค์ นักแสดงโนราจํานวน 100 คน แต่งกายด้วยชุดลูกปัดโนราหลากสี ตามเอกลักษณ์ของเครื่องแต่งกายโนราที่ใช้กันโดยทั่วไป แสดงสัญลักษณ์ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ

การแต่งกายโนราทั้ง 10 คน22
(ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2560)

ตัวอย่างการแต่งกายของนักแสดงโนราประกอบ จำนวน 100 คน23
(ที่มา : ศุภวัฒน์ จงศิริ, 2560)
2.6 การออกแบบการบรรเลงดนตรี
การบรรเลงดนตรีโนราที่ใช้ในการแสดงนั้น จะบรรเลงตามจังหวะขนบนิยมของการแสดง โนราโดยทั่วไปมีการปรับจังหวะและทางเพลงให้สั้นลง ไม่เรียงลำดับตามขั้นตอนในการแสดงโนรา มีการคัดสรรจังหวะให้เหมาะสมกับองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ใช้ร่วมในการแสดงซึ่งออกแบบเพลง และจังหวะดนตรีโดย อาจารย์วีระเดช ทองคำ สาขาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
ช่วงที่ 1 ดนตรีน่าใช้ปี่และเริ่มต้นด้วยจังหวะสอดสร้อย ลงเครื่องแบบสั้น
ช่วงที่ 2 ดนตรีบรรเลงจังหวะ เพลงทับเพลงโทนตลอดทั้งบทร้อง พร้อมการร้องรับของลูกคู่ พร้อมเพรียงกันในแต่ละวรรค จำนวน 5 คน
ช่วงที่ 3 ดนตรีบรรเลงจังหวะนาดและจังหวะกรายใน ไม่มีบทร้อง
ช่วงที่ 4 ดนตรีบรรเลงจังหวะเพลงทับเพลงโทน ประกอบทั้งบทร้อง พร้อมกับร้องรับของลูกคู่พร้อมเพรียงกันในแต่ละวรรค จำนวน 5 คน
ช่วงที่ 5 ดนตรีบรรเลงเพลงเชิดในจังหวะเร็วและจบด้วยการลงเครื่องแบบสั้น
ซึ่งการบรรเลงดนตรีดังกล่าวใช้ดนตรีดั้งเดิมครบทุกประเภทคือ ทับ กลอง โหม่ง ฉิ่ง ปี่ และแตระ นักดนตรีทุกคนจะร้องประสานเสียงรับชัดเจนทุกคน จัดเป็นขนบนิยมแบบโบราณ ซึ่งปัจจุบันโนราทุกคณะจะรับเพียงคนเดียวโดยใช้ไมโครโฟนช่วยที่คนรับน้า การออกแบบเสียงครั้งนี้จึงมีสำเนียงความไพเราะของนักดนตรีชัดเจน

เอกลักษณ์และศิลปะการบรรเลงดนตรีโนราภาคใต้24
(ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2560)

การบันทึกเสียงและการร้องรับของลูกคู่25
(ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2560)
2.7 การออกแบบขับร้องบท
การขับร้องของโนราประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ผู้ร้องนำ อาจารย์ศุภชัย รักสกุล และอาจารย์ไพศาล อิสโร ผู้ร้องประสานเสียงซึ่งร้องในจังหวะเพลงทับเพลงโทน
การขับร้องดังกล่าวจะเป็นวิธีการร้องโนราแบบใหม่ที่เหมาะสมกับการนำไปใช้ประกอบการรำเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ เพราะจะได้ยินสำเนียงการร้องหลายคน ๆ ในแต่ละวรรค ที่ร้องรับต่อจากนักร้องนำ เมื่อใช้เป็นซาวด์ประกอบการแสดงพิธีเปิดขนาดใหญ่จะทำให้ผู้ฟังและผู้ชมรู้สึกว่าทุกคนในสนามที่แสดงร้องประสานเสียงไปด้วยจริง ๆ

การบันทึกการขับร้องนำและประสาน26
(ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2560)

การบันทึกเสียงและการขับร้องนำ27
(ที่มา : ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์, 2560)
2.8 การออกแบบท่ารำ
สําหรับการออกแบบท่ารำในการนําประกอบบทร้องนั้น จะเป็นการรำตีท่ารําตามเนื้อร้อง และจังหวะทีละคำ และท่ารำที่ประกอบการร้องรับลูกคู่แต่ละบท บทละ 2 วรรค ทั้งหมดมีจำนวน 8 บท และท่ารำประกอบดนตรีในแต่ละช่วงมีจำนวน 3 ช่วง คือ
1. ท่ารำที่แสดงถึงความหมายกษัตริย์ราชวงศ์จักรี
2. ท่ารำที่แสดงถึงพระบารมีจักรีวงศ์
3. ท่ารำที่แสดงถึงพระราชกรณียกิจ 10 รัชกาล
4. ท่ารำที่แสดงถึงใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์
เพื่อจัดองค์ประกอบท่าให้สวยงามประกอบท่ารําดังต่อไปนี้
1. ท่ารำ "กษัตริย์ราชวงจักรี”

ท่ารำ กรประนม

ท่ารำ อภิวาท
2. ท่ารำ "พระบารมีจักรีวงศ์”

ท่ารํา เรืองดำรง

ท่ารำ ทรงธรรม

ท่ารํา ทศพิธ
3. ท่ารำ "พระราชกรณียกิจ 10 รัชกาล”

ท่ารำ ชูชาย

ท่ารำ กรายใน

ท่ารำ จับระบำ
4. ท่ารำ "ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์”

ท่ารำ บุญญาบารมี

ท่ารำ ชาวสงขลา

ท่ารำ ครองใจ

ท่ารำ จันทร์ทรงกลด
จากกระบวนการรำ 4 ขั้นตอน ประกอบการแสดงในลำดับสุดท้ายจะจบด้วยการรำท่าพระจันทร์ทรงกลด ซึ่งเป็นท่านิ่งมีการต่อตัวตามระดับชั้นและการรำเป็นหมู่ในแต่ละกลุ่มรำเหมือนกันหมดทุกกลุ่มบริเวณกลางสนาม จะทำให้เห็นมิติของความสวยงาม ตระการตาของท่ารำ และความมั่นคงแข็งแรง ของผู้รำที่การต่อตัวเรียงแถวเป็นชั้นขึ้นมาเป็นมิติสามเหลี่ยม อันมีรากฐานที่มั่นคงสู่ยอดที่มีความคมเฉียบแหลมอยู่ในความสมดุลแห่งมิติ พร้อมกับความปิติในการสร้างภาพจินตนาการของผู้รำที่สื่อถึงพระบารมีจักรีวงศ์ที่แผ่ไพศาลไปทั่วสากลwsSIBNSHñ句 10 uma”ท่ารำ ชูชายท่ารํา กรายในท่ารำา จับระบำา4. ท่ารำ “ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์”1000ท่ารำ บุญญาบารมีท่ารำ ชาวสงขลาท่ารำา ครองใจท่ารำ พระจันทร์ทรงกลดจากกระบวนการรำ 4 ขั้นตอน ประกอบการแสดงในลำดับสุดท้ายจะจบด้วยการรำท่าพระจันทร์ทรงกลด ซึ่งเป็นท่านิ่งมีการต่อตัวตามระดับชั้นและเป็นการรำหมู่ในแต่ละกลุ่มเหมือนกันหมดทุกกลุ่มบริเวณกลางสนาม จะทำให้เห็นมิติของความสวยงาม ตระการตาของท่ารำ และความมั่นคงแข็งแรงของผู้ที่การต่อตัวเรียงแถวเป็นชั้นขึ้นมาเป็นมิติสามเหลี่ยม อันมีรากฐานที่มั่นคงสู่ยอดที่มีความคมเฉียบแหลมอยู่ในความสมดุลแห่งมิติ พร้อมกับความปิติในการสร้างภาพจินตนาการของผู้ที่สื่อถึงพระบารมีจักรีวงศ์ที่แผ่ไพศาลไปทั่วสากล